ผักกาดหอม
รวยไม่ไหว…
อ่านข่าวต่างประเทศวานนี้ (๑๐ กันยายน) ขนลุกครับ!
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยในการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันที่เมืองดัลลัส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สัญญาว่าจะมอบเงิน ๕,๐๐๐ ดอลลาร์ หรือ ๑.๖ แสนบาท ให้กับผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคน หากพรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน
แถมยังเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนของเขา “แสร้งทำเป็น” ว่าเขามีชื่ออยู่ในบัตรเลือกตั้งด้วย
พระเจ้าจอร์จ!
“…ถ้าพรรครีพับลิกันชนะ คุณก็จะชนะไปกับเรา และคุณจะได้รับเงิน ๕,๐๐๐ ดอลลาร์ มันจะถูกเรียกว่าเงินปันผลของทรัมป์”
ตามกฎหมายเลือกตั้งของสหรัฐ การสัญญาว่าจะแจกเงิน สัญญาว่าจะให้ สามารถทำเป็นนโยบายหาเสียงได้
ไม่ผิดครับ
โดยมีเงื่อนไขว่าต้องจ่ายให้ประชาชนทุกคนเท่ากัน โดยไม่ผูกเงื่อนไขกับการลงคะแนน
ในทางปฏิบัติคือการตกเขียวชัดๆ
แต่…การแจกเงิน หรือให้สิ่งของแก่บุคคล เพื่อจูงใจให้มาลงคะแนนให้ตนเองนั้น แบบนี้ผิดกฎหมาย เพราะเป็นการซื้อเสียง
ก็คล้ายๆ กับไทย
ตอนเลือกตั้งพรรคการเมืองหาเสียงด้วยการสัญญาว่าจะแจกเงินสารพัดรูปแบบ
แจกเด็ก แจกคนแก่ แจกมันทั้งประเทศ
พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงแจกเงินดิจิทัล สุดท้ายกลายเป็นแจกคนละหมื่นบาท
รัฐบาลภูมิใจไทยก็แจก
แจก ๖๐/๔๐
ว่าไปแล้ววันนี้ชาวอเมริกันเสพติดนโยบายประชานิยมอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน “ทรัมป์” ถึงได้นำจุดอ่อนนี้มาหาเสียง
ตัว “ทรัมป์” ไม่ได้บอกครับว่าจะเอาเงินมาจากไหนแจกประชาชน บอกเพียงว่า “…ประเทศของเรากำลังสร้างรายได้มหาศาล…”
แต่คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายน่าจะสูงถึง ๑ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ร่วมๆ ๓๓ ล้านล้านบาท!
เทียบกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๗๐ ของประเทศไทย ตั้งวงเงินไว้ที่ ๓.๗๘๘ ล้านล้านบาท
อเมริกามั่งคั่งจริงๆ!
การปราศรัยของ “ทรัมป์” ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เช่น…
“…ผมขอให้พวกคุณลองจินตนาการว่าผมอยู่ในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย…”
มันคล้ายๆ โชว์รูปหัวหน้าพรรคคู่กับผู้สมัคร สส.ของพรรค
“ทรัมป์” ยังบอกว่า
“…ราคาอาหารและสินค้าเกือบทุกอย่างกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญ ราคาน้ำมันจะลดลงทันทีที่เราชนะสงครามกับอิหร่าน ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้…”
รวมไปถึง
“…ถ้าพวกเขาชนะ ประเทศนี้จะกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์…”
ถึงขั้นที่ “ทรัมป์” ต้องปลุกผีคอมมิวนิสต์กันเลยทีเดียว
ทำไม “ทรัมป์” ต้องพูดในสิ่งที่ ผู้นำสหรัฐคนก่อนๆ แทบไม่เคยนำมาหาเสียงกันเลย
นั่นเพราะผลสำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่า คะแนนความนิยมของ “ทรัมป์” อยู่ในระดับต่ำกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์
เนื่องจากชาวอเมริกันเริ่มไม่พอใจมากขึ้นเกี่ยวกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น
รวมทั้งสงครามที่ “ทรัมป์” ไปเริ่มขึ้นกับอิหร่าน และไม่มีแนวโน้มว่าจะจบลงเมื่อไหร่
เรื่องปลุกผีคอมมิวนิสต์ “ทรัมป์” เคยกล่าวหา “กมลา แฮร์ริส” เป็น “คอมมิวนิสต์” มาแล้ว
มันมีที่มา…
เกิดจากข้อเสนอของ “กมลา แฮร์ริส” ที่เรียกร้องให้สั่งห้ามธุรกิจอาหารโก่งราคาหรือขึ้นราคาสินค้าตามใจชอบ ในหมวดอาหารที่ราคาพุ่งสูงจากเงินเฟ้อ
ระบอบทุนนิยมมองว่านี่เป็นการตรึงราคาสินค้า
แต่ “ทรัมป์” โจมตีว่านี่เป็นเหมือนนโยบายของเวเนซุเอลาและอดีตสหภาพโซเวียต
เป็นคอมมิวนิสต์!
อเมริกาเคยกลัวคอมมิวนิสต์จนขนหัวลุกมาแล้ว
มันเกิดขึ้นหลังการปฏิวัติบอลเชวิกในรัสเซียในปี ๒๔๖๐ ทำให้สังคมอเมริกันหวาดกลัวว่ากลุ่มแรงงานจะลุกฮือปฏิวัติ
นำไปสู่การจับกุมและเนรเทศผู้ต้องสงสัยว่าเป็นฝ่ายซ้ายหลายพันคน
เกิดลัทธิแมคคาร์ธี ในช่วงสงครามเย็น สมาชิกวุฒิสภา โจเซฟ แมคคาร์ธี กล่าวหาว่ามีคอมมิวนิสต์แทรกซึมในรัฐบาล
เกิดการล่าแม่มด กลั่นแกล้ง และขับไล่ผู้บริสุทธิ์หรือข้าราชการจำนวนมาก
ครับ…การเมืองอเมริกาก็คล้ายไทยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ดูเหมือนว่าการเมืองไทยเหลื่อมๆ การเมืองอเมริกาอยู่นิดหน่อย
แทนที่รัฐบาลจะเอาประเด็นอ่อนไหวมาโจมตีฝ่ายตรงข้าม
ปลุกผีคอมมิวนิสต์เหมือนในอดีต แต่ไม่ใช่ครับ
กลายเป็นว่าฝ่ายค้านเป็นฝ่ายเอามาโจมตีรัฐบาล
“ระบอบสีน้ำเงิน” วันนี้ติดตลาดแล้ว
พูดทุกวัน โยงทุกวัน จนสาวกพรรคส้มเชื่อไปแล้วครับว่า คดีฮั้ว สว.โยง “เบื้องบน”
การพูดคลุมๆ ว่า “เบื้องบน” คือมุกเก่าๆ ที่พรรคส้มถนัดใช้มานานแล้ว
พูดเอาไว้ครึ่งๆ กลางๆ
พอให้อธิบายให้ชัดก็บอกว่า “เนวิน” บ้าง “บุรีรัมย์” บ้าง
แต่ ด้อมส้ม ไปไกลกว่านั้น ซึ่งพรรคส้มก็รู้เรื่องนี้ดี
นี่คือการเมือง คือการต่อสู้เพื่อให้ได้อำนาจ และเพื่อรักษาอำนาจ
เอาไว้วันหนึ่งหากพรรคส้มมีโอกาสเป็นรัฐบาล การเมืองจะเดือดกว่าวันนี้มากนัก
สาเหตุเพราะ “ระบอบสีน้ำเงิน” ตามหลอน
น้ำเงิน จะกลืน ส้ม โดยที่ส้มต้องยอมรับสภาพ
เท่ากับการนำแม่สีหลักทั้ง ๓ สี แดง, เหลือง, น้ำเงิน มาผสมกัน
ผลลัพธ์คือ “สีน้ำตาล”
ในทางจิตวิทยา สีน้ำตาล เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือ
แต่ถ้ามากเกินไปก็อาจเป็นสัญลักษณ์ของความเศร้า ความผุพัง ได้เช่นกัน
ฝันไปล่วงหน้าเลยครับ
ไม่ยูโทเปีย ก็ดิสโทเปีย.
