เวสต์แบงก์: เมื่อการยึดครองไม่ได้เกิดขึ้นด้วยสงครามเพียงอย่างเดียว

เรียบเรียงบทความโดย ดร.จิระโรจน์ มะหมัดกุล

รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะการทูตและการต่างประเทศ

มหาวิทยาลัยรังสิต

หากพูดถึงปาเลสไตน์ วันนี้หลายคนคงนึกถึงภาพสงครามในฉนวนกาซาเป็นอันดับแรก เพราะเป็นพื้นที่ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อทั่วโลกแทบทุกวัน แต่ในความเป็นจริง ดินแดนปาเลสไตน์ประกอบด้วย 2 พื้นที่หลัก คือ ฉนวนกาซา (Gaza Strip) และ เขตเวสต์แบงก์ (West Bank) ซึ่งทั้งสองพื้นที่ไม่ได้เชื่อมต่อกันทางภูมิศาสตร์ และมีบริบททางการเมืองและความมั่นคงที่แตกต่างกัน

ฉนวนกาซาเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มฮามาส และเป็นสมรภูมิของสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสมาตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ส่วนเวสต์แบงก์นั้น แม้จะไม่มีสงครามเต็มรูปแบบเหมือนกาซา แต่พื้นที่แห่งนี้ยังคงอยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล โดยมีการแบ่งการบริหารออกเป็น 3 เขต ได้แก่ Area A Area B และ Area C ตามข้อตกลงออสโล (Oslo Accords) ซึ่งแต่ละพื้นที่มีระดับการควบคุมของอิสราเอลและฝ่ายปาเลสไตน์แตกต่างกัน

หลายคนอาจคิดว่าเมื่อไม่มีสงครามใหญ่เหมือนในกาซา เวสต์แบงก์ก็น่าจะสงบกว่า แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่เช่นนั้น เพราะในขณะที่อิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในกาซา เวสต์แบงก์กลับกำลังเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการทิ้งระเบิดหรือการสู้รบโดยตรง แต่เกิดจากความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล (Israeli settlers) ที่อาศัยอยู่ในนิคมต่าง ๆ ภายในเวสต์แบงก์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชน และรัฐบาลหลายประเทศ ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย การเผาทำลายบ้านเรือนและทรัพย์สิน การข่มขู่คุกคาม หรือการขัดขวางไม่ให้ชาวปาเลสไตน์เข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง สิ่งที่น่าสนใจคือ นักวิชาการจำนวนมากไม่ได้มองเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงการกระทำของผู้ตั้งถิ่นฐานหัวรุนแรงบางคนเท่านั้น แต่ตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหล่านี้ กำลังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่เอื้อให้เกิดการขยายตัวของนิคมอิสราเอล และค่อย ๆ ผลักดันให้ชุมชนชาวปาเลสไตน์ต้องละทิ้งบ้านและที่ดินของตนเองหรือไม่

หนึ่งในนักวิชาการที่อธิบายประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจคือ อิลัน ปัปเป (Ilan Pappé) นักประวัติศาสตร์ชาวอิสราเอลเอง เขามองว่า การขยายตัวของนิคมชาวอิสราเอลในเวสต์แบงก์ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเองตามสถานการณ์หลังสงครามปี 1967 แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่รัฐอิสราเอลค่อย ๆ ขยายการควบคุมพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อครอบครองดินแดนให้มากที่สุด ขณะที่พื้นที่และการดำรงอยู่ของชาวปาเลสไตน์ค่อย ๆ ลดลง

ในมุมมองของปัปเป นิคมชาวอิสราเอล ด่านตรวจ ถนนที่สร้างขึ้นสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐาน รวมถึงกำแพงที่กระจายอยู่ทั่วเวสต์แบงก์ ไม่ได้มีความหมายเพียงเรื่องความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้พื้นที่ของชาวปาเลสไตน์ถูกแบ่งออกเป็นส่วนเล็ก ๆ และแยกขาดจากกัน จนยากที่จะพัฒนาเป็นรัฐที่มีดินแดนเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ เขายังมองว่าการขยายตัวของนิคมไม่ได้เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของผู้ตั้งถิ่นฐานเพียงลำพัง แต่เกิดขึ้นควบคู่กับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิสราเอลในหลายช่วงเวลา จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ข้อเท็จจริงบนพื้นที่” (facts on the ground) ซึ่งทำให้การผลักดันแนวทางการแก้ปัญหาแบบ สองรัฐ (Two-State Solution) เป็นเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อยๆ

มุมมองดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการและองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่ง พวกเขาชี้ให้เห็นว่า เมื่อชาวปาเลสไตน์ต้องเผชิญกับการคุกคามซ้ำ ๆ ประกอบกับการคุ้มครองจากรัฐที่ไม่เพียงพอ หลายครอบครัวจึงเลือกย้ายออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เมื่อเกิดขึ้นในหลายชุมชน ผลลัพธ์ก็คือพื้นที่บางส่วนค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป และเปิดโอกาสให้การขยายตัวของนิคมเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น รายงานของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA), Amnesty International, Human Rights Watch และ B’Tselem ได้บันทึกเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไว้เป็นจำนวนมาก

แน่นอนว่า รัฐบาลอิสราเอลไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่ารัฐไม่ได้สนับสนุนความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐาน และผู้ที่กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งยังให้เหตุผลว่ามาตรการด้านความมั่นคงในเวสต์แบงก์มีขึ้นเพื่อปกป้องประชาชนอิสราเอลจากการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงสำคัญในวงวิชาการและเวทีระหว่างประเทศว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในเวสต์แบงก์จะนำไปสู้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรและการเมืองของพื้นที่ในระยะยาวอย่างไร.

Written By
More from pp
โฆษก ศบศ. เผย เดินหน้าต่อ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์-สมุยพลัสโมเดล” ชี้คุมโควิดอยู่ ยึดแนวทางสร้างสมดุลงสุขอนามัยกับการส่งเสริมเศรษฐกิจ เล็งเปิดเกาะ“กระบี่-พังงา” ภายในส.ค. เชื่อนักท่องเที่ยวมั่นใจท่องเที่ยวไทย ลั่น“บิ๊กตู่” สั่งคุมเข้มติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เปิดเผยว่า
Read More
0 replies on “เวสต์แบงก์: เมื่อการยึดครองไม่ได้เกิดขึ้นด้วยสงครามเพียงอย่างเดียว”