“สว.เปรมศักดิ์” ออกโรงคัดค้านการเมืองล้วงลูก หวั่นแก้กฎหมาย 4 ฉบับโยกอำนาจควบคุมงบ กระทบงานป้องกันเหล้า-บุหรี่และทำภาคประชาสังคมอ่อนแอ เตือนบุหรี่ไฟฟ้ารุกเยาวชนหนักขึ้น ย้ำบทเรียนไทยเคยได้รับการยอมรับจาก WHO ในฐานะต้นแบบใช้ภาษีบาปสร้างสุขภาพอย่างยั่งยืน

8 ตุลาคม 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเสนอแก้ไข พรบ.4 ฉบับ ประกอบด้วย ไทยพีบีเอส กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติว่า เป็นการใช้อำนาจรัฐเข้าไปการแทรกแซงการจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งกำหนดทิศทางการทำงานผ่านกลไกทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคประชาสังคมเป็นลูกโซ่ เมื่อความเป็นอิสระด้านงบประมาณลดลง ภาคประชาสังคมอาจต้องแก้ปัญหาและโครงการให้สอดคล้องกับผู้มีอำนาจมากกว่าความต้องการของประชาชน

“โดยเฉพาะจุดแข็งของ สสส.ใช้ภาษีรูปแบบภาษีบาป (earmarked tax) คือภาษีที่เรียกเก็บจากธุรกิจเหล้าและบุหรี่โดยตรง ไม่ใช่ภาษีเรียกเก็บจากประชาชน ถือเป็นงบประมาณเฉพาะ มีจุดแข็งความเป็นอิสระ ทำให้สามารถสนับสนุนชุมชน นักวิชาการ และองค์กรประชาชนในการสร้างองค์ความรู้ แก้ปัญหาสุขภาพจากพื้นที่จริง และเสนอทางเลือกเชิงนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาเรื่องสุขภาพสำคัญ เช่น NCDs สุขภาพจิต เหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า อุบัติเหตุ และสิ่งแวดล้อม ก็จะได้รับผลกระทบขาดการทำงานเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน” นพ.เปรมศักดิ์

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่าผลกระทบระยะยาวทำให้ภาคประชาสังคมสูญเสียทั้งความเป็นอิสระ ขาดองค์ความรู้ และพลังต่อรอง รวมถึงลดความกล้าในการตรวจสอบ หรือเสนอข้อคิดเห็นต่อนโยบายรัฐ หากการเข้าถึงงบประมาณขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ทางการเมืองมากกว่าหลักเกณฑ์ คุณภาพ และผลลัพธ์ จนเกิดวงจรงบประมาณผูกกับการเมือง และภาคประชาสังคมต้องพึ่งผู้มีอำนาจ ทำให้ความเป็นอิสระและศักยภาพลดลง ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง สสส.ได้รับงบประมาณเท่าใด แต่คือนักการเมืองเป็นผู้กำหนดทิศทางการใช้งบและใช้หลักเกณฑ์ใด และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

“เมื่อกลุ่มผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามามีอิทธิพลต่อทิศทางการใช้งบประมาณ โครงการ หรือมาตรการด้านสุขภาพ ของ สสส. ทำให้การลดปัจจัยเสี่ยงและการรณรงค์ป้องกันโรคทำได้ยากขึ้น รวมถึงสร้างแรงกดดันต่อมาตรการควบคุมการโฆษณา การตลาด การเข้าถึงของเยาวชน หากมาตรการป้องกันถูกลดทอน ผลกระทบปลายทางต่อไป คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโรคเจ็บป่วยโรคต่างๆ อุบัติเหตุ ปัญหาสุขภาพจิต และภาระต่อครอบครัวและสังคมโดยรวม”

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่าตลอดกว่า 20 ปี สสส.มีผลงานสำคัญมากมาย ทั้งด้านนโยบาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการสร้างเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ครอบคลุมการควบคุมยาสูบและลดการบริโภคแอลกอฮอล์ การรณรงค์ลดอุบัติเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงทางถนน การส่งเสริมการออกกำลังกาย การส่งเสริมอาหารสุขภาพ และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้และระบบข้อมูลสุขภาพ ที่สำคัญคือการสนับสนุนองค์กรชุมชน นักวิชาการ ท้องถิ่น และเครือข่ายประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพ ทำให้เรื่องสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงภารกิจของภาครัฐ แต่เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนของสังคมสามารถร่วมขับเคลื่อนได้

“ความสำคัญของ สสส.จึงไม่ได้อยู่เพียงการทำแคมเปญรณรงค์ แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศการสร้างเสริมสุขภาพ” ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ ชุมชน และภาคประชาสังคมเข้าด้วยกัน โดยผลงานของ สสส.ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะรางวัล Nelson Mandela Award for Health Promotion จาก WHO ในปี 2564 ดังนั้น การรักษาความเป็นอิสระ ความต่อเนื่อง และระบบสนับสนุนภาคีของ สสส.จึงมีความสำคัญ” นพ.เปรมศักดิ์กล่าวย้ำ.

Written By
More from pp
อยู่บ้านอย่างปลอดภัย พร้อมอิ่มอร่อยกับโปรเด็ด “สั่งติ่มซำ 3 เข่ง ฟรี 1 เข่ง” ณ ห้องอาหารแทพเพสทรี โรงแรมแคนทารี โคราช
วันนี้- 31 สิงหาคม 2564 ห้องอาหารแทพเพสทรี โรงแรมแคนทารี โคราช ขอเชิญชวนให้ทุกท่านอยู่บ้านอย่างปลอดภัย พร้อมดื่มด่ำความอร่อยกับติ่มซำนานาชนิด อาทิ ขนมจีบกุ้ง ขนมจีบปู ฮะเก๋า กุ้งนึ่งมะนาว ซาลาเปาไส้ลาวาครีม ฯลฯ ในราคาสบายกระเป๋ากับโปรโมชั่นสุดพิเศษ “สั่งติ่มซำ...
Read More
0 replies on ““สว.เปรมศักดิ์” ออกโรงคัดค้านการเมืองล้วงลูก หวั่นแก้กฎหมาย 4 ฉบับโยกอำนาจควบคุมงบ กระทบงานป้องกันเหล้า-บุหรี่และทำภาคประชาสังคมอ่อนแอ เตือนบุหรี่ไฟฟ้ารุกเยาวชนหนักขึ้น ย้ำบทเรียนไทยเคยได้รับการยอมรับจาก WHO ในฐานะต้นแบบใช้ภาษีบาปสร้างสุขภาพอย่างยั่งยืน”