เปลว สีเงิน
07/10/69 เวลาบ่ายสาม
ประชุมวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ
ตามน้ำของกทม.ด้วย…..แม่มมมมม
ไม่มีแผนอะไรเลย ทั้งขรก. ทั้งผู้ว่าฯ
เฮ้อ….สิ้นหวังโคดๆ
รศ.ดร.สิตางศ์ พิลัยหล้า #มอเกษตร
ผมอ่านโพสต์ข้อความจากคำพูดของ “ดร.สิตางศ์” แล้ว ก็อยากบอกท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติว่า
อย่าไปคิดอะไรตอนนี้เลย เพราะท่านคิดมาล่วงหน้าก่อนเป็นผู้ว่าฯตั้ ง ๒ ปี แล้วมิใช่หรือ?
“กัมมุนา วัตตะตี โลโก”
“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามสิ่งที่ตนทำ” นะท่านนะ
ดังนั้นก็ “ปลงซะเถอะ” ท่านผู้ว่าฯ เอ้ย!
และที่ดร.สิตางศ์พูดนั้น
สอดรับกับข้อมูลที่ “อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล”ร วบรวมมาจากเพจต่างๆ แล้วโพสต์ไว้เมื่อวาน
โดยแยกเป็น ๒ หัวข้อ ดังนี้
หัวข้อแรก “เรียกร้องให้ปลดชัชชาติ”
มียอดวิวถึง 7,139,484 วิว มียอดไลก์ 42,000 ไลก์ และแชร์ถึง 6.3 พันแชร์
หัวข้อที่สอง “อย่าอยู่ต่ออีก 4 ปี ลาออกหรือปลดออก”
มียอดวิว 6 ล้านวิว ยอดไลก์ 24,000 ไลก์ 10,400 คอมเมนท์ทั้งสองหัวข้อนี้ จากโพสต์วันที่ 1 ตุลาคม ’69
ในขณะที่ผู้ว่าชัชชาติเข้ามาในสมัย 2
ด้วยคะแนนเสียง 1.5 ล้านเสียง
แต่ความตื่นตัวในการเรียกร้องให้ปลด
เชื่อว่าไม่ต่ำว่า 4 ล้านคน
แม้ยอดวิวอาจไม่ได้มาจากคนกรุงเทพฯทั้งหมด
แต่หากตัดที่ไม่ใช่คนกรุงออกไป 40%
ก็ยังมีผู้ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ถึง 4.2 ล้านคน
เสียงเรียกร้องอันดังกระหึ่มไม่ได้มาจากไสยศาสตร์
แต่มาจากชีวิตจมน้ำที่เกิดจากผลงานผู้ว่าฯชัชชาติเอง
แต่ในความเห็นผมนะ
ถ้าผมเป็นนายกฯ ถึงยังไงก็จะไม่ปลดท่านชัชชาติออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.
เพราะตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ของท่านชัชชาติ
นายกฯ ไม่ได้เป็นคนตั้ง
หากแต่คนกทม.กว่า ๑ ล้าน ๕ แสนคน เป็นผู้ตั้ง
ฉะนั้น ก็ต้องให้คนกทม.๑ ล้าน ๕ แสนคน เขาตัดสินใจเอง
ว่าจะให้อยู่หรือจะให้ไป!
ถ้าสมัยหน้า “ชัชชาติ” ยังจะด้านลงสมัครอีก!?
ส่วนตามหัวข้อที่สอง “อย่าอยู่ต่ออีก 4 ปี ลาออกหรือปลดออก” นี่ก็เหมือนกัน
“ปลดออก” ไม่ควรปลดอย่างยิ่ง
ส่วน “ลาออก” ให้เป็นสปิริตจาก “จิตใต้สำนึก” ของท่านชัชชาติเป็นตัวกำหนดเอง!
เรื่องน้ำท่วมนี่นะ
เป็น “นิยายน้ำเน่า” รายปี ที่ผมเห็นมาตั้งแต่เป็นนักข่าวและเป็นยามนอนเฝ้าโรงพิมพ์ด้วย แต่ปี ๒๕๐๘
จนถึง พศ.๒๕๖๙ นี้ นิยายน้ำเน่ารายปี ก็ยังเค้าเรื่องเดิม บทเดิม เพียงแต่คนละตัวแสดงเท่านั้น
จะต่างอยู่หน่อย ความช่วยเหลือสมัยนี้มีมากกว่าสมัยก่อนๆ
การเมืองสมัยก่อน
นักการเมืองมีแต่ กินจอบ กินเสียม กินอิฐ กินหิน
ถ้าเกิดน้ำท่วม ชาวบ้านก็ “ตัวใคร-ตัวมัน”
คำว่า “เยียวยา” คำนี้ ไม่มีในสมัยก่อน!
เพิ่งจะมีในการเมืองยุค “โกงบ้าน-กินเมือง” แทนกินจอบ กินเสียมนี่แหละ
จึงมีคำว่า “เยียวยา” เกิดขึ้น
ยิ่งมีสื่อยุคไอทีด้วยแล้ว ทุกปัญหา-ทุกเรื่อง ดูจะเปราะบางไปหมด เพราะสื่อชอบเน้นทำให้เป็นข่าวประเภทดรามา เนื่องจากว่า “มันขายได้”!
“น้ำท่วม” ยุคนี้ จึงเป็น “นิยายน้ำเน่า”
ดรามาซะมากกว่า “เนื้อหาจริง”!
ผมจึงเบื่อคุย เพราะจำเจกับบทแสดง
ทั้งจากฝั่งข้าราชการ-นักการเมือง
และจากฝั่งผู้ประสบภัย…ผู้เปราะบาง
วันนี้ อ่านเรื่อง “หลวงปู่ศิลา” ที่ท่าน “เหลียวหลัง-แลหน้า”เตือนเรื่องภัยธรรมชาติไว้ ซึ่งมีคนพูดถึงกันมาก
แต่เมื่อวานได้อ่านเต็มๆ ก็เลยเก็บมาฝาก อ่านกันดูนะ
………………………………
“คำทำนายพระเกจิ”
คำทำนาย “หลวงปู่ศิลา สิริจันโท” (พระวชิรญาณโสภณ) ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ในหมู่ศิษยานุศิษย์และสื่อโซเชียล
มีประเด็นหลักๆ ที่ผู้คนให้ความสนใจดังนี้
1.คำเตือนภัยพิบัติและอุทกภัยครั้งใหญ่ (ปี 2573)
ย้อนคำทำนายในช่วงปี 2563 ที่ “หลวงปู่ศิลา” ได้เมตตาทำนายและคำสอนสำคัญ โดยอ้างอิงถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรือเหตุการณ์ภัยธรรมชาติทั่วโลก
เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงของโลก คำเตือนเกี่ยวกับวิบากกรรมและภัยธรรมชาติ เช่น
อากาศร้อนระอุ
ไฟไหม้ลาม
สงคราม น้ำท่วมใหญ่
พายุหมุน และแผ่นดินจะไหว ปี 2570
เหตุการณ์ฝนจะเริ่มตกหนักทั้งวันทั้งคืนตั้งเเต่วันที่ 19 ตุลาคม 73 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 73 เเผ่นดินจะทยอยยุบตัว
มีการระบุว่า กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ภาคกลาง จะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในระดับที่ผู้คนต้องอพยพหนีภัยไปอยู่แถบเขาใหญ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
- ส่งผลให้ในอนาคตที่ดินแถบโคราชจะมีราคาพุ่งสูงขึ้นมาก
- นอกจากนี้ ในคำเตือนยังระบุถึงภาพรวมของโลกที่จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนระอุ
ภัยพายุ แผ่นดินไหว และวิบากกรรมที่รวดเร็ว
วันที่ 30 ตุลาคม 2573 นํ้าจะท่วมโลกอีกครั้งหนึ่ง ดินเเดนลุ่มนํ้าเจ้าพระยาจะถล่มลงยุบตัวๆๆเป็นเวลา 6 -7 ปี
ถึงปี 2580 ดินเเดนลุ่มนํ้าเจ้าพระยาจมหมด (ดินเเดนภาคกลาง) ให้พากันมาอยู่โคราชอีสาน
****ให้รอดูวันที่ 30 ต.ค. พ.ศ. 2573 วันทดสอบใหญ่ และจะมีทดสอบมาเรื่อยๆ
คนอยู่ใกล้ๆ กันก็กอดกันเป็นแพเหมือนมดแดง น้ำท่วมสูงขึ้น ทางเปิดออก (หลุมยุบ) 2-3 กิโล
คนมาอยู่เขาใหญ่หมด ที่ไหนก็มีคนจอง ลูกหลานก็บอกว่า อยากมาอยู่กาฬสินธุ์หลายคน
ตอนนี้ มาซื้อเลย อาตมามีที่หลายแปลงอยู่ 555********
หลวงปู่ศิลาให้ลูกศิษย์ยกแผนที่โลกมา….แล้วเมตตาให้โอวาทธรรมกับพุทธศาสนิกชนว่า
“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วล้วนเป็นไปด้วย “ดิน น้ำ ลม ไฟ” เป็นไปตามธรรมชาติ
ขั้วโลกเหนือก็มีแต่น้ำแข็ง
ใต้ก้อนน้ำแข็งก็มีแต่ภูเขาไฟ
เมื่อน้ำแข็งเกิดการละลายก็จะไหลท่วม
****ประเทศที่เป็นเกาะ ไม่เกิน 10 ปี ก็จะจมไปหมด******
ส่วน “ประเทศไทย” ตรงที่เป็นคอขวด
ที่ติดกับทะเล ก็จะถูกน้ำท่วมไปหมด ประเทศไทยจะอยู่ได้เฉพาะพื้นที่ราบสูง โดยคนไทยไม่ต้องเตรียมตัว เพราะระมัดระวังถึงเรื่องภัยพิบัติอยู่แล้ว
เกรงแต่พื้นที่ลุ่มใกล้แม่น้ำสายใหญ่เขตกรุงเทพฯ ที่มี 3 จังหวัด สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ที่จะมีมวลน้ำเข้าท่วม
อีกทั้งใต้ผิวดินยังแบกน้ำหนักตึกสูง ดินก็จะทรุดลงเรื่อย ๆ หลวงปู่ทำนายมานานแล้ว ก็เริ่มเป็นจริง
2.ปริศนาธรรม “นิทานปราบมาร”
หลวงปู่ได้เล่านิทานเชิงเปรียบเทียบเกี่ยวกับผู้มีวิชาอาคมหรือผู้มีอำนาจทางฝั่งเขมร (ซึ่งคนในโซเชียลนำไปโยงถึงบุคคลสำคัญอย่าง ฮุนเซน)
- เนื้อหาใจความสำคัญคือ การแพ้ภัยตัวเองของคนพาล และกฎแห่งกรรมสัจธรรมที่หนีไม่พ้น
- ไม่ว่าใครจะมียศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตเพียงใด หากคิดร้ายหรือใช้อำนาจในทางที่ผิด สุดท้ายต้องพบกับความวิบัติด้วยกฎแห่งกรรม
3.คำเตือนสติ เรื่องเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต (ปี 2566 – 2569)
ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน หลวงปู่ศิลาไม่ได้เน้นย้ำให้คนตื่นตระหนก แต่ให้เน้นการเตรียมพร้อมรับมือด้วย “สติและการประมาณตน” โดยมีหลักปฏิบัติสำคัญคือ:
- รู้ประหยัดเพื่ออยู่รอด: อดออม หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้สินเกินตัว
- ลงมือทำมาหากิน: ไม่พึ่งพาเพียงการอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ต้องทำมาหากินสุจริตและอดทน
- กตัญญูต่อบิดามารดา: ถือเป็นมหากุศลใหญ่ (พระอรหันต์ในบ้าน) ที่จะช่วยพลิกฟื้นดวงชะตาและทำให้การงานราบรื่น
*** ทางรอดจากวิกฤตตามแนวทางของหลวงปู่
หลวงปู่สรุปหลักการไว้ที่ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นเกราะคุ้มครองชีวิต:
- มีศีล 5 เป็นเกราะ: หลวงปู่สอนว่า “หากศีลไม่ครบ คาถาก็ไม่ขลัง”
- มีภาวนาเป็นเสาหลัก: สวดมนต์ หมั่นเจริญสติ
- มีทานเพื่อสละออก: ทำบุญตามกำลังเพื่อสลายความตระหนี่
- หลวงปู่บอกว่า ปี 2570 ประเทศลาวจะเจริญ รวยเพราะทองคำ ประชาชนลาวมีทองคำมาก เสื้อผ้าที่ใส่ยังเป็นทองคำ
มีธนาคารรับฝากทองคำ สังฆทานยังเป็นทองคำ
เนื่องจากลาวผ่านช่วงยากลำบากหรือพ้นจากคำสาปมาแล้ว
***คำทำนายหลวงปู่ศิลาจะคล้ายพระอริยเจ้าหลายองค์เช่น หลวงปู่สังวาลย์ หลวงปู่ชอบ หลวงปู่เปลี่ยน
แต่หลวงปู่ศิลาจะระบุวันที่เกิดอย่างชัดเจน
…………………………………………………
รีบย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ลาวดีกว่า…ผม!
นอกจากเวียงจันทน์ “ฝั่งลาว” ตลิ่งสูง น้ำไม่ท่วมแล้ว
หลวงปู่ยังบอก “ลาวจะมีทองคำ” มหาศาล
ถึงขนาดเสื้อผ้ายังเป็นทองคำ!
ตรงนี้ ใครไม่เชื่อ ก็อย่าดูแคลน
เพราะเรื่อง “ทองคำ” ในแผ่นดินลาว ผมพอมีประสบการณ์ด้วยตัวเองพอสมควร!
เปลว สีเงิน
๙ ตุลาคม ๒๕๖๙
