ชักเย่อ-ซักฟอก #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ตกลงรัฐบาลจะถูกซักฟอกมั้ยครับ?
นี่…ถามจริงๆ เพราะเห็นยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะอภิปรายกันวันไหน ใช้เวลาเท่าไหร่
ยิ่ง นายกฯ อนุทิน ออกมาบอกว่าหาวันอภิปรายยาก! อะไรๆ สำหรับฝ่ายค้านตอนนี้จึงดูยากไปหมด

“…ตามความจริง ครม.สัปดาห์หน้าสะดวกที่สุดแล้ว เราก็พร้อมตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป ซึ่งรัฐมนตรีหลายท่าน โดยเฉพาะผู้ที่ถูกอภิปรายก็อยู่ในประเทศทุกคน เลื่อนงานทุกอย่างไปหมดแล้ว

ในเมื่อฝ่ายค้านไม่ยอมตกลงตามที่เขาต้องการ รัฐบาลก็ต้องหาวันใหม่ซึ่งเป็นเรื่องยาก

เพราะมันมีการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ ๓๓ (APEC 2026) ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ ๔๙ (49th ASEAN Summit) ที่เขตมหานครมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเดินทางเยือนไทย
มีการประชุมคณะทำงานร่วมรัฐบาลไทยและเลขาธิการ OECD

ย้ำว่าถ้าว่างจริงๆ ก็เป็นสัปดาห์หน้า เพราะเราคิดว่าน่าจะตกลงกันได้ แม้แต่การประชุม ครม.ก็เลื่อนมาเป็นเช้าวันจันทร์ที่ ๒๖ ตุลาคม เพื่อที่จะได้แถมวันจันทร์ให้อภิปรายอีกวันหนึ่ง แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้นก็ต้องหาวันกันใหม่…”

นั่นคือคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯ อนุทินเมื่อวันเสาร์ และตบท้ายด้วยการตอบคำถามนักข่าวว่ายังพอมีเวลาให้ใช่หรือไม่

“ยาก”!

นี่คงจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกในประวัติศาสตร์กระมังที่อาจหาเวลาไม่ได้ เพราะคณะรัฐมนตรีไม่ว่าง
สภาฯ จะปิดสมัยประชุมวันที่ ๒๒ ธันวาคมนี้แล้วครับ ฉะนั้นยังมีระยะเวลาร่วมๆ ๒ เดือนที่จะหาที่ลงให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็จบครับ

แต่เวลา ๒ เดือนที่ว่าก็อาจไม่เต็ม เพราะนอกจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ประเทศยังมีงานสำคัญอื่น และไม่ควรที่รัฐสภาจะมีงานซ้ำซ้อนขึ้นมา

นั่นคือพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๔-๑๙ ธันวาคม

ฉะนั้นตัวเลขกลมๆ เหลือเวลาให้เดือนครึ่ง

แต่เผื่อเหลือเผื่อขาดควรจะซักฟอกให้จบภายในเดือนพฤศจิกายน
แล้วเลิกคิดนะครับว่าพระราชพิธี เป็นคนละเรื่องกับงานของสภาฯ

นี่…ดักคอพรรคส้มไว้ก่อน เพราะความรู้พื้นฐานเรื่องพวกนี้พรรคส้มสอบไม่ผ่านมานานแล้ว ถ้าตกลงกันไม่ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน

แต่เดือนพฤศจิกายน ก็มีเวลาให้ไม่เต็มเดือน

การประชุมสัปดาห์การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ประจำปี ๒๕๖๙ (2026 APEC Economic Leaders’ Week: AELW) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓-๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ ที่เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ ๔๙ (49th ASEAN Summit) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖-๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ ที่เขตมหานครมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

นายหลี่ เฉียง (Li Qiang) นายกรัฐมนตรีจีน มีกำหนดการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ ๑๓-๑๔ พฤศจิกายน

ยังดีครับที่เวลากระจุกตัวอยู่ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๙ พฤศจิกายน
ก็เหลือต้นเดือนกับปลายเดือนพฤศจิกายน
ถ้าเคลียร์เวลาไม่ได้ก็จบครับ

ปัญหามันก็มาจากทั้ง ๒ ฝ่ายนั่นแหละครับ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่มีใครยอมใคร

ฝ่ายค้านก็ผิดพลาดอย่างหนักที่เล่นการเมืองมากไปตั้งแต่ต้น จนกลายเป็นเงื่อนไขให้รัฐบาลงอแงอย่างที่เห็นกันอยู่
คุณจะซักฟอกรัฐมนตรี ๑๘ คน
ย้ำนะครับ ๑๘ คน

มันก็เหมือนให้รัฐมนตรีทั้ง ๑๘ คนอยู่เฝ้าสภาฯ ๓ วัน ๔ วัน
ก็อย่างที่ นายกฯ อนุทิน เอามาอ้างนั่นแหละครับ มันยาก

เมื่อรัฐบาลให้แค่ ๓ วัน ฝ่ายค้านจะเอา ๕ วัน นี่ก็เป็นอีกเงื่อนไขที่ยากพอๆ กับประเด็นจะซักฟอกเมื่อไหร่
เรื่องจำนวนวันเป็นเรื่องธรรมดาของฝ่ายรัฐบาลที่ต้องการให้น้อยที่สุด

พูดง่ายๆ ให้ฝ่ายค้านขุดคุ้ย หรือด่าน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนฝ่ายค้านก็กลับกัน อยากซักฟอกให้มากที่สุด ได้อัดรัฐบาลในสภาฯ นานเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะมันมีผลทางการเมืองสูงมาก

และที่ผ่านๆ มา รัฐบาลและฝ่ายค้านมันก็เป็นแบบนี้
ไม่มีหรอกครับรัฐบาลใจดีปล่อยฝ่ายค้านโซโล่ยาว…

“สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” จากประชาธิปัตย์ พูดไว้น่าสนใจ

“…ตั้งแต่อยู่ในสภาฯ มา ๓๑ ปี ไม่เคยเจอที่รัฐบาลจะมีเงื่อนไขในการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเยอะขนาดนี้
แม้ในยุคที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากสุดในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ปี ๒๕๔๘ ยังไม่มีเรื่องกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะทุกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบฝ่ายบริหารของฝ่ายนิติบัญญัติ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
ขณะเดียวกันเป็นหลักการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตย

เพราะฉะนั้นทุกรัฐบาลมีงานทำทุกวัน

แต่เมื่อถึงกระบวนการตรวจสอบด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เค้าต้องจัดเวลามาเพื่อให้สภาฯ ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่ละรัฐบาลนี้มองว่ากำหนดกรอบค่อนข้างแคบ และพยายามให้การเจรจาเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่ทราบเหตุผลด้วยเหตุอะไร…”

ก็เห็นด้วยครับ รัฐบาลต้องจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้านได้เปิดซักฟอก

แต่สมัย “ทักษิณ” ต่างกันเยอะนะครับ เพราะยุคนั้นรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ปกป้องนายกฯ จากการซักฟอกของฝ่ายค้านโขอยู่ครับ

เกณฑ์การซักฟอกนายกรัฐมนตรีขณะนั้นต้องใช้เสียง สส.ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๕
คือ ๒๐๐ เสียง
ฝ่ายค้านนำโดยประชาธิปัตย์ขณะนั้นเสียงไม่ถึง
ขาดเยอะ!

“ทักษิณ” จึงไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในฐานะนายกรัฐมนตรีเลย
การซักฟอกที่ไม่มีรายชื่อนายกฯ มันก็ง่ายไปหมดแหละครับ.

Written By
More from pp
‘เศรษฐา ทวีสิน’ เข้าพรรคเพื่อไทย ร่วมประชุมทีมเศรษฐกิจเพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้า
เศรษฐา ทวีสิน ผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย
Read More
0 replies on “ชักเย่อ-ซักฟอก #ผักกาดหอม”