ฮั้ว สว.แค่ทางผ่าน #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ผลพวงคดีฮั้ว สว. มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ฟังๆ ดูแล้วสยองอยู่เหมือนกันครับ

โดยเฉพาะคนที่เป็นโจทก์ เป็นจำเลย ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล

มิได้มีเจตนาที่จะไปละเมิดอำนาจศาลอะไรหรอกครับ

แค่สงสัยตามประสาคนอยากรู้

ก็เห็นอดีตผู้พิพากษาหลายคนให้ความเห็นคดีฮั้ว สว. ไปคนละทิศละทาง

ทั้งๆ ที่อ่านสำนวนเดียวกัน

คดีเดียวกันแต่ความเห็นต่างกัน ๓๖๐ องศา ก็อดคิดไม่ได้ว่า คดีความในโรงในศาล นอกจากสู้กันด้วยหลักฐาน ด้วยข้อกฎหมายแล้ว ยังต้องลุ้นว่าไปเจอผู้พิพากษาที่มีมุมมองคดีแบบไหนอีกต่างหากหรือเปล่า

นาทีนี้ไม่รู้ถามใครก็ต้องพึ่งพา AI ครับ

ป้อนคำถามไปว่า คดีเดียวกัน หลักฐานเดียวกัน มีโอกาสที่ผู้พิพากษาแต่ละคนจะวินิจฉัยคดีแตกต่างกันหรือไม่

ได้คำตอบมายาวเฟื้อย…

คำตอบคือมีโอกาสแตกต่างกันอย่างแน่นอน

แม้จะเป็นคดีเดียวกันและใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกันก็ตามในทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

เหตุผลที่ผู้พิพากษาแต่ละท่านอาจวินิจฉัยหรือพิพากษาคดีออกมาไม่เหมือนกัน เกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ดังนี้

ดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน (Discretion): กฎหมายให้อำนาจผู้พิพากษาในการใช้ดุลพินิจว่า พยานปากไหนน่าเชื่อถือกว่ากัน หรือหลักฐานชิ้นไหนมีน้ำหนักหักล้างกันได้ ซึ่งมุมมองต่อความน่าเชื่อถือของพยาน (เช่น ท่าทาง คำให้การ) ของผู้พิพากษาแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน

การตีความตัวบทกฎหมาย (Statutory Interpretation): ถ้อยคำในกฎหมายบางครั้งมีความคลุมเครือ หรือมีช่องว่างให้ต้องตีความเจตนารมณ์ ผู้พิพากษาท่านหนึ่งอาจตีความตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัด ในขณะที่อีกท่านอาจตีความโดยเน้นบริบททางสังคมหรือเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ประสบการณ์และมุมมองส่วนบุคคล (Judicial Philosophy): ประสบการณ์ชีวิต องค์ความรู้รอบตัว และแนวคิดทางนิติศาสตร์ของผู้พิพากษาแต่ละท่าน (เช่น บางท่านเน้นการลงโทษเพื่อปราบปราม บางท่านเน้นการให้โอกาสเพื่อแก้ไขฟื้นฟู) มีผลต่อการพิจารณาโทษหรือชั่งน้ำหนักความยุติธรรม

การนำสืบและการซักค้านในศาล: แม้หลักฐานจะเหมือนกัน แต่ระบบศาลไทยใช้ระบบกล่าวหาในคดีอาญาและแพ่ง การหักล้างหรือวิธีนำเสนอของทนายความในชั้นศาลอาจทำให้ผู้พิพากษาแต่ละท่านมองเห็นภาพความจริงในคดีที่ต่างกันออกไป

ด้วยเหตุนี้ ในคดีสำคัญหรือคดีที่มีอัตราโทษสูง ระบบศาลจึงมักจะใช้ “องค์คณะผู้พิพากษา” (มีผู้พิพากษามากกว่า ๑ คน) ในการร่วมกันพิจารณาและออกเสียง เพื่อถ่วงดุลและป้องกันไม่ให้คำพิพากษาเกิดจากมุมมองส่วนบุคคลของใครคนใดคนหนึ่งเพียงอย่างเดียว

รวมถึงมี “ระบบศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา” เพื่อให้คู่ความสามารถคัดค้านดุลพินิจของศาลชั้นต้นได้นั่นเอง

ก็ตามนั้นครับ

กลับมาที่คดีฮั้ว สว. ก็จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

และจะมีประเด็นการเมืองเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ

ปลายทางคือ ล้มรัฐบาล และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อยากล้มรัฐบาลก็ว่ากันไปครับ แต่การโทษว่าเป็นเพราะรัฐธรรมนูญทำให้ได้ สว.แบบนี้ ต้องถามก่อนว่า อ่านครบทุกมาตราหรือยัง

ตั้งแต่มาตรา ๑๐๗ ถึง มาตรา ๑๑๓ ได้ทำความเข้าใจหรือยัง

พวกที่อยากแก้รัฐธรรมนูญก็ที่เห็นๆ กันอยู่ พวกส้มจะแก้มากกว่าเรื่อง สว. ประเด็นนี้รับทราบกันดีอยู่แล้ว

อีกพวกเอาหล่อเอาเท่ อยากมีภาพเป็นนักประชาธิปไตย

ลองไปอ่านดูสิครับที่เถียงกันเรื่องฮั้ว สว. ปัญหามันมาจากตรงไหน

รัฐธรรมนูญเขียนเพียงกรอบกว้างๆ

แถมยังมีถ้อยความกำชับให้เลือกกันเองโดยสุจริตเที่ยงธรรม ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

แต่มันก็มีปัญหาครับ

ประเด็นเรื่องสาขาอาชีพว่ามีอะไรบ้าง วิธีเลือกไขว้ ล้วนอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ทั้งสิ้น

กฎหมายลูกนี่แหละครับที่มีปัญหา

มาตรา ๑๑ มีอยู่ ๒๐ กลุ่มอาชีพ

เรื่องการสมัคร หลักฐานการสมัคร การเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ ล้วนอยู่ในกฎหมายลูก แล้วทำไมต้องโทษรัฐธรรมนูญ

ดุลพินิจและอำนาจของ กกต. ที่ด่ากันเละเทะ ถึงขั้นประกาศเล่นงาน กกต.ทุกศาลทุกช่องทาง ก็อยู่ในกฎหมายลูกเช่นกัน

ในหมวด ๔ การควบคุมการเลือกให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตั้งแต่ มาตรา ๕๘ ถึงมาตรา ๖๓ ก็เขียนเอาไว้ชัดเจน

ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมาย ก็ให้อำนาจ กกต.ส่งฟ้องศาล

ถ้าหลักฐานไม่เพียงพอ กกต.ก็สามารถใช้ดุลพินิจไม่ส่งศาลได้

มันไม่ใช่ว่า กกต.จะพิพากษาแทนศาลตามที่โหมล่าแม่มดกันอยู่

พรรคการเมืองนั่นแหละครับตัวดี เอาเรื่องนี้ไปบิดเบือนในสื่อโซเชียล ที่คนมักจะอ่านใจความไม่ครบบรรทัดกันอยู่แล้ว ให้เข้าใจผิดเข้ารกเข้าพง

ฉะนั้นถ้าอยากจะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทิ้งก็อย่าเอาเรื่องนี้มาอ้าง

มันฟังไม่ขึ้น

จะรื้อหมวดพระมหากษัตริย์ จะเปลี่ยนสถานะพระมหากษัตริย์ ก็ว่ามาตรงๆ

ไม่ต้องทำตัวเป็นอีแอบ

มาถึงขั้นนี้ไส้กี่ขดมันรู้ทันกันหมดแล้ว

แต่ก็เผื่อพวกซื่อตาใสที่ไปเป็นแนวร่วมเพราะอยากสวยอยากหล่อจะได้ไหวตัวทัน

ครับ…ใครฮั้ว สว. จัดการให้เรียบ

ในส่วนที่ กกต.สั่งไม่ฟ้อง เมื่อมีประเด็นให้สงสัยก็ไปว่ากันต่อในสภาฯ

จากนี้ไปการเมืองล้วนๆ

แค่อย่าตีขลุมว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐธรรมนูญมรดกสืบทอดจากเผด็จการ

เพราะสุดท้ายไอ้คนพวกนี้นี่แหละครับจะรวมหัวกันเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง.

Written By
More from pp
ขอโทษ..กูไม่จบ! #สันต์สะตอแมน
สันต์ สะตอแมน ไม่ได้เชียร์ใครและไม่ได้จะยุให้คนตีกัน! แต่เห็นข่าว “คนเด่น-คนดัง” อย่าง “หมออั้ม” อิราวัต อารีกิจ อดีตนักร้อง กับนักแสดงคนดัง-เจ้าของหมูกรอบ (อร่อย)...
Read More
0 replies on “ฮั้ว สว.แค่ทางผ่าน #ผักกาดหอม”