ผักกาดหอม
บรรยากาศเริ่มคุ้นๆ
ดูคล้ายๆ ช่วงเริ่มต้นของการชุมนุมต่อต้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมสุดซอย เมื่อปลายปี ๒๕๕๖ ยังไงยังงั้น
ช่วงเริ่มต้นก็แบบนี้แหละครับ มีคนปรามาสว่าม็อบจุดไม่ติด
เย้ยหยันว่าใครเขาจะมาชุมนุม มีแต่พวกขาประจำ ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้หรอก
ครั้งนั้นกว่ามวลมหาประชาชนจะออกมา มีเสียงเตือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์จากทั่วสารทิศว่า อย่านิรโทษกรรมให้คนโกง
แต่ฟังเสียที่ไหน เล่นหนักถึงขั้นลักหลับออกกฎหมายสุดซอย
สุดท้ายถูกล้มกระดาน
ทหารออกมาริบสนามเด็กเล่น
ครั้งนี้กับร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือที่เรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เหมือนเป็นการย้อนรอยร่างกฎหมายนิรโทษโกง
วันที่ นายกฯ แพทองโพยบอกว่า “…เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่เท่ากับ กาสิโน…” คือการโกหกประชาชนหน้าด้านๆ
ย้ำอีกทีนะครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้้งสิ้น ๖๕ มาตรา
ทุกมาตราคือบทบัญญัติเกี่ยวกับกาสิโนล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นปนเลย
ที่อ้างว่า กาสิโน ๑๐% ที่เหลือ ๙๐% นั้น โกหกทั้งสิ้น
ใน ๖๕ มาตรา ไม่มีมาตราไหนบอกว่าคืออะไร มีเพียงกำหนดไว้คลุมๆ ว่า ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
แล้วห้าง สวนน้ำ สวนสนุก อยู่ตรงไหน
ธุรกิจ ๑๐ ประเภทอยู่ในบัญชีแนบท้ายครับ
๑.ห้างสรรพสินค้า
๒.โรงแรม
๓.ร้านอาหาร ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ หรือบาร์
๔.สนามกีฬา
๕.ยอร์ชและครูซซิ่งคลับ
๖.สถานที่เล่นเกม
๗.สระว่ายน้ำและสวนน้ำ
๘.สวนสนุก
๙.พื้นที่สำหรับส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้า OTOP
๑๐.กิจการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด
ทั้งหมดนี้คือบัญชีแนบท้ายประเภทธุรกิจสถานบันเทิง
ฉะนั้นเลิกเรียกร่างกฎหมายฉบับนี้ว่าร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือร่างพระราชบัญญัติเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เสียที
ถ้าให้สวยหรูควรเรียกว่า ร่างกฎหมายกาสิโนคอมเพล็กซ์
ว่ากันเนื้อๆ ครับ รัฐบาลอยากได้เงินจากกาสิโน ไม่ใช่ห้าง สวนน้ำ หรือสินค้า OTOP
มาตรา ๔๑ บัญญัติว่า…
“….ให้สถานบันเทิงครบวงจรตั้งอยู่ในบริเวณเขตพื้นที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น โดยจะต้องประกอบไปด้วยธุรกิจสถานบันเทิงตามบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัตินี้อย่างน้อยสี่ประเภท ร่วมกับกาสิโน ทั้งนี้สัดส่วนพื้นที่ของกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจรให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด…”
นี่คือการประจานว่า เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ว่านี้มี กาสิโน เป็นศูนย์กลาง
การจะเป็น เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ได้ ต้องมีกาสิโน บวกกับอีก ๔ ธุรกิจตามบัญชีแนบท้าย
การมีเฉพาะธุรกิจในบัญชีแนบท้าย จะมิใช่ เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ตามกฎหมายนี้
ชัดเจนนะครับ!
ฉะนั้นมันคือ กาสิโนคอมเพล็กซ์ ชัดๆ
เลิกโกหกประชาชนเสียที
วันนี้เสียงเตือนให้รัฐบาลยกเลิกหาเงินจากกาสิโนมากขึ้นเรื่อยๆ
บางตอนในโพสต์ของ “หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม” ประธานพรรคไทยภักดี ทีมงานนายกฯ น่าจะส่งโพยไปให้ “อุ๊งอิ๊ง” อ่าน
“…สิ่งที่ต้องฝาก อุ๊งอิ๊ง และคนไทยทุกคนต้องตระหนักนั่นคือ การเปิดบ่อนกาสิโนโดยรัฐบาล เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในสมัยจอมพล ป. ในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ และสมัยนายควง อภัยวงศ์ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ และเหตุผลเหมือนกันนั่นคือรัฐบาลต้องการหารายได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
รัฐบาลสมัยนั้นก็ได้เงิน จำนวนมากสมที่คาดหวัง แต่ปัญหาทางสังคมตามมาเกินคาด ทั้งหนี้สิน คนไทยติดพนัน ปัญหาอาชญากรรม ฆ่าตัวตาย สุดท้ายการเปิดบ่อนพนันแต่ละยุค รัฐบาลต้องยอมปิด
สมัยจอมพล ป. รัฐบาลเปิดปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ต้องปิดเองปี พ.ศ. ๒๔๘๓
สมัยนายควง เปิดปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ต้องปิดในปี พ.ศ. ๒๔๙๑ เพราะปัญหาสังคมตามมามากกว่าที่คิด
สิ่งที่อุ๊งอิ๊ง และพี่น้องคนไทยทุกคนต้องตระหนัก การเปิดบ่อนกาสิโน ในอดีตเปิดโดยรัฐบาล ดำเนินการโดยรัฐบาล เมื่อสังคมมีปัญหารุนแรง รัฐบาลสามารถปิดได้
แต่การเปิดรอบนี้ ถ้าสังคมมีปัญหาเกินที่จะเยียวยา รัฐบาลจะปิดไม่ได้ เพราะรัฐบาลมอบให้เอกชนดำเนินการ สังคมไทย คนไทยต้องอยู่กับความเหลวแหลก จนกว่าจะหมดอายุใบอนุญาต ๓๐ ปี
ทางออกที่ดีที่สุดคือ คนไทยทุกฝ่าย ต้องช่วยกันคัดค้านให้ถึงที่สุด ไม่ให้กฎหมายกาสิโนเกิดขึ้น ถ้ามันผ่านออกมาจริง คนไทยเราต้องทนอยู่กับความเหลวแหลกอีก ๓๐ ปี ทนความเหลวแหลกแค่นี้ก็แย่แล้ว…”
หนี้จำนำข้าวสมัยยิ่งลักษณ์หมดหรือยัง
ในอดีตมีกฎหมายที่เรียกว่า ลักษณะกบฏศึก เป็นบทลงโทษผู้ที่ทำตัวไม่ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินและสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการกระทำผิดกฎมนเทียรบาลนั้น ขอยกตัวอย่างที่สำคัญ ๔ กรณี
หนึ่งในนั้นคือ ผู้ใดมีจิตใจฝักใฝ่ เอาใจศัตรู ข้าศึก ร่วมสมคบกับข้าศึก นำทัพมาเบียดเบียนนคร ต้องประหารเจ็ดชั่วโคตร
กาสิโน ไม่ต่างจากข้าศึก ที่รัฐบาลสมคบมาเบียดเบียนนคร
ยุคนี้ไม่มีประหารเจ็ดชั่วโคตรแล้ว
หากคนไทยต้องมาทนทุกข์กับการมีกาสิโนเพราะนักการเมืองตระกูลนี้อีก ช่วยกันคิดหน่อยว่าจะทำอย่างไรดี
