เปลว สีเงิน
เมื่อวานคึกคักดีนะ
เห็นยกทัพกันมาครืนครั่นสนั่นเมืองยิ่งกว่าสงคราม ๙ ทัพ
ทัพใหญ่ ๒ ทัพ
ทัพแรก เป็นทัพของพรรคประชาชน นำโดยหัวหน้าเท้ง
แต่ดูจะเขิน ใจอยากล้มรัฐบาล แต่ทำหน้าบาง
จึงออกตัวว่า
“ผมมาในฐานะประชาชนนะจ๊ะ…
ไม่ได้มาในนามพรรคพรรคหรือในนามนักการเมือง”!
ก็เอาตามที่พี่สบายใจเถอะ ไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอก
เห็นมากันพร้อม ทั้งท่านไอติม หญิงศิริกัญญา
ได้ดิบได้ดี เป็นรัฐมนตรีชาติไหน อย่าลืมผมแล้วกัน!
ทัพที่สอง นำโดยท่านยิ่งชีพ-ไอลอว์ ยกขบวนมาจากลาดพร้าว
แล้วมาบรรจบกับทัพท่านเท้งที่หน้าหอศิลปฯ สี่แยกปทุมวัน
เป้าหมายหลัก เพื่อใช้มวลชน
“กดดัน กกต.”
ต้องส่ง ๒๒๙ รายชื่อในคดีฮั้วสว.ให้ศาลฎีกา แผนกเลือกตั้ง
ถ้าศาลฎีกา “รับคำร้องไว้ไต่สวน”
ก็จะมีคำสั่งให้สว.ที่มีชื่อตามคำร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนจนกว่าศาลฯ จะมีคำตัดสินออกมา “ทางใด-ทางหนึ่ง”
เช้าวันนี้ (๑๔ ก.ย.๖๙) แหละ
“คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง ๗ ได้ฤกษ์พิจารณา เพื่อลงมติชี้ขาด “คดีฮั้วสว.” จำนวน ๒๒๙ ราย
กกต.ทั้ง ๗ มีใครบ้าง มาดูกันก่อน ดังนี้
๑.นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. ดำรงตำแหน่ง ๗ ธ.ค.๖๘ โดย “ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา”
๒.นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. ดำรงตำแหน่ง ๔ ธ.ค.๖๑ จากการสรรหายุคคสช. (ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอสรรหาแต่งตั้งคนใหม่)
๓.นายชาย นครชัย กกต. ดำรงตำแหน่ง ๒ ต.ค.๖๖ มาจากการสรรหาชุด คสช.
๔.นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ดำรงตำแหน่ง ๑๙ มี.ค.๖๗ โดย “ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา”
๕.นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต.ดำรงตำแหน่ง ๗ ธ.ค.๖๘ มาจากการสรรหาชุดปัจจุบัน
๖.นายณรงค์ รักร้อย กกต. ดำรงตำแหน่ง ๗ ธ.ค.๖๘ มาจากการสรรหาชุดปัจจุบัน
๖.นายจิรุตม์ วิศาลจิตร กกต. ดำรงตำแหน่ง ๒๖ มี.ค.๖๙ มาจากการสรรหาชุดปัจจุบัน
ก็ ๑๐ โมงเช้าวันนี้แหละ
ทั้ง ๗ ท่าน จะชี้ขาดใน “ขั้นตอนสุดท้าย” ว่า
จะเห็นพ้องตามความเห็นของ…..
“คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ ๒๖”
ที่ให้ “ส่งคำร้อง”….
ผู้ถูกกล่าวหา ๒๒๙ รายชื่อ ต่อศาลฎีกา
หรือ “ยกคำร้อง”…..
ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง ๒๒๙ รายชื่อ
ตามที่ “คณะอนุกรรมการวินิจฉัย” ชุดที่ ๓๖ ชี้ขาด
ถ้ากกต.มีมติส่งทั้ง ๒๒๙ รายชื่อให้ศาลฎีกา
จะถูกใจ พรรคประชาชน ไอลอว์ พรรคประชาธิปัตย์ และบรรดานักวิชาการส่วนหนึ่งมาก
การ “ถูกใจ” นั้น ถือว่า มติกกต.นั้น ถูกต้อง-ชอบธรรม
แต่ถ้าผิดไปจากนี้
จะถือว่า “ไม่ถูกต้อง-ชอบธรรม”
เพราะ “ไม่ถูกใจ” พรรคประชาชน
ไม่ถูกใจ ไอลอว์
ไม่ถูกใจพรรคประชาธิปัตย์ และ
ไม่ถูกใจนักวิชาการบางส่วน
๒๒๙ รายชื่อ ที่ถูกกล่าวหาว่าโกงเลือกตั้งสว.นี้
แยกออกเป็น ๔ กลุ่ม
กลุ่มแรก เป็น “สว.ชุดปัจจุบัน” ๑๓๘ คน เช่น ประธาน-รองประธานวุฒิสภา “นายมงคล สุระสัจจะ -พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์”
และ “คีย์แมน” สว.สีน้ำเงิน
กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มนักการเมืองภูมิใจไทย มีทั้ง รัฐมนตรี-สส.-กก.บห.พรรคภูมิใจไทย รวม ๒๑ คน
ไล่ลงไปตั้งแต่ตัว นายกฯ อนุทิน คุณเนวิน บรรดารัฐมนตรีภูมิใจไทย จนถึงเลขาฯ นายกรัฐมนตรี
กลุ่มที่ ๓ เครือข่ายและทีมงานส่วนตัวของแกนนำพรรคภูมิใจไทย อีก ๒๐ คน
และกลุ่มที่ ๔ เป็นกลุ่ม สว.สำรองและผู้สมัครสว.ที่ไม่ได้เข้าไปเป็นสว.อีก ๕๐ คน
นี่แหละ ๒๒๙ รายชื่อ
ที่ “คณะสืบสวนไต่สวนที่ ๒๖” มีความเห็นให้ส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา
แต่ “คณะอนุกรรมการวินิจฉัย” ชุดที่ ๓๖ พิจารณาแล้ว
ชี้ขาด “ให้ยกคำร้อง”
ส่วนกกต.ชุดใหญ่ ทั้ง ๗ ท่าน
จะลงมติชี้ขาด ตามที่คณะไต่สวนชุดที่ ๒๖ เสนอ
หรือตามที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ ๓๖ เสนอ
หรือกกต.ทั้ง ๗ จะลงมติชี้ขาดไปเป็นอย่างอื่น?
ก็ลุ้นระทึกกันทั้งบ้าน-ทั้งเมือง
มีผู้สันทัดกรณีเขาให้ความเห็นไว้ ๓ ทาง ประมาณนี้
๑.กกต.ส่งคำร้องไปศาลฎีกาทั้ง ๒๒๙ รายชื่อ
เพื่อให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง
หรือเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของบุคคลที่ปรากฏในคำร้อง
ตามสำนวนสืบสวนไต่สวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ ๒๖
โดยเมื่อ “ศาลฎีกา” รับคำร้องไว้ไต่สวน
จะมีคำสั่งให้สว.ที่มีชื่อตามคำร้อง
“หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน”
จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำตัดสินออกมา
๒.กกต.มีมติ “ยกคำร้อง” ไม่เอาผิดใดๆ
โดยให้เหตุผล เช่น “ยังไม่ปรากฏหลักฐานเพียงพอ”
หรือ ไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า….
“มีการกระทำความผิดตามที่มีข้อกล่าวหาที่เพียงพอจะส่งคำร้องไปศาลฎีกา”
๓.ส่งคำร้องไปศาลฎีกา แต่ส่งไม่ครบ ๒๒๙ รายชื่อ
นี่….
ผู้สันทัดกรณีเขาชี้เป็น ๓ ทางดังนี้
แต่ถ้ากกต.มีมติ “ยกคำร้อง”
เพราะไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิด
ได้ยินทางพรรคประชาชนกับประชาธิปัตย์เขาประกาศ
จะ “ดำเนินคดีกับกกต.”
ขี้หมู-ขี้หมา ๑๕๗ โดนแน่!
สรุปความแล้ว “หวยกกต.” ที่จะออกวันนี้
ไม่ว่าออกประตูไหน
“กกต.” มีแต่เจ็บมากหรือเจ็บน้อย ที่จะไม่เจ็บ ไม่มีทาง!
แต่ไม่ว่าจะมีมติออกมาแบบไหน
“ทุกแบบ” กกต.จะต้องมีคำอธิบาย มีเหตุผล แจกแจงให้ประชาชนแจ้งกระจ่าง
และต้องมีคำตอบพร้อมในทุกคำถามด้วย!
ยังไงๆ มันต้อง “ยุ่ง” แน่
แต่คงไม่ถึงขั้น “เหยิง”!
ผมพลิกปูมดาวดูแล้ว ท่านบอกว่า จันทร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๙ “พุธตรีโกณมฤตยู”
“ตรีโกณ” หมายถึง นับจากดาวดวงหนึ่งไปอีกดวงหนึ่งได้ ๕ ราศี “พุธตรีโกณมฤตยู” ก็คือ
วันนี้ พุธกับมฤตยูอยู่ห่างกัน ๕ ราศี
ตำราบอกว่า….
ดาวพุธ (๔) ทำมุมตรีโกณ (มุมดี ๑๒๐ องศา) กับดาวมฤตยู (๐)
ในทางโหราศาสตร์
ส่งผลให้เจ้าชะตามีความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ปัญญาญาณเฉียบคม และเด่นด้านการเรียนรู้ศาสตร์ลี้ลับหรือวิทยาการสมัยใหม่
แบบนี้ กกต.อาจมีมติออกมาในทางที่ ๔ เป็นแนวสร้างสรร-แปลกใหม่ แต่กิ๊บเก๋ออเรก้าด้วยแนวทางสมัยใหม่อย่างใด-อย่างหนึ่งก็เป็นได้
เพราะผมสังเกตเห็นท่านประธานกกต.เป็นคนหน้านิ่ง
ไม่เคยแสดงอาการหวั่นไหว วิตก กังวลอะไร
เรียกว่าท่านเป็นคน “น้ำนิ่ง-ไหลลึก”
และเป็นคน “หลักแน่น”
ดังนั้น ถึงยกทัพกันมากดดันท่านทั้งวัน-ทั้งคืน
ท่านก็นอนหลับสบาย โดยไม่กินยาหมอควรจำ
เพราะทุกอย่างมันก็ต้องเป็นไปตามพยาน หลักฐาน “อันควรเชื่อได้ว่า”
จะไม่เป็นไปตามการกดดันของทุกฝ่าย…ผมเชื่อในตำแหน่ง “อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา” ของท่านประธานกกต.
ส่วนเรื่องดวงดาวที่ว่านั่น ผมก็ว่าของผมไปเรื่อย
แต่ที่ไม่เรื่อย อยากรวยกันมั้ยล่ะ ถ้าอยากจะบอกให้
ใครมีเงินเหลือเก็บ
ไปแคะกระปุกออกมา ไปซื้อทองทีละ “สลึง-สองสลึง”
สะสมไปเรื่อยๆ ตอนนี้
จากตุลา.ไป ราคาทองจะทะรูด-ทะราด ผาดโผน
ถ้ามีแต่ทะราด ยังไงก็ยังเหลือทอง (ละวะ)!
เชื่อผม ถึงไม่รวยวันนี้ วันหน้าก็รวย
ผมก็ตะแล๊ดแต๊ดแต๋ไปเรื่อย เพราะเมืองไทยผมไม่ห่วง
ห่วงแต่ผลกระทบจากภายนอกที่จะมาถึงไทยเท่านั้น
โดยเฉพาะจาก “ดอลลาร์สหรัฐฯ”
ที่ใกล้จะสูญสิ้นความเป็น “เงินสกุลหลัก” ของโลกเข้าทุกที
นี่แหละ..จะยิ่งกว่า “นิวเคลียร์ระเบิด” ซะอีก!
เปลว สีเงิน
๑๔ กันยายน ๒๕๖๙
