SACICT เตรียมจัดงานหัตถกรรม 2 งานใหญ่ที่สุดของประเทศ ดันกำลังซื้อหลังโควิด ช่วยผู้ประกอบการหัตถศิลป์ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เตรียมจัด 2 งานใหญ่ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง กำลังซื้อที่อั้นมาหลายเดือน จะเป็นแรงผลักให้วงการหัตถศิลป์ฟื้นตัวได้ ชวนคนไทยแห่อุดหนุนผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและหัตถกรรมไทย เยียวยาครูฯและทายาทฯ รวมทั้งผู้ประกอบการหัตถศิลป์ไทย หวังสร้างเม็ดเงินสะพัด ประเดิมงานแรกศิลปาชีพทอใจฯ เริ่ม 12 สิงหาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ต่อด้วย Crafts Bangkok ในต้นเดือนกันยายนที่ไบเทค บางนา

นายพรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศ ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักและรายได้ในภาคธุรกิจต่างๆ ลดลงรวมถึงงานด้านหัตถกรรมด้วย

แต่ในขณะนี้สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายลง และมีมาตรการผ่อนปรนในกิจการและกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ผู้บริโภคซึ่งที่ผ่านมากักตัวอยู่แต่ในบ้าน ยังคงมีกำลังซื้ออยู่จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เมื่อมีการเปิดให้จัดกิจกรรมจะส่งผลให้กำลังซื้อที่อัดอั้นมานานแปรเป็นความต้องการในการบริโภคเพิ่มมากขึ้น

SACICT จึงมองเห็นโอกาสทางการตลาด เร่งเครื่องกระตุ้นกำลังซื้อด้วยการเตรียมจัดงานใหญ่ 2 งานคือ “งานศิลปาชีพทอใจ วิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี” และ “Crafts Bangkok 2020” ซึ่งคาดว่ากำลังซื้อภายในประเทศจะช่วยเยียวยาธุรกิจงานหัตถกรรมของประเทศ เกิดการกระจายรายได้ไปยังสมาชิกศิลปาชีพและกลุ่มผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมในชุมชนทั่วประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้สามารถฟื้นตัวภายหลังโควิด

เริ่มที่งาน “ศิลปาชีพทอใจ วิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 สิงหาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานีบนเนื้อที่กว่า 12,000 ตรม. โดยมีทั้งส่วนของนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และนิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ส่วนสาธิตการสร้างสรรค์งานศิลปาชีพจากสมาชิกศิลปาชีพทั่วประเทศ และการจัดแสดงวิถีชีวิตของชนเผ่าและกลุ่มชาติพันธุ์

พลาดไม่ได้กับการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และผู้ประกอบการหัตถศิลป์กว่า 400 ร้าน ในประเภท ผ้าไหม ผ้าผ้าย งานจักสาน งานเครื่องปั้น งานเครื่องประดับทอง-เงิน งานลงรัก ลายรดน้ำ งานหัตถกรรมจากชนเผ่า กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อาทิ ลาวครั่ง ไทเขิน ไททรงดำ ภูไท ไทยพวน เป็นต้น

และต่อเนื่องไปในเดือนกันยายน ด้วยงาน “CRAFTS BANGKOK 2020” ที่เลื่อนจากเดิมที่จะจัดในเดือนมีนาคม เพราะพิษโควิดจึงขยับมาเป็นวันที่ 3 – 6 กันยายน 2563 ณ ฮอลล์ 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการจัดประชุมไบเทค บางนา ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมผู้ผลิตและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์งานศิลปหัตถกรรมจากทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภูมิปัญญาไทย โดยนำความคิดสร้างสรรค์มาเพิ่มมูลค่า และนำเสนอคุณค่าผ่านสู่ผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบัน แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ ความประณีตงดงาม ผสมผสานความร่วมสมัย

โดยมีผู้ประกอบการหัตถศิลป์ร่วมกว่า 380 ร้านค้า พลาดไม่ได้กับการประกวด “ผ้าไทยใส่ได้ทุกGen” ซึ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถด้านการออกแบบโดยนำองค์ความรู้จากผ้าศิลปาชีพ ทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหม และผ้าชาวเขา รวมทั้งผ้าไทยทอมือประเภทต่างๆ มาออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ให้สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างร่วมสมัย


ผอ. SACICT กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า “การจัดงานทั้ง 2 งานนี้ มีมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ร่วมงานอย่างเข้มข้น โดยยึดหลัก Social Distancing ทำให้สามารถเชื่อมั่นได้ว่าสามารถมาซื้อหาจับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์หัตถกรรมได้อย่างอุ่นใจ และภายในงานยังจะจัดให้มีการแสดงมหรสพเพื่อสร้างบรรยากาศความสุขให้กับผู้เข้าชมงาน SACICT จึงขอเชิญชวนคนไทยร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและศิลปหัตถกรรมไทยในทั้ง 2 งานใหญ่ดังกล่าว นอกจากจะได้ผลิตภัณฑ์ที่สวยงามมีมาตรฐานแล้ว ยังเป็นการช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการหัตถศิลป์ได้กลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง โดยเราคนไทยจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1289”

Written By
More from pp
นายกฯ สุดปลื้ม ผู้นำเอเปกทุกเขตเศรษฐกิจร่วมรับรอง “Bangkok goals on BCG Economy”
นายกรัฐมนตรีสุดปลื้ม ผู้นำเอเปคทุกเขตเศรษฐกิจร่วมรับรอง “Bangkok goals on BCG Economy” ชื่นชมความริเริ่มของไทย เชื่อมั่นโมเดลเศรษฐกิจ BCG จะสร้างการเติบโตของประเทศ ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกได้
Read More
0 replies on “SACICT เตรียมจัดงานหัตถกรรม 2 งานใหญ่ที่สุดของประเทศ ดันกำลังซื้อหลังโควิด ช่วยผู้ประกอบการหัตถศิลป์ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก”