19 ตุลาคม 2569-ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครั้งที่ 16 ถึงความคืบหน้าการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในการอภิปรายที่จะให้เวลาเพียงแค่ 3 วันนั้น จะต้องมีเวลาในการชี้แจงจากรัฐบาลด้วย แปลว่ารัฐบาลพยายามจะเล่นกล เล่นเกมการเมืองในรัฐสภาเพื่อที่จะให้เวลากับฝ่ายค้านในการอภิปรายรัฐมนตรี 18 คนเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลออกมาให้ข่าวเช่นนั้นก็ยังไม่เคยมีการพูดคุยกับตัวแทนของฝ่ายค้านเลย และประธานรัฐสภาก็ยังไม่ได้มีการเลือกประชุมร่วมกันของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) ทั้ง 2 ฝ่ายแต่อย่างใดว่าตกลงแล้วจะอภิปรายวันไหนและให้กี่วัน ฉะนั้น สิ่งที่อยากส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลคือต้องหยุดคิดเอง เออเอง เลิกคิดแทนฝ่ายค้าน เพราบะเป็นให้ข่าวมาโดยที่ไม่มีการพูดคุยกับพวกเราทั้งสิ้น
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างเช่นในปี 2563-2565 ที่เราอยู่ในรัฐบาลระบอบประยุทธ์ โดยในปี 2563 มีการอภิปรายรัฐมนตรี 6 คน ในการอภิปรายทั้งหมด 4 วันเต็ม และลงมติในวันที่ 5 หรือใน 2564 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 10 คน ก็อภิปราย 4 วันและลงมติในวันที่ 5 หรือช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 ที่มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี รวมกัน 6 คน และเดือนกรกฎาคม 2565 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี รวมกัน 11 คน ก็อภิปราย 4 วันและลงมติในวันที่ 5 เช่นกัน
ถามว่าฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่า 3 วันและสัปดาห์นี้ประธานสภาจะนัดประชุมแล้ว ฝ่ายค้านจะยืนยันที่ 5 วันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันในกรอบระยะเวลาเดิม เพราะเทียบเคียงกับกรณีในอดีตจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจำนวนมากกว่าในอดีตด้วยซ้ำซึ่งในอดีต ได้การอภิปรายถึง 4 วันเต็ม ซึ่งกรอบระยะเวลาที่เสนอไปก่อนหน้านี้ถือว่าเหมาะสมแล้ว แต่การตัดสินใจที่จะบรรจุญัตติเข้าสู่การอภิปรายในสภาเมื่อไหร่ รวมถึงระยะเวลากี่วันก็ต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้องนั่นคือการประชุมร่วมกันของวิปร่วม
ซักว่าเหตุผลสำคัญที่ฝ่ายรัฐบาลนำมาใช้คือนายกฯติดภารกิจต่างประเทศ ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวว่า คนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสามารถบริหารจัดการตารางงานของตัวเองได้ ถ้าให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีซักฟอกเวทีสภา เท่าๆกับงานส่วนอื่นๆของท่าน สุดท้ายแล้วอยู่ที่การให้ความสำคัญเท่านั้นว่าตกลงแล้วคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับสภามากน้อยแค่ไหน
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงความพร้อมการซักฟอกของฝ่ายค้านว่า การจัดทัพของฝ่ายค้านตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เราพร้อมทุกวินาที อยู่ที่ทางรัฐบาลเองมากกว่าว่าให้เราซักฟอกรัฐบาลเมื่อไหร่ จำนวนคนตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้แต่มีตัวเลขในใจอยู่แล้ว
“ประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้ คือ ชี้ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินเป็นภัยคุกคามต่อประเทศจริงๆการดำเนินนโยบายของรัฐบาล จริงๆแล้วถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ พวกเราพยายามชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฝ่ายบริหารแล้วอาจจะเกี่ยวโยงกับส่วนอื่นๆด้วย ซึ่งนอกเหนือจากสว.และองค์กรอิสระ ก็ยังมีเรื่องของการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนหรือในภาคส่วนอื่นๆ เช่นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ดังนั้นก็อยู่ในกรอบญัตติทั้งหมดที่ได้ยื่นไป”
เมื่อถามว่า ประธานสภาอยากเห็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ฝ่ายค้านจะข้อมูลเน้นและมีใบเสร็จใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากใบเสร็จประเด็นสำคัญคือการที่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลล้มเหลวอย่างไรมากกว่า เรื่องหลายเรื่องแม้จะไม่ได้มีใบเสร็จตายตัว เช่น การโกงเลือกสว. เมื่อเราเอาจิ๊กซอว์ส่วนต่างๆมาประกอบให้เห็นภาพรวมก็จะเห็นกลโกงที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการบริหารราชการแผ่นดินบางเรื่องมีหลักฐานชัดบางเรื่องอาจจะไม่มีแต่ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลบริหารงานได้สำเร็จ จะใช้วิธีอภิปรายไม่ไว้วางใจทำให้ประชาชนเห็น
