สายใย..ยากจะตัดขาด?-สันต์ สะตอแมน

ผสมโรง

สันต์ สะตอแมน

ตัดหางปล่อยวัด..

สำนวนสุภาษิตที่คุ้นหูมานาน และเข้าใจความหมายตรงกันว่า..เป็นการตัดสัมพันธ์ ตัดขาดไม่เกี่ยวข้อง ไม่เอาเป็นธุระอีกต่อไป

ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้-จะพูดกับเด็กที่ประพฤติตัวเกเรไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อ-แม่ ผู้ใหญ่ แต่สุดท้ายเท่าที่เห็นๆ ก็แค่พูด-แค่บ่น น้อยคนหรือแทบไม่มีครอบครัวไหน..

ตัดหางปล่อยวัดลูกแบบชนิด “ตัดเป็นตัดตาย”!

Men Fashion I PUMA Man Underwear กางเกงในชาย กล่อง 3ตัว กางเกงในแบรนด์แท้ สวมใส่สบายผ้าฝ้ายอย่างดี สินค้าพร้อมส่ง

นี่..ที่หยิบสำนวนนี้มาคุย ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับลูกหมา-ลูกแมวตัวไหน แต่เผอิญได้อ่านที่คุณวินทร์ เลียววาริน นักเขียนซีไรต์ โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ..ทำไม พ่อแม่มาถึงจุด ที่ต้อง “ตัดหาง” ลูก

และท้ายข้อความได้ตั้งคำถามว่า.. “ถ้าผู้อ่านมีลูกที่เห็นต่างจากตนเองมากๆ จะทำอย่างไร? จะไปถึงขั้นตัดหางไหม?”

จึงทำให้นึกถึงสำนวน “ตัดหางปล่อยวัด” ขึ้นมา และในฐานะคนมีลูก (คนเดียว) ก็อยากจะถามกลับคุณวินทร์ก่อนว่า.. “เห็นต่าง” กันในประเด็นไหน เรื่องอะไรล่ะ?

สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ศาสนา ความรัก เพราะหากเห็นต่าง โต้เถียงกันในกรอบนี้ สำหรับผมก็เห็นจะไม่ต้องทำอย่างไร และไม่ถึงขั้นต้องตัดหางลูกแน่!

แต่..ถ้าเห็นต่างกัน (มากๆๆ) เรื่องชาติเรื่องสถาบัน ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะถึงขั้นประกาศ “ตัดหางปล่อยวัดลูก” หรือไม่?

ที่ไม่แน่ เพราะตั้งแต่น้อยจนตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัย ลูกก็ไม่ได้แสดงตัว-แสดงตนให้เห็นว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อชาติ-ต่อสถาบัน อย่างมากก็แค่ถามด้วยความสงสัย..

เมื่อไม่ได้รู้สึก “เห็นต่าง” กันในประเด็นนี้ ก็เลยบอกไม่ได้?

อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดมีความเห็นต่างขึ้นมาจริงๆ ยกเหตุผลเถียงกันจนคอเป็นเอ็นแล้วก็ยังไม่ยอมรับ ผมอาจสบถ “ตัดหางลูก” ก็ได้นะ!

มันก็เหมือนสมัยคุณพ่อผม หรือ “คุณปู่ลูก” นั่นแหละ ด้วยความเกกมะเหรกเป็นนิจของผม มีอยู่บ่อยที่ทำให้ท่านกริ้ว-โมโห.. “เดี๋ยวตะ กูตัดหางปล่อยวัดสักวัน”

แต่จนกระทั่ง ท่านได้ไปอยู่บนสรวงสวรรค์ พ่อก็ไม่เคยจะ “ตัดหาง” ผมจริงๆ จักเทื่อ!

คงไม่มีหรอกกระมัง ที่พ่อ-แม่จะตัดเป็นตัดตายกับลูกถึงขั้นไม่เผาผี แต่มีแน่-ได้ยินแน่คำสบถ–บ่นในยามที่ไม่ได้ดังใจ ซึ่งก็อยากบอกกับลูก (ทุกคน)..

สายใย-สายสัมพันธ์พ่อแม่ลูกนั้นยากที่จะตัดขาดได้..หายโกรธ-หายโมโหเมื่อไหร่ เปลี่ยนกลับมาใช้นามสกุลเก่าได้..ทรัพย์สินสมบัติพ่อ-แม่ยังมีให้อยู่เหมือนเดิม!

และด้วยเชื่ออย่างหนักแน่น ผมจึงเว้นที่จะไม่ขอยุ่ง-ข้องแวะกับทุกครอบครัวที่มีปัญหาพ่อแม่ลูก กระทั่งญาติโกโหติกาก็ไม่แตะ-ไม่เสือกด้วย..

เพราะผมรู้ซึ้งเป็นอย่างดี กับคำว่า..“หมาหัวเน่า”!

หรือจะมีใครอยากเป็น “หมาหัวเน่า” ผมก็ขอแนะนำให้เอาตัวเข้าไปยุ่ง-ไปสอดกับครอบครัวมหาเศรษฐีที่ตอนนี้ลูกประกาศลั่นว่า..

“ทุกๆ คนครับ- ละเว้นแม่ผมไว้คนนึง เป็นคนเดียวที่ผมยังรักและไว้ใจอยู่ และน้องสาวด้วย. ส่วนที่เหลือ give them hell” ดูก็ได้!

อาจดุดันยังกะชื่อหนังฝรั่ง แต่สุดท้ายก็จะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง..

จริง-ไม่จริง คอยดูกัน!


Written By
More from pp
ธนาคารโลก ประเมินผล MEA พุ่ง บริการขอไฟฉับไวอันดับ 6 โลก ชูความยากง่ายประกอบธุรกิจไทย เพิ่มขึ้น 6 อันดับ รั้งที่ 21 Doing Business 2020
วันนี้ (25 ตุลาคม 2562) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยผล การจัดอันดับความยาก–ง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (Doing Business 2020) ในการประชุมผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Teleconference) จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งที่ MEA สามารถรักษาตำแหน่งความสะดวกด้านการขอใช้ไฟฟ้าที่รวดเร็วเป็นอันดับที่ 6 ของโลก ช่วยยกระดับความยาก–ง่ายในการประกอบธุรกิจประเทศไทยเป็นอันดับที่ 21 ของโลก เลื่อนขึ้นถึง 6 อันดับจากปีที่ผ่านมา โดยมีนายกฤษฎา ตันศิริเสริญกุล ผู้ตรวจการ MEA เป็นผู้แทนผู้ว่าการในการรับฟังผลครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสำนักงานธนาคารโลกประจำประเทศไทย อาคารสยามพิวรรธน์ถ.พระราม 1 กรุงเทพฯ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า MEA เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนวิสัยทัศน์พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ที่ให้บริการด้านจำหน่ายไฟฟ้าองค์กรเดียวของประเทศไทยที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมรับการประเมินความสะดวกด้านการขอใช้ไฟฟ้าในการจัดอันดับจากธนาคารโลก (World Bank) ที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) จาก 190 ประเทศทั่วโลก ผลการจัดอันดับประจำปี พ.ศ. 2563 พบว่า ความสะดวกด้านการขอใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยพัฒนารวดเร็วโดดเด่นขึ้นอย่างมาก โดยคะแนนการประเมินเพิ่มจาก 98.57 เมื่อปี พ.ศ. 2562 มาเป็น 98.70 ในปี พ.ศ. 2563 รักษาตำแหน่งเป็นอันดับที่ 6 ของโลก ซึ่งผลคะแนนดังกล่าว เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยยกระดับภาพรวมความยาก–ง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย เลื่อนขึ้นจากอันดับที่ 27 ของปี 2562 เป็นอันดับที่ 21 ของโลก ถือเป็นการเลื่อนขึ้นถึง 6 อันดับ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คะแนนการประเมิน Doing...
Read More
0 replies on “สายใย..ยากจะตัดขาด?-สันต์ สะตอแมน”