25 สิงหาคม 2569- ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึง กรณีศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อยื่นแก้ไขมาตรา 112 ว่า มีการวางแนวทาง อย่างไรบ้างว่า
ในภาพรวมไม่ได้ต่างจากเดิม โดยตนอยากยืนยันในความบริสุทธิ์ของพวกเรา เราเพียงแค่ใช้อำนาจหน้าที่ของเราในฐานะสส. ส่วนเนื้อหารายละเอียดของคดีนั้นทาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชนและฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชนได้ดำเนินการทุกอย่างอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ตนไม่ได้มีความคิดเห็นเพิ่มเติมอะไรเป็นการเฉพาะ และอยากโฟกัสกับการทำงานในสมัยการประชุมนี้มากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อมูลใหม่ที่จะฮึดสู้ในชั้นศาลหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชนตอบว่า โดยส่วนใหญ่ข้อมูลพยานหลักฐานมีการเตรียมความพร้อมเอาไว้ตั้งแต่ตอนต้นอยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่ามีอะไรที่เป็นสาระสำคัญแต่ ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เราได้มีการยื่นแก้ไขกฎหมายในส่วนนี้ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นความผิดอะไรในการใช้อำนาจของสส. จริงๆ อยากให้มองอีกมุมหนึ่งคือว่า สิ่งที่เราต้องการ คือเราต้องการประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตย สส.ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ อีกด้านหนึ่งเราอยู่ในระบบการเมืองทั้งตัวรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และกลไกทางกฎหมาย กำลังถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทางการเมืองในการทำให้คู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งทางการเมือง ผู้ที่มีอำนาจใช้กลไกเหล่านี้มาทุบทำลาย คู่ตรงข้ามทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งถ้าเห็นตรงปัญหานี้ตรงกันหนึ่งในวาระ ที่พรรคประชาชนเตรียมจะผลักดันในสมัยการประชุมนี้คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.ป. พรรคการเมือง รวมถึงเรื่องอื่นๆ ไปจนถึงคดีโกงเลือกสว.ด้วยเช่นกัน ซึ่งอยากจะให้ทุกคนช่วยจับตาและส่งเสริมเยอะๆ
เมื่อถามว่ามีความมั่นใจหรือไม่ในการเตรียมรับมือว่าจะสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ถูกตามกฎหมายหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มั่นใจเพราะอย่างที่บอกว่าตัวรูปคดีหลักๆ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงและเรายังเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมา การใช้อำนาจหน้าที่ของพวกเราในฐานะสส.ตั้งแต่วันแรกที่มีการยื่นร่างกฎหมายนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่ได้เสียสมาธิจากวาระหลักๆ ที่เราอยากจะผลักดันในสมัยการประชุมนี้.
