แพทยสภา “ไส้เลื่อน” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

ธรรมชาติกำลัง “เปลี่ยนโลก”

ไทยก็เปลี่ยน

เปลี่ยนจาก “ไทย-เมืองพุทธ” พิสุทธิ์งาม ไปเป็น “ไทย-เมืองอบายมุข” ด้วยพนันออนไลน์และกาสิโนสถาน

เปลี่ยนจากเชิดชูคนดีให้มีอำนาจสร้างบ้านแปงเมือง ไปเป็นเหยียบคนดีให้จม แล้วชูคนอัปปรีย์ให้มีอำนาจ กินบ้าน-โกงเมือง!

แล้วประเทศโดยรัฐบาล thirty % บริหาร จะอยู่รอดไปจนถึงได้ขึ้นศตวรรษที่ ๒๑ มั้ยเนี่ย?!

เดือนเมษา.นอกจาก “วันสงกรานต์” ที่คนไทยใจรอแล้ว มีอีกวันที่ระริกใจจ่อ คือวันที่ ๑๐ เมษา.

เพราะวันนี้ “ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี” ประธานอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจแพทยสภา บอกว่า กรณีทักษิณ “นักโทษเทวดา” ชั้น ๑๔ สอบสวนเสร็จแล้ว

“คณะกรรมการบริหารแพทยสภา” จะตัดสินผลตรวจสอบวันที่ ๑๐ เมษา.!

แต่แล้ว เมื่อวาน (๔ เม.ย.๖๘) ทุกคนที่ตั้งตารอ ต่างก็ต้องคอตกเพราะเกิด “อาฟเตอร์ช็อก” ขึ้น โดยไม่คาดฝัน ตามประกาศนี้

……………………………………………………………………

ประกาศคณะกรรมการบริหารแพทยสภา

ตามที่แพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียน ให้มีการตรวจสอบจริยธรรมทางวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ

ที่ให้การดูแลรักษา นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาสอบสวน และมีข่าวแพร่ไปว่า จะมีการพิจารณาตัดสินผลการตรวจสอบ ในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ นั้น

เนื่องจากในขณะนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะถึงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘

ทางคณะอนุกรรมการสอบสวนของแพทยสภา ได้รายงานต่อคณะกรรมการบริหารแพทยสภา ว่า

ได้รับเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ หน่วยงานดังนี้

๑.เอกสารจากโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งส่งเอกสารมาเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ และแพทยสภาได้รับเอกสารดังกล่าวในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๘

๒. เอกสารจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งส่งเอกสารมาเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘  และแพทยสภาได้รับเอกสารดังกล่าวในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๘

เอกสารจากทั้ง ๒ หน่วยงานมีจำนวนมาก ทำให้กระบวนการพิจารณาจากข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวต้องใช้เวลามากขึ้น

ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการแพทยสภาจึงไม่สามารถสรุปผลการตัดสินได้ทันวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘

ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ จึงยังไม่มีการบรรจุเรื่องการพิจารณาของแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ

       จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน

       คณะกรรมการบริหารแพทยสภา

       วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๘

       …………………………………………..

ทำเอา “อึ้งกิมกี่” กันไปทั้งพาราสาวะถี ค่าที่ว่า ท่ามกลาง ผุกร่อนทางศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรอำนาจต่างๆ ของรัฐ

ก็เหลือ “แพทยสภา” นี่แหละ

ที่เป็นที่หวังของสังคมชาติในทางสุจริต-ซื่อตรง ว่าในการทำหน้าที่ จะไม่ยอมให้อำนาจและอามิสใดๆ มามีอิทธิพลเหนือ เพื่อบิดสัตย์ธรรมเป็นอสัตย์ธรรม

โดยเฉพาะกับตัวคนเป็นประธานอนุกรรมการสอบคือ “คุณหมออมร” ความเชื่อถือในตัวท่านจากสังคมชน “สูงมาก”

แต่เมื่อหน้ามือเป็นหลังมือฉับพลันเช่นนี้….

ทุกคนที่กำลังคลายช็อกจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ ๒๘ มีนา.ก็ต้องช็อกต่อ!

ศรัทธาในแพทยสภาและคุณหมออมรที่เคยมั่น เริ่มสั่นคลอนด้วยฉงนว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถูก “ไวรัสไอ้วายร้าย” มันระบาดใส่หรือไฉน จึงเป็นไปได้ถึงขนาดนี้!?

๑๖ ธันวา.๖๗ คุณหมออมร กรรมการแพทยสภา ในฐานะประธานอนุกรรมการสอบสวน ชุดเฉพาะกิจ ทำหนังสือถึงแพทย์ใหญ่รพ.ตำรวจและรพ.ราชทัณฑ์ ขอความเห็นและหลักฐานการรักษานายทักษิณ

ขีดเส้นตาย ให้ส่งเอกสารการรักษาทั้งหมดมาให้ภายในวันที่ ๑๕ มกรา.๖๘  วันที่ ๑๖ มกรา. คุณหมออมร ก็เรียกประชุมคณะสอบสวน

๒๖ มีนา.๖๘ ก่อนแผ่นดินไหว ๒ วัน คุณหมออมรไหวก่อน โดยบอกว่าสอบเสร็จแล้ว ๙๙.๙๙%

จะเสนอผลสอบให้แพทยสภาชุดใหญ่ตัดสินวันที่ ๑๐ เมษา.

“ข้อมูลที่อนุกรรมการสอบสวนทำการตรวจสอบ ถือว่าครบถ้วนเท่าที่จะสอบสวนวินิจฉัยในชั้นอนุกรรมการ

ในส่วนของเวชระเบียนการรักษาตัวผู้ป่วย รพ.ตำรวจ ก็ส่งข้อมูลมาให้ในส่วนที่จะส่งมาได้

อนุกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่าสามารถดำเนินการได้แล้วในส่วนของอนุกรรมการ ก็เพียงพอที่จะพิจารณาได้ รพ.ตำรวจก็ส่งข้อมูลต่างๆ ตามที่อนุกรรมการส่งเรื่องไปให้ส่งมา เขาก็ส่งมาให้หมด

รวมถึงตัวแพทย์รพ.ตำรวจ ก็เดินทางมาชี้แจงกับอนุกรรมการหมด คนที่เกี่ยวข้องที่ถูกร้องก็มาชี้แจงกับอนุกรรมการหมดทุกคน”

นี่คือคำพูดของคุณหมออมรกับนักข่าว เมื่อ ๒๖ มีนา.

อ้าว….แล้วไง?

เมื่อวาน ๔ เมษา. อนุสอบฯ ถึงอ้าง “ได้รับเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ หน่วยงาน”

เป็นเหตุให้แพทยสภาไม่สามารถสรุปผลการตัดสินได้ทันวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘!?

ฟังแล้วทั้งขัดแย้งในคำพูดคุณหมออมรเองที่บอก “เนื้อหาการสอบสวน เราทำได้ครบเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว”

“ทั้งแพทย์ใหญ่-คณะแพทย์ก็มาชี้แจงแล้ว”

อีกทั้งการส่งเอกสารข้อมูลมันเลยกำหนดให้ส่งไปแล้วตั้ง ๒ เดือน แต่มาส่งเอาตอนใกล้จะตัดสินอีก ซึ่งผิดระเบียบ แต่ก็ยังรับแล้วใช้เป็นข้ออ้าง “เลื่อนการตัดสิน” ออกไปไม่มีกำหนด

ก็ไม่ได้บอกนะว่า…เอ๊ะ มันชักส่ออาการยังไงๆ ชอบกลนะ!

เพียงแต่อยากบอกว่า การประกาศเลื่อนของแพทยสภานี้ ประชาชน “ไม่สบายใจ”

นอกจาก “ไม่สมเหตุ-สมผล” แล้ว ตามประกาศนี้ เท่ากับเลื่อนไปไม่มีกำหนดว่าจะเสร็จ จะตัดสินชี้ขาดได้เมื่อไหร่ วันไหน?

มันเวิ้งว้างในยุคที่ “อสัตย์ชาติ” มีอำนาจเหนือรัฐบาล หรือคน

ราชการ เหนือองค์กร-สถาบัน

ทั้งไม่มีอะไรเป็นมาตรฐานให้ยึดว่า พอบอกจะตัดสินวันไหนรพ.ตำรวจหรือราชทัณฑ์ จะไม่มี “ข้อมูลใหม่” มายื่นให้พิจารณาอีก

และแพทยสภาจะไม่เลื่อนการตัดสินออกไปอีก เป็นครั้งที่ ๒ ที่ ๓ จนถึงครั้งที่ ๑๐๐!?

นี่เป็นอาการสั่นไหวทางสังคมในยามบ้านเมืองแทบไม่เหลืออะไรให้ยึดในทางยุติที่เป็นธรรม

แต่ผมยังเชื่อในแพทยสภา เพราะเป็นสถาบันเดียวที่ผมได้ยินคำว่า “จรรยาบรรณ” ควบคู่มากับคนในวิชาชีพนี้โดยตลอด

เพื่อศรัทธาและเชื่อมั่นในแพทยสภาที่มั่นคง

แพทยสภา ควรบอกกำหนดเวลาว่า จะให้อนุฯ สอบกี่วันและวันไหนต้องส่งให้แพทยสภาตัดสินชี้ขาด

ถ้าเลื่อนลอยในเงื่อนไขเวลาตามประกาศ บอกได้คำเดียวว่า แพทยสภา ความน่าเชื่อถือ ก็ไม่ต่างสภาผู้แทนยุค “หมาในคอก”!

สภายุคหมาในคอก ต่อให้แผ่นดินไหวจนฟ้าถล่ม-ดินทลาย ต่อให้ผู้คนล้มตายถมทับ

สิ่งเดียวที่มันมุ่งมั่นต้องทำ คือ

ออกกฎหมาย “ตั้งบ่อนกาสิโน-พนันออนไลน์” โดยไม่แยแสผู้คนทั้งเมืองที่ค้านคัดและก่นด่า ว่าไอ้สัตว์กะหมาตัวนั้น มันจะพล่ายำประเทศไปถึงไหน?

มันทั้งฮึกเหิม ทั้งกระหยิ่มยิ้มย่อง ว่า ม็อบจุดให้ตายก็จุดไม่ติด ไม่มีคนรักบ้าน-รักเมืองที่ไหนออกมาหรอก วันนี้ มีแต่คนภักดีและสยบอยู่ใต้ตีนนายมันทั้งนั้นแหละ

ขนาด “อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์”

ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ออกแถลงการณ์

“…สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอยืนยันเจตนารมณ์ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในการแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนักแน่น

และขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้โปรดทบทวน ยุติ ระงับ(ร่าง) พระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว

เพราะการอนุญาตให้มีการพนัน และการมีกาสิโน จะนำพาชีวิตผู้คนในสังคมไปสู่ปัญหาเชิงสังคมอีกมากมาย

การติดพนันของประชาชน จะนำไปสู่ปัญหาทางการเงินและหนี้สิน ปัญหาอาชญากรรม การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ การถูกล่อลวง

รวมไปถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มเด็กๆ และเยาวชน ตลอดจนปัญหาสังคมต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาอีกมากมายและรุนแรงในสังคมไทย”

ที่ประชุม “ราชบัณฑิต” ถึงขั้นมีมติว่า ต้องการให้รัฐบาลยุติการนำเสนอร่างกฎหมายเข้าสภา ด้วยเหตุผลว่า

“กรณีของประเทศไทย ความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่

ยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ มีข้อบกพร่องและปัญหาการทุจริตอยู่มาก

จากอดีตถึงปัจจุบันก็ยังมีปัญหาเรื่องบ่อนเถื่อนและการพนันออนไลน์ที่ไม่สามารถดำเนินการปราบปรามให้เกิดผลได้และยิ่งจะมีปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งหมดนี้ ถือได้ว่าเป็นปัญหาทางสังคมที่จะทวีมากขึ้นและยากที่จะแก้ไขและจะตามมาด้วยความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

รายได้ที่ประเทศจะได้จริงตามที่คาดไว้ ก็จะลดน้อยลงและอาจมีผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจ ของผู้ประกอบการตลอดจนความเสื่อมโทรมของเมืองพื้นที่กาสิโนและชุมชนตามมาเป็นลำดับ

ในประการสำคัญ อาจจะกลายเป็นปัญหาในระดับชาติและเป็นชนวนของความขัดแย้งของคนในสังคม….”

“หากยังจะเสนอเข้าสู่สภาฯทางราชบัณฑิตสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง

ขอส่งตัวแทนเข้าไปชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วย”

ไม่เพียงแค่นี้ ยังมีกลุ่มเพื่อนมหิดลเพื่อสังคม, ชมรมแพทย์อาวุโส และบุคลากรทางการแพทย์

๑๙๑ อดีตสว., มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน, รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ในฐานะตัวแทนนิสิต นักศึกษาและนักวิชาการส่วนหนึ่ง

ยังไม่รวมประชาชนตามจังหวัดต่างๆ ที่สังสัญญาน “ต่อต้านคัดค้าน” พรบ.กาสิโนผ่านทางโซเชียลมีเดีย พูดได้ว่า ทุกหมู่เหล่าไม่มีใครเอากาสิโน!

ที่เป็นกองทัพหน้าในเรื่องนี้ ต้องยกให้ คปท., ศปปส., กองทัพธรรม นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน และอีกหลายท่าน

พุธที่ ๙ เมษา.รัฐบาลเพื่อไทย ถือดีในเสียงข้างมาก จะเข้าหักหาญเอากฎหมายกาสิโนผ่านสภา สู่การตั้งบ่อน-พนันออนไลน์ให้สำเร็จ

ก็ดูกัน ว่าเสียงรัฐบาลในคอกหมาหรือว่าเสียงมหาชนนอกสภา ใครจะแน่กว่ากัน?

แพทยสภา เลื่อนไม่มีกำหนด “ชี้ชะตา”เทวดาชั้น ๑๔

แต่เสียงมหาชน บอกได้เลยว่า มีกำหนด “ชี้ชะตา” รัฐบาลเพื่อไทยในคอกหมา

ไม่เกิน “กลางพฤษภา.” รู้กัน!

-เปลว สีเงิน

๕ เมษายน ๒๕๖๘

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ

 

 

 

Written By
More from plew
“ตุลาฯ อาถรรพณ์” – เปลว สีเงิน
เปลว สีเงิน อืมมมมม….. เดือน “ตุลา” นี่เหมือนมีอาถรรพณ์ วันก่อน (๒ ตค.) จลาจลในสนามฟุตบอลที่อินโดฯ เหยียบกันตายไปอย่างน้อย ๑๒๕...
Read More
0 replies on “แพทยสภา “ไส้เลื่อน” #เปลวสีเงิน”