คนปลายซอย มุนเข้าไปก่อกวน-ก่อการในมาเลย์อีกเลย! แล้วย้อนมาดูวันนี้ ขบวนการแบ่งแยก ๓ จังหวัดใต้ มันอยู่ในมาเลย์ฯทั้งโขยง จะบอกว่าอยู่ภายใต้อุปถัมภ์ของรัฐบาลมาเลย์ก็ไม่ผิด! ที“โจรจีน”มาเลย์มาขอให้ไทยช่วย เราก็ช่วยจนราบคาบ แล้วที BRN ไทยเราไปขอให้มาเลย์ช่วย มาเลย์เคยช่วยแบบจริงใจอย่างที่ไทยเคยช่วยเขามั้ย? ถ้าจริงใจ มันจบไปนานแล้ว ไม่มี BRN บีอาอวย มาแถลงการณ์ให้คัน….ถึงทุกวันนี้หรอก! “ความจริงใจ”เมื่อมาเลย์ไม่มีให้ การเจรจาสันติสุข ก็ไม่ต่างไปเล่น“ลิเกฮูลู”เมื่อยตุ้มเปล่า ๙-๑๐ กรกฏานี้“นายกฯอนุทิน”ก็จะไปพบนายกฯอันวาร์ที่มาเลย์ พร้อมคณะ“พูดคุยสันติสุข”ฝ่ายไทย นายกฯอนุทินลองปรารภเรื่อง“โจรจีนคอมมูนิสต์มลายู”ให้นายกฯอันวาร์ฟัง เผื่อนายกฯอันวาร์จะระลึกชาติได้ แล้วช่วยแก้ปัญหาโจรแบ่งแยกดินแดนให้ไทย เหมือนที่ไทย ที่ผมขอนำเสนอต่อ โดยหวังที่จะเป็นแรงส่งให้ปัญหาเรื้อรังบ้านผม ๒๒ ปีกว่าแล้ว จะได้เกิดผลดี เหตุร้ายลด คนปลอดภัย เป็นรูปธรรมในรัฐบาลอนุทิน ๒ ตามที่ชาวบ้านคนพื้นที่หวัง (๑) ชาวบ้านเกิดข้อกังวลว่า นายกฯมีศึกหลายด้าน กลัวว่า ท่านจะ”ลอยตัว“จากการแก้ปัญหา๓ จชต. ยิ่งมอบให้ อาจารย์….(ซึ่งชาวบ้านบางส่วนไม่วางใจถือเป็นตัวปัญหา/ใช้ปัญหาเป็นโอกาสทางการเมือง) และขณะเดียวกัน ก็กลัวว่า ท่านนายกฯจะ”ลอยแพ“ชาวบ้าน ๓ จชต. ซึ่งชาวบ้านต่างหวังที่จะได้เห็นดีขึ้นเป็นรูปธรรม ถึงเลือกภท.๕ ใน ๑๓(ปช.เหลือแค่ ๔) จึงอยากสะท้อนความรู้สึกพี่น้องเรา (๒) ในช่วงที่นายกฯอนุทินฯไปมาเลย์ ๙-๑๐ กค.๖๙ อยากให้คุยนายกฯอันวาร์ ถึงความร่วมมือปราบโจรใต้อย่าง “จริงจัง-จริงใจ” ยกเคส ล่าสุด ๒๙/๖ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ถูกลอบวางระเบิดบาดเจ็บสาหัส ที่ผ่านมา มาเลเซียไม่เคยพูดชัด จัดการจริงจัง กลับเคยแสดงความเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจมาตั้งแต่สมัยมหาเดร์ ซึ่งตรงกับเป้าหมายของ BRN ดังนั้น การไปของนายกฯครั้งนี้ มีคณะพูดคุย”สันติสุข”ชุดใหม่ไปด้วย จะได้ถือโอกาสวางกรอบการพูดคุยกันใหม่ หรือดีสุด อยากให้ยกเลิกไปเลย ถือว่า”ปัญหา ๓ จชต.”เป็นปัญหาภายในของเราเอง เราจัดการคุยกับคนไทยกันเองได้ (ที่ผ่านมา ๑๒ ปี เราคุยกับคนไทยที่เปลี่ยนสัญชาติเป็นมาเลเซียแล้ว เขารักมาเลย์ฯมากกว่าไทยอยู่แล้ว ยิ่งเราให้ฝ่ายมาเลย์ฯเป็นคนเลือกคนมาคุยกับเรา ผลประโยชน์ก็เป็นของเขาอยู่แล้ว) (๓) ที่ผ่านมา หลังจากผมได้แสดงความเห็นสนับสนุนให้มหาดไทย นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน อส.เข้ามามีบทบาท โดยให้ประกาศจัดตั้ง“สำนักงานมหาดไทยส่วนหน้า”ในเร็ววัน แต่ผมอยากให้ มท.๑ มีความชัดเจนคือ ๑.มหาดไทยต้องมาทั้ง ๖ กรม โดยผู้ตรวจราชการกรมมากำกับดูแลงานมีบทบาทขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทุกกรม โดยสรุป กรมการปกครอง ดูเรื่องการหยุดเหตุ /การบังคับใช้ กม./งานการข่าวของกำนัน-ผญบ./งานชุดคุ้มครองตำบลของ อส./งานกำหนดพื้นที่ปลอดภัย กรมพัฒนาชุมชน มอบ จนท.รัฐ ๑ คน ดูแล ๑๐ ครอบครัว ช่วยเหลือบริการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูแลงานกระจายอำนาจพิเศษแก่หน่วยท้องถิ่นในพื้นที่ ๓ จชต.๒๖๗ แห่ง ซึ่งเท่ากับย้อนศร BRN และฝ่านการเมือง ที่ต้องการตั้ง“นครรัฐปาตานี” กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย การดูแลภัยแทรกซ้อน กำกับ อาสาสมัครป้องกันภัย อพปร. กรมที่ดิน ดูแลปัญหาที่ดินทำกิน”รัฐ-ประชาชน”ที่เรื้อรัง ๕๐ ปี ซึ่งแก้ไขมาตามลำดับ เร่งรัดให้จบได้ในปี ๗๐ กรมโยธาธิการ ดูแลโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ๒.ตั้งรัฐมนตรีประจำพื้นที่ มท.๔ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน และเป็นตัวแทน ครม.สานนโยบายกับปฏิบัติ (๔) ผมมั่นใจว่า วันนี้”สถาบันการศึกษาศาสนา”ยังเป็นสายพานการผลิตของ BRNใหม่ และการบิดเบือนศาสนาเป็นการปลูกปลุกอุดมการณ์ ดังนั้น จึงเห็นความจำเป็น ควรตั้งที่พำนัก“จุฬาราชมนตรี”ในพื้นที่ ๓ จชต. ซึ่งมหาดไทยเป็นหน่วยกำกับดูแลกิจการจุฬาราชมนตรี ขอกราบรบกวนมาด้วยความเคารพ ด้วยความเคารพ ……………………….. อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครับ….อดีตเลขา ศอ.บต.ท่านเป็นคนใต้ ให้ผมเป็นบุรุษไปรษณีย์ ส่งจดหมายนี้ถึงท่านนายกฯ ผมก็ปฎิบัติหน้าที่แล้ว โจร BRN บอก ความขัดแย้งนี้ ต้องแก้ไขด้วยการเมือง แต่ผมบอกว่า..ไม่ใช่ ๓ จังหวัดใต้“มันมืด”ต้องใช้“แสงสว่าง”ไล่โจร” “เศรษฐกิจ เงิน-งาน โครงการใหญ่ๆ” โดย“ยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี” เป็น“ศูนย์กลางการค้าฮาลาลและการท่องเที่ยวชายแดนใต้กับมาเลย์และมุสลิมทั่วโลก” แสงสว่างนี้เข้าถึงเมื่อไหร่ ใครล่ะจะอยากเป็นโจร? -เปลว สีเงิน ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙

คนปลายซอย

 

 

“งมงาย”ใต้“จึงไม่จบ”

 

“๓-๔ กรกฏา”

ผบ.ทบ.“พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์”ลงไปชายแดนใต้

“ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย”อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

“ค่ายสิรินธร”จังหวัดปัตตานี

“หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ ๔๗” และ“กองร้อยทหารพรานที่ ๔๗๐๗” อำเภอยะหา จังหวัดยะลา และอีกหลายแห่ง

“๕ กรกฏา”

“ขบวนการ BRN”ออกแถลงการณ์ข่มขู่ประชาชน ๓ จังหวัดใต้ทันที ด้วยข้อความ…

สถานการณ์นี้ สะท้อนให้เห็นว่า

ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่ และไม่มีสัญญาณใด ๆสำหรับการแก้ไขอย่างยั่งยืน

การต่อสู้ของประชาชนปาตานี ที่นำโดย BRN ดำเนินมาในพื้นที่ความขัดแย้งที่ปาตานีในยุคใหม่ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗

จนถึงทุกวันนี้ เป็นปีที่ ๒๓ ของความขัดแย้ง

…………..ฯลฯ………………..

BRN ขอเรียกร้องให้สังคมทั่วไป ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตน

และหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้สถานที่เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการทางการทหาร หรือสถานที่ที่มีความเสี่ยง

และขอให้สังคมปาตานี ไม่เข้าร่วมฝ่ายความมั่นคงของฝ่ายรัฐบาลไทย

หรือมีบทบาทที่อาจถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนปฏิบัติการทางการทหารของรัฐบาล เพื่อลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตน

กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพ BRN มองว่า

ความตึงเครียดและปฏิบัติการทางการทหารที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งที่ปาตานีในขณะนี้

เป็นหนึ่งในผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการสันติภาพที่ขาดความคืบหน้า

ด้วยเหตุนี้ BRN ขอเน้นย้ำว่า

“การเจรจาสันติภาพเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง”เพื่อนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างมีศักดิ์ศรี ยุติธรรมและยั่งยืน

การแก้ไขความขัดแย้งที่ปาตานี“ผ่านวิธีการทางการเมือง” เป็นวิธีการที่จะสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างชาติปาตานี กับรัฐบาลไทย

เพื่อให้เกิดสันติภาพและความสงบอันแท้จริง มีศักดิ์ศรีและความยั่งยืน

ทั้งนี้ BRN ขอขอบคุณบทบาทของรัฐบาลมาเลเซียในฐานะเป็นผู้อำนวยความสะดวกของกระบวนการเจรจาสันติภาพ

และการมีส่วนร่วมของสังคมนานาชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นมืออาชีพเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขสำหรับความขัดแย้งอันยืดยาวมานานที่ปาตานี

BRN หวังว่า จะได้รับการสนับสนุนในการเจรจาสันติภาพรอบนี้จากประชาคมปาตานีทั้งปวง

เพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในความพยายามเพื่อแก้ไขความขัดแย้งนี้

นี่เป็นส่วนหนึ่งในแถลงการณ์ BRN ที่“อาจารย์ ฮารา ชินทาโร”แปลและเผยแพร่ ผมหยิบเฉพาะประเด็นสำคัญมาให้อ่าน

ต้องบอกว่า กร่างเกินราคาจริง!

ขู่พี่น้อง ๓ จังหวัดใต้ ใครให้ความร่วมมือกับทางการ จะอันตรายต่อชีวิต!

“ขอบคุณรัฐบาลมาเลเซีย”กลัวชาวโลกเขาไม่รู้รึไง ว่า BRN คือขบวนการใต้อุปถัมภ์รัฐบาลมาเลเซีย!?

แล้วเรียกจังหวัดปัตตานีว่า“ชาติปาตานี”กินสะตอดิบมากเกินไปรึไง..พวก ท้องถึงอืด จนละเมอเพ้อพก?

ใครคิดว่า สันติสุขใน ๓ จังหวัดใต้ จะมีได้จากการเจรจา

ก็เจรจากันไปเหอะ

สำหรับผม การเจรจากับโจรที่มีการเมืองอีกประเทศหนุนหลัง

เจรจาไปก็“เหม็นขี้ฟัน”เปล่า!

เพราะรู้อยู่แล้วว่า“มันต้องการในสิ่งที่เราไม่มีวันที่จะให้มันได้”แล้วจะไปเจรจาให้เมื่อยตุ้มทำไม?

ตัวอย่างที่เป็นคำตอบของโจทย์นี้ มันมีฝังอยู่ในหัวกระโหลกคนไทยอยู่แล้ว แต่ทีนี้…จะให้เรียกว่ายังไงดีวะ

ต้องเรียกว่า“ฉลาดซะจนเซ่อแดก”คงทำนองนั้น

“คนรุ่นใหม่”คงไม่รู้จัก“โจรจีน”

“โจรจีน”มันก็แบบเดียวกับพวก BRN นี่แหละ แต่กลับข้างกัน

“โจรจีน”เรียกเต็มๆว่า“โจรจีนคอมมูนิสต์มลายา”เคยซ่องสุมอยู่ในเมืองไทยที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้

แล้วเข้าไปก่อการในมลายู คือในมาเลเซียปัจจุบันนี่แหละเพื่อให้เป็นคอมมูนิสต์

มาเลเซียไม่มีปัญญาปราบ เพราะฐานปฎิบัติการอยู่ในเมืองไทย เข้าไปก่อการ-ก่อกวน แล้วก็หลบเข้ามาเมืองไทย

โจรจีนไม่ทำอะไรเมืองไทย

รัฐบาลไทยก็ไม่มีความจำเป็นต้องแส่ไปหาเหามาใส่หัว!

ก็เหมือนกับโจรแก๊ง BRN นี่เปี๊ยบเลย!

มันซ่องสุมอยู่ในมาเลย์ฯ แล้วเข้ามาปฎิบัติการใน ๓ จังหวัดใต้ ตำรวจ-ทหารไล่ปราบ มันก็หนีไปนอนโก่งตูดอยู่มาเลย์สบาย

รัฐบาลมาเลย์ก็ทำไม่รู้-ไม่เห็น นอกจากเป็นพวกกันเองแล้ว แก๊งโจร BRN ก็ไม่ได้ก่อการอะไรในมาเลย์

แล้วใครปราบโจรจีนรู้มั้ย?

ก็ไทยเรานี่แหละ มาเลย์มาอ้อนวอนงอนง้อ ขอให้ช่วยปราบ ไทยก็ไปเจรจากับพรรคคอมมูนิสต์ในมาเลย์“ลูกพี่ใหญ่”ของแก๊งโจรจีนที่ชายแดนใต้

ไทยเรานี่ ถ้ารับปากจะช่วยใครแล้ว ช่วยด้วยจริงใจ ไม่มีนอก -ไม่มีใน ทั้งที่โจรจีนไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ไทยเลย แต่เมื่อมาเลย์ขอความช่วยเหลือ

ก็ช่วยสุดลิ่มทิ่มดาก ประสานพรรคคอมมูนิสต์ นัดไปคุยตกลงกัน ๓ ฝ่าย ที่หาดใหญ่ มีไทย มีพรรคคอมมูนิสต์ และมาเลย์

มาเลเซียก็“แฮปปี้ เอนดิ้ง”

โจรจีนคอมมูนิสต์ไม่ส่งสมุนเข้าไปก่อกวน-ก่อการในมาเลย์อีกเลย!

แล้วย้อนมาดูวันนี้ ขบวนการแบ่งแยก ๓ จังหวัดใต้

มันอยู่ในมาเลย์ฯทั้งโขยง

จะบอกว่าอยู่ภายใต้อุปถัมภ์ของรัฐบาลมาเลย์ก็ไม่ผิด!

ที“โจรจีน”มาเลย์มาขอให้ไทยช่วย เราก็ช่วยจนราบคาบ

แล้วที BRN ไทยเราไปขอให้มาเลย์ช่วย

มาเลย์เคยช่วยแบบจริงใจอย่างที่ไทยเคยช่วยเขามั้ย?

ถ้าจริงใจ มันจบไปนานแล้ว

ไม่มี BRN บีอาอวย มาแถลงการณ์ให้คัน….ถึงทุกวันนี้หรอก!

“ความจริงใจ”เมื่อมาเลย์ไม่มีให้ การเจรจาสันติสุข ก็ไม่ต่างไปเล่น“ลิเกฮูลู”เมื่อยตุ้มเปล่า

๙-๑๐ กรกฏานี้“นายกฯอนุทิน”ก็จะไปพบนายกฯอันวาร์ที่มาเลย์ พร้อมคณะ“พูดคุยสันติสุข”ฝ่ายไทย

นายกฯอนุทินลองปรารภเรื่อง“โจรจีนคอมมูนิสต์มลายู”ให้นายกฯอันวาร์ฟัง เผื่อนายกฯอันวาร์จะระลึกชาติได้

แล้วช่วยแก้ปัญหาโจรแบ่งแยกดินแดนให้ไทย เหมือนที่ไทยเคยช่วยแก้ปัญหาโจรจีนให้มาเลย์ เมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน!

พอรู้ว่านายกฯอนุทินจะไปมาเลย์เท่านั้นแหละ

“อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้”ท่านหนึ่ง

เขียนจม.ถึงนายกฯผ่านผม ส่งมาทางไลน์ทันทีเลย

เรียน คุณเปลว สีเงิน

ผมขออนุญาตนำเสนอประเด็นแนวทางแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนใต้ที่ได้ช่วยนำเสนอ ทำให้รัฐบาลอนุทิน ๒ สนใจขยับบ้างแล้ว

แต่ยังมีบางส่วนที่ผมขอนำเสนอต่อ โดยหวังที่จะเป็นแรงส่งให้ปัญหาเรื้อรังบ้านผม ๒๒ ปีกว่าแล้ว

จะได้เกิดผลดี เหตุร้ายลด คนปลอดภัย เป็นรูปธรรมในรัฐบาลอนุทิน ๒ ตามที่ชาวบ้านคนพื้นที่หวัง

(๑) ชาวบ้านเกิดข้อกังวลว่า นายกฯมีศึกหลายด้าน กลัวว่า ท่านจะ”ลอยตัว“จากการแก้ปัญหา๓ จชต.

ยิ่งมอบให้ อาจารย์….(ซึ่งชาวบ้านบางส่วนไม่วางใจถือเป็นตัวปัญหา/ใช้ปัญหาเป็นโอกาสทางการเมือง)

และขณะเดียวกัน ก็กลัวว่า ท่านนายกฯจะ”ลอยแพ“ชาวบ้าน ๓ จชต.

ซึ่งชาวบ้านต่างหวังที่จะได้เห็นดีขึ้นเป็นรูปธรรม ถึงเลือกภท.๕ ใน ๑๓(ปช.เหลือแค่ ๔) จึงอยากสะท้อนความรู้สึกพี่น้องเรา

(๒) ในช่วงที่นายกฯอนุทินฯไปมาเลย์ ๙-๑๐ กค.๖๙ อยากให้คุยนายกฯอันวาร์ ถึงความร่วมมือปราบโจรใต้อย่าง “จริงจัง-จริงใจ”

ยกเคส ล่าสุด ๒๙/๖ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ถูกลอบวางระเบิดบาดเจ็บสาหัส ที่ผ่านมา

มาเลเซียไม่เคยพูดชัด จัดการจริงจัง

กลับเคยแสดงความเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจมาตั้งแต่สมัยมหาเดร์ ซึ่งตรงกับเป้าหมายของ BRN

ดังนั้น การไปของนายกฯครั้งนี้ มีคณะพูดคุย”สันติสุข”ชุดใหม่ไปด้วย จะได้ถือโอกาสวางกรอบการพูดคุยกันใหม่

หรือดีสุด อยากให้ยกเลิกไปเลย

ถือว่า”ปัญหา ๓ จชต.”เป็นปัญหาภายในของเราเอง

เราจัดการคุยกับคนไทยกันเองได้

(ที่ผ่านมา ๑๒ ปี เราคุยกับคนไทยที่เปลี่ยนสัญชาติเป็นมาเลเซียแล้ว เขารักมาเลย์ฯมากกว่าไทยอยู่แล้ว ยิ่งเราให้ฝ่ายมาเลย์ฯเป็นคนเลือกคนมาคุยกับเรา ผลประโยชน์ก็เป็นของเขาอยู่แล้ว)

(๓) ที่ผ่านมา หลังจากผมได้แสดงความเห็นสนับสนุนให้มหาดไทย นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน อส.เข้ามามีบทบาท

โดยให้ประกาศจัดตั้ง“สำนักงานมหาดไทยส่วนหน้า”ในเร็ววัน แต่ผมอยากให้ มท.๑ มีความชัดเจนคือ

๑.มหาดไทยต้องมาทั้ง ๖ กรม

โดยผู้ตรวจราชการกรมมากำกับดูแลงานมีบทบาทขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทุกกรม

โดยสรุป กรมการปกครอง ดูเรื่องการหยุดเหตุ /การบังคับใช้ กม./งานการข่าวของกำนัน-ผญบ./งานชุดคุ้มครองตำบลของ อส./งานกำหนดพื้นที่ปลอดภัย

กรมพัฒนาชุมชน มอบ จนท.รัฐ ๑ คน ดูแล ๑๐ ครอบครัว ช่วยเหลือบริการ

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูแลงานกระจายอำนาจพิเศษแก่หน่วยท้องถิ่นในพื้นที่ ๓ จชต.๒๖๗ แห่ง

ซึ่งเท่ากับย้อนศร BRN และฝ่านการเมือง ที่ต้องการตั้ง“นครรัฐปาตานี”

กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย การดูแลภัยแทรกซ้อน กำกับ อาสาสมัครป้องกันภัย อพปร.

กรมที่ดิน ดูแลปัญหาที่ดินทำกิน”รัฐ-ประชาชน”ที่เรื้อรัง ๕๐ ปี ซึ่งแก้ไขมาตามลำดับ เร่งรัดให้จบได้ในปี ๗๐

กรมโยธาธิการ ดูแลโครงการพัฒนาขนาดใหญ่

๒.ตั้งรัฐมนตรีประจำพื้นที่ มท.๔ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน และเป็นตัวแทน ครม.สานนโยบายกับปฏิบัติ

(๔) ผมมั่นใจว่า วันนี้”สถาบันการศึกษาศาสนา”ยังเป็นสายพานการผลิตของ BRNใหม่

และการบิดเบือนศาสนาเป็นการปลูกปลุกอุดมการณ์

ดังนั้น จึงเห็นความจำเป็น ควรตั้งที่พำนัก“จุฬาราชมนตรี”ในพื้นที่ ๓ จชต.

ซึ่งมหาดไทยเป็นหน่วยกำกับดูแลกิจการจุฬาราชมนตรี

ขอกราบรบกวนมาด้วยความเคารพ

ด้วยความเคารพ

………………………..

อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

ครับ….อดีตเลขา ศอ.บต.ท่านเป็นคนใต้ ให้ผมเป็นบุรุษไปรษณีย์ ส่งจดหมายนี้ถึงท่านนายกฯ ผมก็ปฎิบัติหน้าที่แล้ว

โจร BRN บอก ความขัดแย้งนี้ ต้องแก้ไขด้วยการเมือง

แต่ผมบอกว่า..ไม่ใช่

๓ จังหวัดใต้“มันมืด”ต้องใช้“แสงสว่าง”ไล่โจร”

“เศรษฐกิจ เงิน-งาน โครงการใหญ่ๆ”

โดย“ยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี”

เป็น“ศูนย์กลางการค้าฮาลาลและการท่องเที่ยวชายแดนใต้กับมาเลย์และมุสลิมทั่วโลก”

แสงสว่างนี้เข้าถึงเมื่อไหร่ ใครล่ะจะอยากเป็นโจร?

-เปลว สีเงิน

๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙

Written By
More from plew
การเมืองเรื่อง “คิดกันไปเอง”
วันนี้ กราบขออภัยตระกูล “ปราโมช” เป็นเบื้องต้น เมื่อวาน “ผมผิด” คือได้เล่าถึงคุณูปการของ “ขบวนการเสรีไทย” ที่ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ เป็นหัวหน้า ช่วยชาติรอดจากการเป็น...
Read More
0 replies on “คนปลายซอย มุนเข้าไปก่อกวน-ก่อการในมาเลย์อีกเลย! แล้วย้อนมาดูวันนี้ ขบวนการแบ่งแยก ๓ จังหวัดใต้ มันอยู่ในมาเลย์ฯทั้งโขยง จะบอกว่าอยู่ภายใต้อุปถัมภ์ของรัฐบาลมาเลย์ก็ไม่ผิด! ที“โจรจีน”มาเลย์มาขอให้ไทยช่วย เราก็ช่วยจนราบคาบ แล้วที BRN ไทยเราไปขอให้มาเลย์ช่วย มาเลย์เคยช่วยแบบจริงใจอย่างที่ไทยเคยช่วยเขามั้ย? ถ้าจริงใจ มันจบไปนานแล้ว ไม่มี BRN บีอาอวย มาแถลงการณ์ให้คัน….ถึงทุกวันนี้หรอก! “ความจริงใจ”เมื่อมาเลย์ไม่มีให้ การเจรจาสันติสุข ก็ไม่ต่างไปเล่น“ลิเกฮูลู”เมื่อยตุ้มเปล่า ๙-๑๐ กรกฏานี้“นายกฯอนุทิน”ก็จะไปพบนายกฯอันวาร์ที่มาเลย์ พร้อมคณะ“พูดคุยสันติสุข”ฝ่ายไทย นายกฯอนุทินลองปรารภเรื่อง“โจรจีนคอมมูนิสต์มลายู”ให้นายกฯอันวาร์ฟัง เผื่อนายกฯอันวาร์จะระลึกชาติได้ แล้วช่วยแก้ปัญหาโจรแบ่งแยกดินแดนให้ไทย เหมือนที่ไทย ที่ผมขอนำเสนอต่อ โดยหวังที่จะเป็นแรงส่งให้ปัญหาเรื้อรังบ้านผม ๒๒ ปีกว่าแล้ว จะได้เกิดผลดี เหตุร้ายลด คนปลอดภัย เป็นรูปธรรมในรัฐบาลอนุทิน ๒ ตามที่ชาวบ้านคนพื้นที่หวัง (๑) ชาวบ้านเกิดข้อกังวลว่า นายกฯมีศึกหลายด้าน กลัวว่า ท่านจะ”ลอยตัว“จากการแก้ปัญหา๓ จชต. ยิ่งมอบให้ อาจารย์….(ซึ่งชาวบ้านบางส่วนไม่วางใจถือเป็นตัวปัญหา/ใช้ปัญหาเป็นโอกาสทางการเมือง) และขณะเดียวกัน ก็กลัวว่า ท่านนายกฯจะ”ลอยแพ“ชาวบ้าน ๓ จชต. ซึ่งชาวบ้านต่างหวังที่จะได้เห็นดีขึ้นเป็นรูปธรรม ถึงเลือกภท.๕ ใน ๑๓(ปช.เหลือแค่ ๔) จึงอยากสะท้อนความรู้สึกพี่น้องเรา (๒) ในช่วงที่นายกฯอนุทินฯไปมาเลย์ ๙-๑๐ กค.๖๙ อยากให้คุยนายกฯอันวาร์ ถึงความร่วมมือปราบโจรใต้อย่าง “จริงจัง-จริงใจ” ยกเคส ล่าสุด ๒๙/๖ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ถูกลอบวางระเบิดบาดเจ็บสาหัส ที่ผ่านมา มาเลเซียไม่เคยพูดชัด จัดการจริงจัง กลับเคยแสดงความเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจมาตั้งแต่สมัยมหาเดร์ ซึ่งตรงกับเป้าหมายของ BRN ดังนั้น การไปของนายกฯครั้งนี้ มีคณะพูดคุย”สันติสุข”ชุดใหม่ไปด้วย จะได้ถือโอกาสวางกรอบการพูดคุยกันใหม่ หรือดีสุด อยากให้ยกเลิกไปเลย ถือว่า”ปัญหา ๓ จชต.”เป็นปัญหาภายในของเราเอง เราจัดการคุยกับคนไทยกันเองได้ (ที่ผ่านมา ๑๒ ปี เราคุยกับคนไทยที่เปลี่ยนสัญชาติเป็นมาเลเซียแล้ว เขารักมาเลย์ฯมากกว่าไทยอยู่แล้ว ยิ่งเราให้ฝ่ายมาเลย์ฯเป็นคนเลือกคนมาคุยกับเรา ผลประโยชน์ก็เป็นของเขาอยู่แล้ว) (๓) ที่ผ่านมา หลังจากผมได้แสดงความเห็นสนับสนุนให้มหาดไทย นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน อส.เข้ามามีบทบาท โดยให้ประกาศจัดตั้ง“สำนักงานมหาดไทยส่วนหน้า”ในเร็ววัน แต่ผมอยากให้ มท.๑ มีความชัดเจนคือ ๑.มหาดไทยต้องมาทั้ง ๖ กรม โดยผู้ตรวจราชการกรมมากำกับดูแลงานมีบทบาทขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทุกกรม โดยสรุป กรมการปกครอง ดูเรื่องการหยุดเหตุ /การบังคับใช้ กม./งานการข่าวของกำนัน-ผญบ./งานชุดคุ้มครองตำบลของ อส./งานกำหนดพื้นที่ปลอดภัย กรมพัฒนาชุมชน มอบ จนท.รัฐ ๑ คน ดูแล ๑๐ ครอบครัว ช่วยเหลือบริการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูแลงานกระจายอำนาจพิเศษแก่หน่วยท้องถิ่นในพื้นที่ ๓ จชต.๒๖๗ แห่ง ซึ่งเท่ากับย้อนศร BRN และฝ่านการเมือง ที่ต้องการตั้ง“นครรัฐปาตานี” กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย การดูแลภัยแทรกซ้อน กำกับ อาสาสมัครป้องกันภัย อพปร. กรมที่ดิน ดูแลปัญหาที่ดินทำกิน”รัฐ-ประชาชน”ที่เรื้อรัง ๕๐ ปี ซึ่งแก้ไขมาตามลำดับ เร่งรัดให้จบได้ในปี ๗๐ กรมโยธาธิการ ดูแลโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ๒.ตั้งรัฐมนตรีประจำพื้นที่ มท.๔ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน และเป็นตัวแทน ครม.สานนโยบายกับปฏิบัติ (๔) ผมมั่นใจว่า วันนี้”สถาบันการศึกษาศาสนา”ยังเป็นสายพานการผลิตของ BRNใหม่ และการบิดเบือนศาสนาเป็นการปลูกปลุกอุดมการณ์ ดังนั้น จึงเห็นความจำเป็น ควรตั้งที่พำนัก“จุฬาราชมนตรี”ในพื้นที่ ๓ จชต. ซึ่งมหาดไทยเป็นหน่วยกำกับดูแลกิจการจุฬาราชมนตรี ขอกราบรบกวนมาด้วยความเคารพ ด้วยความเคารพ ……………………….. อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครับ….อดีตเลขา ศอ.บต.ท่านเป็นคนใต้ ให้ผมเป็นบุรุษไปรษณีย์ ส่งจดหมายนี้ถึงท่านนายกฯ ผมก็ปฎิบัติหน้าที่แล้ว โจร BRN บอก ความขัดแย้งนี้ ต้องแก้ไขด้วยการเมือง แต่ผมบอกว่า..ไม่ใช่ ๓ จังหวัดใต้“มันมืด”ต้องใช้“แสงสว่าง”ไล่โจร” “เศรษฐกิจ เงิน-งาน โครงการใหญ่ๆ” โดย“ยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี” เป็น“ศูนย์กลางการค้าฮาลาลและการท่องเที่ยวชายแดนใต้กับมาเลย์และมุสลิมทั่วโลก” แสงสว่างนี้เข้าถึงเมื่อไหร่ ใครล่ะจะอยากเป็นโจร? -เปลว สีเงิน ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙”