ผักกาดหอม
ศึกฮั้ว สว.นี่ดุเดือดจริงๆ
เล่นกันทุกเม็ด!
เรื่องที่ดีเอสไอ ไปแจ้งความกับกองปราบฯ หาคนผิดกรณี สำนวนสอบสวนคดีฮั้ว สว.หลุด ย่อยกันให้ดีนะครับ
เบื้องต้นคนนำข้อมูลออกมาก็คนที่ทำงานในดีเอสไอนั่นแหละครับ
เพราะคนนอกไม่มีทางเข้าถึงข้อมูล
และที่มีชื่อ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการบริหาร iLaw ถูกแจ้งความรวมอยู่ด้วยนั้น ถกเถียงกันหนักมากว่า ดีเอสไอ สามารถเอาผิดคนเปิดข้อมูลได้หรือไม่
นักกฎหมายชำแหละประเด็นนี้กันเยอะครับ
บ้างก็ว่าเจ้าหน้าที่ ที่เอาข้อมูลออกมามีความผิด คนที่นำมาเผยแพร่ก็มีความผิด
บ้างก็ว่าคนที่นำไปเผยแพร่ ไม่ใช่เจ้าพนักงาน ไม่มีความผิด
“วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ” อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา สรุปประเด็นนี้ไว้น่าสนใจครับ
“…การแจ้งความของ DSI ในวันนี้ ถือเป็นสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในการปกป้องความลับในกระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของคดีนี้ไม่ใช่การตั้งคำถามว่า ‘ใครเป็นคนเอาสำนวนไปเผยแพร่ต่อสื่อ?’ แต่คือการตั้งคำถามว่า ‘เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดเป็นคนทำให้ความลับหลุดออกจากการควบคุมของรัฐเป็นคนแรก?’
พนักงานสอบสวนต้องแยกแยะระหว่าง ‘ตัวการต้นทาง (คนใน)’ กับ ‘ผู้เผยแพร่ปลายทาง (คนนอก)’ ออกจากกันอย่างรัดกุม
การเหมาเข่งกล่าวหาผู้เผยแพร่ข้อมูลว่าเป็นผู้สนับสนุนการทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไร้หลักฐานการร่วมมือกันล่วงหน้า ไม่เพียงแต่จะขัดต่อหลักโครงสร้างกฎหมายอาญาอย่างร้ายแรง แต่ยังอาจถูกมองว่าเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อฟ้องปิดปาก (SLAPP) ภาคประชาสังคมหรือไม่
อีกทั้งพึงพิจารณาว่า หากการเปิดเผยนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโปงการทุจริตครั้งมโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ถึงขนาดปล้นประเทศ และทำลายหลักนิติธรรม จะเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาที่ต้องพยายามนำบุคคลเหล่านั้นมารับโทษหรือไม่…”
“…มาตรา ๑๖๔: เจ้าพนักงานเปิดเผยความลับในราชการ (โทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
มาตรา ๓๒๒ และ ๓๒๓: การเปิดเผยความลับ/เอกสารปิดผนึกของผู้อื่น (โทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
มาตรา ๑๖๔ ใช้เอาผิดได้เฉพาะ ‘เจ้าพนักงาน’ เท่านั้น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๔ มีองค์ประกอบที่สำคัญ ๔ ส่วน คือ
๑) ผู้กระทำต้องเป็น เจ้าพนักงาน
๒) รู้หรืออาจรู้ ความลับในราชการ
๓) เปิดเผยให้ผู้อื่นล่วงรู้
๔) การเปิดเผยต้องเป็นการกระทำ อันมิชอบด้วยหน้าที่
องค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๑๖๔ จึงเป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดต้องมีสถานะเป็น “เจ้าพนักงาน” ผู้มีหน้าที่รู้หรืออาจรู้ความลับในราชการ แล้วกระทำโดยมิชอบด้วยหน้าที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้น
ความเสี่ยงของ iLaw / นายยิ่งชีพ: ในข้อหาตาม มาตรา ๑๖๔ โดยตรงนั้น มีความเสี่ยงเท่ากับศูนย์ เนื่องจากนายยิ่งชีพและทีมงาน iLaw เป็นประชาชนและภาคประชาสังคม ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
มาตรา ๑๖๔ ไม่ใช่บทบัญญัติที่ครอบจักรวาลว่า ‘ใครก็ตามที่เผยแพร่เอกสารลับมีความผิด’ แต่เป็นความผิดเฉพาะตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น
ถอดบทเรียนจากบรรทัดฐานคำพิพากษาศาลฎีกา
เมื่อนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่สำคัญ ๒ ฉบับมาจับกับกรณีนี้ จะเห็นทิศทางของคดีได้อย่างชัดเจน:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๓๓๔/๒๕๓๑ (หลักผู้เสียหายโดยนิตินัย):
หลักการ: ศาลฎีกาวางหลักว่า ความผิดตาม มาตรา ๑๖๔ เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เจตนารมณ์มุ่งคุ้มครองประโยชน์ของทางราชการ ดังนั้น “หน่วยงานรัฐเจ้าของเอกสารเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย” (เอกชนที่ถูกสอบสวนแม้จะเดือดร้อนแต่ไม่ใช่ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๔))
การนำมาใช้: การดำเนินคดีข้อหานี้ เอกชนฟ้องเองได้ยาก ต้องให้หน่วยงานรัฐ (DSI) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการให้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ซึ่ง DSI ดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๙๔/๒๕๓๖ (ขอบเขตหน้าที่เจ้าพนักงาน & ผู้สนับสนุน)…”
ครับ…ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๔ เอาผิดเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น
แล้วประชาชนที่นำสำนวนสอบสวนมาเปิดเผย ไม่มีความผิดอย่างนั้นหรือ
ต้องไปดูเจตนารมณ์ของกฎหมายครับ
กฎหมายห้ามเจ้าพนักงานนำสำนวนการสอบสวนมาเผยแพร่ ก็เพื่อคุ้มครองกระบวนการยุติธรรมและสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง เป็นเหตุผลหลักที่กฎหมายกำหนดไว้
เป็นการป้องกันการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะหากเปิดเผยข้อมูลหรือพยานหลักฐานก่อนการสอบสวนเสร็จสิ้น ผู้ต้องหาหรือผู้เกี่ยวข้องอาจทำลาย ซ่อนเร้น หรือข่มขู่พยานได้
การคุ้มครองสิทธิและชื่อเสียงของผู้บริสุทธิ์ก็ต้องเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง
ในชั้นสอบสวนยังไม่มีการพิสูจน์ความผิดตามกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลอาจทำให้สังคมตัดสินไปก่อน และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง
หากสุดท้ายแล้วบุคคลนั้นไม่ถูกฟ้อง
หรือศาลยกฟ้อง!
รักษาความลับและประสิทธิภาพในการทำงาน ป้องกันไม่ให้รูปคดีเสีย และให้พนักงานสอบสวนหรืออัยการสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาคดีได้อย่างอิสระ
ปราศจากแรงกดดันจากกระแสสังคม
ฉะนั้นเอกสารราชการหลุดเจ้าพนักงานผิดแน่ๆ
ส่วนประชาชน ผิดหรือไม่ผิด ผลจากข้อมูลหลุดไม่มีอะไรต่าง
สร้างความเสียหายได้เหมือนเดิม
ครับ…เอาไว้เป็นข้อมูลในการ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ.
