วันเสาร์ที่ปลายซอย
“เขมรยึดสวนลุมฯ”
เขมรนี่…..
คำว่า “สันดานถ่อย”ใช้ไม่ได้
ต้องใช้คำว่า“สันดานเถื่อน”!
จะจ้วงจาบหยาบช้ากับไทยยังไงก็เป็นที่เข้าใจได้
แต่การที่นำสัญลักษณ์“ธงชาติไทย”ไปถักเป็นพรมเช็ดเท้านั้น ทำให้สงสัยว่าคนเขมร“เป็นคนประเภทไหน”?
ประเภท“มนุษย์…อมนุษย์…”หรือ“มนุสสติรัจฉาโน”คือ มนุษย์ผู้มีใจเหมือนสัตว์เดรัจฉาน!?
ท่านคงเห็นตามโซเชียลบ้างกระมัง ที่พวกเขมรมันถักพรมเช็ดเท้าเป็นรูปธงชาติไทยนั่นน่ะ
ผมเห็นมาหลายวันแล้ว
เมื่อวานพวกเขมรก็โพสต์ให้เห็นในโซเชียลอีก
ทาง“กระทรวงต่างประเทศ”น่าจะเตือนสติผ่านไปทาง “สถานทูตเขมรในไทย”บ้างนะ
ว่าเขมรไม่ควรประจาน“สันดานเถื่อน”ของคนในชาติตัวเองด้วยการกระทำเยี่ยงนั้น!
ตอนนี้ ข่าว“ ๗ คนลาว”ติดถ้ำ และทีมกู้ภัยไทยโดย“ปอนด์ จักกฤษณ์”เข้าไปลุยถ้ำ เพื่อช่วยชีวิตจนเป็นข่าวดังระดับโลกอยู่ขณะนี้
ก็มีโพสต์ถามมาจากคนเขมรว่า….
“ถ้ามีเขมรติดถ้ำเหมือนที่ลาว แล้วคนไทยจะไปช่วยมั้ย?
จากคำถามนี้ ก็มีคนเข้าไปแสดงความเห็นกันมากราย แต่ส่วนใหญ่จะไปในทางเดียวกัน ผมจะยกมาให้อ่านเป็นการผ่อนคลายในวันหยุด
ท่านแรก ผู้ใช้นามว่า“Sukanya Nang”บอกว่า
“รีบไปเลยค่ะ ปิดปากถ้ำให้ไวเลย”
อุ๊ย…คนสวย แต่ใจร้ายจังเบย!
ท่านต่อมา“โชติภัฏคพงษ์ พันธ์ภาคิน”ประสงค์จะช่วยว่า “ช่วยครับ ช่วยถมดินหน้าถ้ำ”
อย่างนี้ เขาเรียกว่า“ช่วยฝัง”ไม่ใช่ช่วยให้รอด
ท่านต่อมา“Yutthana Thongchuen”นอกจากไม่ไปช่วยแล้ว ยังฝากแมสเสจถึงคนที่จะไปด้วยว่า
“ใครไปกูจะด่า”
โถ..โถ..พ่อคุณ แค้นฝังหุ่นอะไรปานนั้น!
แต่สายโหดต้องขานี้เลย“มาร์โค โปโล”เมนท์ซะสยองขวัญ
“ลากสายไฟแรงสูงแช่ในน้ำ”
สงสัยตอนล่องเรือ“คุณมาร์โค โปโล”คงช็อตปลาในทะเลประจำ!
แต่ที่เป็นพ่อพระ ต้องยกให้เจ้านี้“ฟอร์เรสท์ กัมพ์”เขาบอกว่า
“ช่วยสิ…ช่วยสูบน้ำเข้าไปเยอะๆ”
สาธุ…ขอโมทนาด้วย แต่ช่วยแบบนี้ อยู่เฉยๆผมว่าได้บุญกว่านะ!
ที่เป็นสายนักพัฒนาเพื่อสังคม ต้องยกให้“โอ จิราพร ศิริวัฒนสกุล”ไม่รอช้า เสนอไอเดียทันทีเลยว่า
“ระดมหิน ทราย เหล็กและปูน ปิดปากถ้ำให้ไว”
กะทำฟาร์มเพาะไข่เหี้ย หวังรวยคนเดียวละซีท่า..แบบนี้!
คุณ”SilverPeapod3009”มาในแนวเดียวกับคุณโอ จิราพร คือบอกว่า
“ต้องช่วยครับ ในฐานะเพื่อมนุษย์ด้วยกัน ทางการไทยขอระดมปูนกระสอบ ปิดรูถ้ำครับ”
แค่ไทยปิดด่านเขมรยังจะตายโหง-ตายกระเทียม ถ้าต้องปิดรูถ้ำด้วย มิสูญสิ้นสกุลสัตว์ลิ้น ๒ แฉกหรือ?!
อีกราย พ่อ“ปู่ใหญ่ ทะเลใต้”บอกต้องรีบช่วย แต่ช่วยแบบ
“เรียกรถโม่ปูนมาอย่างด่วน”!!!
จะทำแบบสุสาน“จิ๋นซี ฮ่งเต้”ไปเปิดในอีกพันปีข้างหน้าอย่างนั้นละซีท่า!
เขมรกับไทย ไม่รู้ผูกชาติเวรกันมาต่างไหน ไทยมีแต่ช่วยเขมร แต่เขมรไม่เคยสำนึกรู้ คอยแต่แว้งกัดไทยทุกครั้ง ยามไทยมีปัญหา เป็นมาอย่างนี้ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาโน่นแล้ว
แต่ไทยก็ไม่เคยเข็ดที่จะช่วยเขมร
แล้วเขมรก็ไม่เคยหยุดที่จะแว้งกัดไทย!?
หลายคนยังหลงเข้าใจว่า“เขมร”คือ“ขอม”ไม่ใช่หรอกครับ ขอมนั้น เป็นชนชาติอารยะมีประวัติศาสตร์วัฒนธรรม รวมทั้งอักษร-ภาษาเป็นของตัวเอง
ส่วนเขมร เป็นพวก“กุลี-กรรมกร”ของขอม ไม่มีสกุลรุนชาติอะไร
เพียงแต่เป็นกรรมกรขนหินให้ชาวขอมสร้างปราสาทนครวัด-นครธม อยู่ไปนานๆเข้าเขมรกรรมกรก็สไตรค์ยึดเมืองขอมเป็นของตัวเอง
ในเผ่าพันธุ์เขมรไม่มีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอะไรเป็นของตัวเองเลย จึงเคลมเอาวัฒนธรรมขอมว่าเป็นของตัวเอง!
เคลมว่า“เขมรคือขอม”ปราสาทนครวัด-นครธมเป็นของเขมรสร้างยังไม่พอ ตอนเป็นเมืองขึ้นของไทย ศิลปวัฒนธรรม การร้อง-การรำ การแต่งกาย ต่างๆนานาๆ
เอาไปจากไทย คนไทยในวังเป็นผู้สอนให้ทั้งนั้น
ขนาดหมึกบันทึกประวัติศาสตร์ยังไม่ทันแห้ง แต่เขมรมันเนรคุณ เคลมซะแล้วว่า
ที่ร้อง ที่รำ ที่เต้น กระทั่งอาหาร การกิน ที่ไปจากไทย เขมรเป็น“เจ้าตำรับ”!?
จากสันดานนั้น เมื่อฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง จึงเปลี่ยนชื่อประเทศเขมรเป็น“Cambodia”
และสันดานชอบเคลมของชาติอื่นเป็นของตนแบบหน้าด้านๆนั่นแหละ
จึงมีชื่อใช้แทนกันอีกชื่อว่า“Claimbodia”!
เผลอๆ พระอาทิตย์ พระจันทร์ รวมทั้งแม่น้ำ มหาสมุทรต่างๆ วันดี-คืนดี เขมรอาจไปยื่นขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก ว่าเป็นมรดกของประเทศ Claimbodia ก็เป็นได้
ต่อมา เมื่อเขมรขึ้นชั้นเป็น“ศูนย์กลางอาชญากรรมทางไซเบอร์โลก”ก็ได้ชื่อเป็นสัญลักษณ์อีกชื่อว่า“Scambodia”!
ความที่เขมรเป็นสัตว์เนรคุณ เลี้ยงไม่เคยเชื่องนี้ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
“พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา”ฉบับ“หลวงประเสริฐอักษรนิติ์” ระบุว่า
“สมเด็จพระนเรศวร ตีเมืองละแวก ๒ ครั้ง ครั้งแรก พ.ศ. ๒๑๒๙ และครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๑๓๖
สาเหตุที่สมเด็จพระนเรศวรไปตีเมืองละแวกนั้น สันนิษฐานว่า ยามอยุธยาเข้มแข็ง เขมรก็มาประจี๋ประจ๋อ นวดขา จับกระษัยไทย
แต่ยามใดอยุธยามีข้าศึกมารุกประชิดติดพัน
เขมรก็มักฉวยโอกาสยกทัพมาลอบกัดอยุธยาหลายครั้ง
ครั้นเมื่อมีโอกาส ยามว่างศึก
“สมเด็จพระเนรศวร”จึงยกกองทัพไปตบกระบาลสั่งสอนพระยาละแวก
ดังความในพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุ
“…ความแค้นของเราดังว่าเสี้ยนยอกอยู่ในพระอุระมิหายเลย และครั้งนี้ แผ่นดินเป็นของเราแล้ว
เราจะยกไปแก้แค้นเอาโลหิตพระยาละแวกล้างบาทาเสียให้จงได้…”
และ“…สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า
“เมืองตะนาวศรี เมืองมะริต เมืองทวาย เมืองเชียงใหม่นั้น เป็นของเราอยู่แล้ว
เห็นศึกหงสาวดีจะห่างลง
จำจะยกไปแก้แค้นพระยาละแวกให้ได้…”
นั่นสมัยอยุธยา พอถึงสมัย“ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์”เขมร ตกเป็นประเทศราชของสยาม
โดยสยามคอยช่วยเหลืออุปถัมภ์เจ้านายเขมรที่ลี้ภัยการเมืองมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร และส่งกองทัพไปช่วยเหลือรบกับญวน ที่พยายามขยายอิทธิพลมาครอบงำ
แต่ไทยต้องเสียดินแดนเขมร เสียมราฐ,พระตะบอง,ศรีโสภณให้ฝรั่งเศส ในยุคฝรั่งเศสเข้ามาแสวงหาอาณานิคม ในสมัยรัชกาลที่ ๕
จนมายุคปัจจุบัน เขมรซึ่งเหมือนงูเห่า“เลี้ยงไม่เชื่อง”พอได้ไออุ่น ก็จะฉกกัด
ในช่วงปี ๒๕๑๘-๒๕๒๓ ที่เขมรถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุคเขมรแดงและสงครามกลางเมือง และแตกกระสานซ่านเซ็นหนีตายเข้ามา
ไทยได้แสดง“มนุษยธรรมน้ำใจ”ครั้งใหญ่
โดยการเปิดค่ายพักพิงชั่วคราวให้ตามแนวชายแดน เช่น ที่จังหวัดสระแก้ว และศูนย์ราชการุณย์ รองรับและช่วยเหลือชีวิตชาวเขมรนับล้านคน!
ให้อยู่ แทนที่จะสำนึก พอนานๆไป ก็ทึกทักเอาแผ่นดินที่ไทยให้อาศัยซุกหัวนอนว่าเป็น“แผ่นดินของเขมร”
ประกอบกับรัฐบาลไทยไม่อินังขังขอบ บางรัฐบาลไปมีผลประโยชน์กับผู้นำเขมร
ก็ปล่อยให้เขมรรุกล้ำดินแดนเข้ามาเรื่อยๆทางอีสานใต้ ทางตะวันออกไปยันตราด ไม่มีการกวดขัน หวงแหนแผ่นดิน
จนมาในยุครัฐบาล“เศรษฐา-แพทองธาร”หมูกำลังจะหาม ขุดพลังงานในอ่าวไทยตรงเกาะกูดแบ่งกัน ๕๐/๕๐
ด้วยเทวบันดาลให้มีคลิปเสียง“อังเคิลฮุนกับหลานอุ๊งอิ๊ง”หลุดออกมา
“….แม่ทัพภาคที่ ๒ ไม่ใช่พวกเรา ไม่ต้องไปฟัง อังเคิลอยากได้อะไร บอกมา เดี๋ยวหลานจะจัดการให้หมด”!
นายกฯไทยเป็น“ไส้ศึก”ให้เขมร มันก็เลยพัง ทหารปิดด่าน ถล่มกันตูมตาม มา ๒ ยกแล้ว และยกที่ ๓ “ยกสุดท้าย”กำลังจะตามมา
นี่คือ“พงศาวสันดานเขมร”เลี้ยงหมู-เลี้ยงหมา ยังเชื่อง แต่เลี้ยงเขมร ไม่เคยเชื่อง
ฉะนั้น ที่ถามข้างต้นว่า“ถ้าเขมรติดถ้ำ ไทยจะช่วยเหมื่อนที่ช่วยลาวมั้ย”นั้น จึงมีเสียงแทบเอกฉันท์ว่า
“ช่วย…แต่ช่วยเอาปูนไปปิดปากถ้ำน่ะ”!
สำหรับเมืองไทยนั้น มี“เรื่องเดียว”ที่เจ็บแล้วจำ นำไปเป็น “บทเรียน”ในทางแก้ไขที่ล้ำค่าถึงทุกวันนี้
คือ บทเรียนจาก”ต้มยำกุ้ง”ปี ๒๕๔๐ ทำให้สถาบันการเงินต้องตั้งสำรอง ๑๐๐% ทำให้สถาบันการเงินไทยได้รับยกย่องว่าเสถียรมาตรฐานโลก!
นอกจากนี้แล้ว ไม่มีอะไรที่ไทย“เจ็บแล้วจำ”!?
แต่กับเขมรคราวนี้ ดูท่าแล้ว….
ตราบที่รัฐบาลอนุทินยังอยู่ ไทยจะไม่เป็น“ม้าอารี”ให้เขมรอีกแน่ นั่นคือ“ด่านไม่เปิด…และไม่ช่วยเหลือใดๆ ในทุกกรณี”!
“เปิดที่เดียว”คือที่…
“สวนลุมพินี”
เปิดให้เหี้ย”ต้นสกุลเขมร”ลากหางยั้วเยี้ยอยู่ได้ตามสบาย
แต่กับ“คนเขมร”ไม่เปิดให้แน่นอน”!
-เปลว สีเงิน
๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙
