ไม่ขยายสัมปทาน คือ การลดค่าทางด่วนอย่างยั่งยืน

26 เมษายน 2567 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการลดค่าทางด่วน ช่วงงามวงศ์วาน – พระราม 9 และการขยายสัมปทานให้เอกชน เพื่อแลกกับการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) ว่า

ดร.สามารถ กล่าวว่า น่าดีใจที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม จะลดค่าทางด่วน ช่วงงามวงศ์วาน – พระราม 9 แต่น่าเสียใจที่ รมต. จะขยายสัมปทานให้เอกชน เพื่อแลกกับการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงเดียวกัน เพราะจะทำให้การลดค่าทางด่วนมีอุปสรรค !

การลดค่าทางด่วนครั้งนี้เป็นการลดเฉพาะช่วง ไม่ได้ลดหมดทั้งโครงข่าย เนื่องจากมีทางด่วนหลายช่วงยังติดการให้สัมปทานแก่เอกชนอยู่ ทำให้การลดค่าทางด่วนทำได้ยาก ถ้าจะทำก็ทำได้ แต่ภาครัฐจะต้องยอมเฉือนรายได้ของตนไปชดเชยให้เอกชน

ด้วยเหตุนี้ หากระยะเวลาสัมปทานสิ้นสุดลงเร็ว จะทำให้ภาครัฐเป็นอิสระ สามารถลดค่าทางด่วนได้ตามความต้องการ โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อเอกชน

1. ใครลงทุนก่อสร้างทางด่วน ?

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เปิดให้บริการทางด่วนมาตั้งแต่ปี 2524 มีทั้งทางด่วนที่ กทพ.ลงทุนก่อสร้างเอง นั่นคือทางด่วนเฉลิมมหานครหรือทางด่วนขั้นที่ 1 (ดินแดง-ท่าเรือ, บางนา-ท่าเรือ, ดาวคะนอง-ท่าเรือ) ทางด่วนฉลองรัช (ทางด่วนอาจณรงค์-รามอินทรา) รวมทั้งส่วนต่อขยาย ทางด่วนบูรพาวิถี (ทางด่วนกรุงเทพฯ-ชลบุรี) และทางด่วนกาญจนาภิเษก (ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์) และทางด่วนที่บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานลงทุน ประกอบด้วยทางด่วนศรีรัชหรือทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางด่วนบางโคล่-แจ้งวัฒนะ และทางด่วนจากทางแยกต่างระดับพญาไท-ศรีนครินทร์) ทางด่วนอุดรรัถยา (ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด) และทางด่วนประจิมรัถยา (ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก)

2. รัฐบาลเคยขยายสัมปทานให้เอกชนแล้ว

ก่อนที่สัญญาสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 หลังจากที่ BEM ได้ก่อสร้างและบริหารทางด่วนขั้นที่ 2 มาเป็นเวลา 30 ปี รัฐบาลได้ขยายสัมปทานให้ BEM ออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2578 เหตุที่ต้องขยายสัมปทานให้ BEM ก็เพราะต้องการยกเลิกข้อพิพาทระหว่าง กทพ. กับ BEM

BEM ได้ร่วมทำงานกับ กทพ. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา ปรากฏว่ามีข้อพิพาทเกิดขึ้นถึง 17 ข้อพิพาท เป็นข้อพิพาทที่เกิดจาก 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วย (1) การขึ้นค่าทางด่วน ซึ่ง BEM กล่าวหา กทพ. ว่าขึ้นค่าทางด่วนต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา (2) มีการต่อขยายทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์มาแข่งขันกับทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด ทำให้ BEM ได้รับรายได้จากค่าทางด่วนน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ และ (3) กทพ. กล่าวหา BEM ว่าไม่ขยายช่องจราจรบนทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอิน เพื่อรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

ข้อพิพาทดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าหนี้ที่เป็นภาระของ กทพ. ถึง 78,908 ล้านบาท จึงมีการเจรจากับ BEM ในครั้งแรกจะขยายสัมปทานให้ BEM 30 ปี โดย BEM จะต้องก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 มูลค่า 31,500 ล้านบาท (ราคา ณ ปี 2563) เพื่อแก้ปัญหาคอขวดบนทางด่วน ต่อมาลดลงเหลือ 15 ปี 8 เดือน โดย BEM ไม่ต้องก่อสร้างทางด่วน Double Deck

3. ถ้าขยายสัมปทานอีกจะมีผลอย่างไร ?

ถ้ามีการขยายสัมปทานให้ BEM อีก การลดค่าทางด่วนจะทำได้ยาก เพราะจะกระทบต่อรายได้ของ BEM เมื่อกระทบก็ต้องเอารายได้ที่ กทพ.ควรจะได้ไปชดเชยให้ BEM ทำให้ กทพ. มีรายได้น้อยลง กล่าวได้ว่า ภาครัฐได้รายได้น้อยลง ในขณะที่ภาคเอกชนไม่กระเทือน !

เหตุที่กระทรวงคมนาคมจะขยายสัมปทานให้ BEM ก็เพราะต้องการแลกกับการก่อสร้างทางด่วน Double Deck ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 หากกระทรวงคมนาคมมั่นใจว่าทางด่วน Double Deck จะสามารถแก้ปัญหารถติดบนทางด่วนได้จริงก็ควรสร้าง แต่ควรลงทุนก่อสร้างเอง

ในกรณีที่ภาครัฐลงทุนเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเอกชน ก็ไม่ต้องขยายสัมปทานให้ BEM อีก การบริหารจัดการทางด่วนจะเป็นหน้าที่ของ กทพ. ซึ่งมั่นใจว่า กทพ. เป็นมืออาชีพ จะสามารถทำหน้าที่ได้ดี เพราะมีประสบการณ์การบริหารทางด่วนมาอย่างยาวนาน รายได้จากค่าผ่านทางทั้งหมดจะเป็นของ กทพ. เป็นผลให้ กทพ.สามารถปรับลดค่าทางด่วนได้โดยอิสระไม่ต้องห่วงว่าจะกระทบต่อรายได้ของเอกชนผู้รับสัมปทาน

ทั้งหมดนี้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนใช้ทางด่วน

Written By
More from pp
“มี มายด์ วาย” เตรียมปล่อยซีรีส์วายใหม่ “Don’t Say No The Series เมื่อหัวใจใกล้กัน” มาให้ได้ฟินจิ้นกันเร็วๆ นี้
บริษัท มี มายด์ วาย จำกัด ผู้ผลิตซีรีส์วายที่สร้างความฟินจิกหมอนขาด อย่าง TharnType the Series เตรียมปล่อยผลงานมาให้สาววายได้ฟิน ได้จิ้นกันอีกเร็วๆ นี้กับซีรีส์เรื่องใหม่ “Don’t Say No The Series เมื่อหัวใจใกล้กัน”
Read More
0 replies on “ไม่ขยายสัมปทาน คือ การลดค่าทางด่วนอย่างยั่งยืน”