เปลว สีเงิน
ดูท่า…..
เมษา.นี้ นอกจากเป็น “มหาสงกรานต์ไทย” แล้ว มีความน่าจะเป็น “มหาสงครามตะวันออกกลาง” ด้วย
ก่อนพัฒนาเป็น “มหาสงครามโลก ครั้งที่ ๓”
ที่ทุกคนกระหายหา!
เพราะผู้นำอเมริกาหน้าโง่ ตกเป็นเครื่องมือยิว หลอกให้มารุมถล่มอิหร่าน
แต่ประเมินอิหร่านต่ำไป
อิสราเอลจึงถูกอิหร่านถล่มกลับ ทั้งเทลอาวีฟและไฮฟาพังยับ ไฟไหม้วินาศสันตะโร ตอตะโกทราก
และประเทศที่ยอมให้สหรัฐฯ เข้าไปตั้งฐานทัพแลกกับการคุ้มครอง เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต ยูเออี และฯ พลอยซวย
เพราะถูกอิหร่านถล่มแต่ละฐานทัพในประเทศ เป็นการชำระแค้นสหรัฐฯ พลอยให้ประชาชนในประเทศตัวเองต้องถูกลูกหลงไปด้วย!
และนี่…ล่าสุด
สหรัฐและอิสราเอลถล่มแหล่งก๊าซ “เซาท์พาร์ส” ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเข้าใจว่าเป็นของอิหร่าน
แต่หารู้ไม่ว่า “เซาท์พาร์ส” อยู่ภายใต้การบริหารจัดการร่วมของอิหร่านกับกาตาร์!
ฉะนั้น การโจมตีแหล่งก๊าซ “ใหญ่ที่สุดในโลก” ครั้งนี้ ไม่ใช่พินาศเฉพาะอิหร่าน
“กาตาร์” ซึ่งเป็นพวกเดียวกับสหรัฐฯ ก็พลอยพินาศไปด้วย!
มันก็จะลุกลามบานปลายไปกันใหญ่ละทีนี้….
เพราะอิหร่าน “เลือดเข้าตา” จนล้นสองกระบอกลูกตา ประกาศแล้ว …..
ใครที่มันทำกับกู และใครที่เป็นพันธมิตรกับศัตรูกู
ต้องให้มัน “แหลก” กันไปข้าง!
จากสหรัฐฯ กับยิวถล่มแขก
ตอนนี้ กำลังจะเป็น “แขกถล่มแขก” กันเอง ด้วยถูกยิวปั่นหัว!
ดูบ้านเขา แล้วย้อนกลับมาดูบ้านเราดีกว่า
สุขสบายจนไม่รู้จักคำว่าลำบากในภาวะสงครามมันเป็นแบบไหน?
แค่น้ำมันไม่ไหลจ๊อกๆ ตามใจ ก็ตื่นตระหนก แห่กันไปเติมใส่รถไม่พอ ขนถัง กะละมัง ปี๊บ กระทั่งถังแกลลอน ๒๐๐ ลิตร ไปเติมตุน
มันก็แห้งปั๊ม ไม่พอเจือจานคนที่รอ ก็โวยวายขายกระจาด-ด่ากระจุย
รัฐบาลเฮงซวย ไหนว่าน้ำมันมีพอ บริหารไม่เป็น ปล่อยให้กักตุน (กันเอง) นี่หว่า
ก็เกิดดรามาน้ำมันการเมือง สื่อโทรทัศน์แหกปากเหมือนโลกจะแตก กูรูที่ได้รับเชิญแต่ละจอ ก็เดินสายไปจ้อ-ไปจวกรัฐบาล มันปากกันไป
คนมันจะด่า ก็หยิบได้ทุกประเด็นมาด่า ไม่ใช่เฉพาะยุคนี้ ไม่ว่ายุคไหนๆ พอโลกเกิดวิกฤตพลังงานที ก็เฮละโลจวกรัฐบาลกันที ผิดบ้าง-ถูกบ้าง
ทั้งที่จริงๆ แล้ว เราเป็นประเทศผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ไม่ใช่ต้นตอให้ประชาชนต้องเดือดร้อนเรื่องพลังงาน!
แต่ก็นั่นแหละ ไม่ว่ารัฐบาลไหน
ดูๆ ไปก็ไม่ต่าง “ส้วม” กับ “ถังขยะ” ตามริมถนน
มีไว้ให้เป็นที่ถ่ายทุกข์ของชาวบ้านและทิ้งขยะ!
ตราบใดที่คนไทยส่วนใหญ่ ยังไม่เคยออกไปประสบพบเห็นสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนตามประเทศต่างๆ ด้วยตาตัวเอง
ก็จะไม่รู้หรอกว่า บ้านเรา ที่มีปัญหาโน่นนิด-นี่หน่อย ก็รุมด่ากันว่าเฮงซวย สู้บ้านอื่น-เมืองอื่นเขาไม่ได้ นั้น
ที่แท้แล้ว เมืองไทยเรานี่แหละ
“สวรรค์บนดิน” ดีๆ นี่เอง
บ้านอื่น-เมืองอื่น แม้กระทั่ง “ยุโรป-สหรัฐฯ” ที่เข้าใจกันว่าสวรรค์ พอไปเห็นเข้าจริง โอ้…มัน “นรกบนดิน” แท้ๆ!
นี่ถ้าคนวันนี้ เกิดทันยุคสงครามมหาเอเซียบูรพา ปี ๒๔๘๔-๒๔๘๘ ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ไทย บีบให้เราเป็นพันธมิตรไปรบกะสหรัฐ-อังกฤษ ละก็
อย่าว่าแต่หา “น้ำมันก๊าด” มาเติมตะเกียงกระป๋องเลย มีขี้ไต้ ยังหาไม้ขีดซักก้านมาจุดก็ทั้งยาก!
แต่คนสมัยนั้น ไม่มีใครบ่น-ใครด่า
เพราะเขามีสติ-สัมปชัญญะ รู้ว่าไม้ขีดนั้น แม้เราผลิตเองได้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ ก็จริง แต่ในภาวะสงคราม ก็กลายเป็นของหายากเป็นธรรมดา
อยากให้ท่านสาธุชนทั้งหลายให้ทราบ
เพราะพวกเรามีบุญหรอกนะ จึงได้มาเกิดเป็นคนไทย ได้อยู่อาศัยในแผ่นดินธรรม-แผ่นดินทองผืนนี้
ประเทศไทยไม่เคยขาดตอน “พระอรหันตเจ้า” มีสืบๆ ต่อมา นับแต่แผ่นดิน “พ่อขุนบางกลางท่าว” ผู้สถาปนาอาณาจักรสุโขทัยมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ วันนี้
และอยากบอกอีกซักคำ ท่านเชื่อมั้ยว่า วันนี้ บ้านเมืองเรามี “พระอรหันต์“ กลางกรุง!
ดังเหตุนั้น เราอย่าเป็นคนประเภท “ใกล้เกลือกินด่าง” เลย!
ประเทศไทย ทั้งในกรุงและนอกกรุง ทุกวันนี้ มี “พระอรหันตเจ้า” เป็นเนื้อนาบุญประเทศอยู่มาก
ดังนั้น ไม่ต้องกลัวหรอกว่า ต่อให้สงครามโลก ครั้งที่ ๓ เกิดจริงๆ คนไทยในกรอบศีลและธรรมจะอยู่รอดและอยู่สุขด้วยกันทุกคน
ผมจะไม่พูดในสิ่งประหนึ่งชวนเชื่อ ขอให้เป็นเรื่องของบุญวาสนาบารมีธรรมของแต่ละคนจะพินิจครวญใคร่เอาเองละกัน
วันนี้ ศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙….
อยากให้ท่านไปประสบสิ่งประเสริฐ ที่วิหาร “วัดปทุมวนาราม” ใกล้ๆ ห้างพารากอน นั่นแหละ
เพราะจะมีพิธีอัญเชิญ….
พระบรมสารีริกธาตุ “พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์” เฉลิมพุทธภัทรกัป โดย “กองทัพอากาศ”
“พลอากาศเอก เสกสรร คันธา” ผู้บัญชาการทหารอากาศ ประธานพิธีฝ่ายฆราวาส
“พระพรหมวชิรเวที” เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ เข้าสู่พระวิหาร ตอนเวลา ๑๖.๓๐ น.
๑๗.๔๐ น. “พระพรหมวชิรเวที” จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระเสริม พระประธานพระวิหาร และถวายเครื่องสักการะพระบรมสารีริกธาตุ…..
“องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์” ได้แก่
-พระบรมสารีริกธาตุ “สมเด็จองค์ปฐม” พร้อมด้วยพุทธปัทมอาสน์ (ดอกบัวทิพย์)
-พระบรมสารีริกธาตุ “พระกกุสันธะพุทธเจ้า”
-พระบรมสารีริกธาตุ “พระโกนาคมนะพุทธเจ้า”
-พระบรมสารีริกธาตุ “พระกัสสปะพุทธเจ้า”
-พระบรมสารีริกธาตุ “พระโคตมะพุทธเจ้า”
เวลา ๑๘.๐๐ น.พระพรหมวชิรเวที เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม พระเทพดิลก และพระธรรมวัชรญาณวิศิษฏ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม
เดินนำผู้อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า ๕พระองค์” ออกจากพระวิหาร
“พลอากาศเอก เสกสรร คันธา” ผบ.ทอ.อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์” ออกจากพระวิหาร ไปยังขบวนรถอัญเชิญที่เตรียมไว้
จากนั้น เคลื่อนขบวนรถอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ “ศูนย์บัญชาการกองทัพอากาศไทย”
และท่าน ผบ.ทอ.อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์” เข้าไปยังห้องรับรอง
แล้วประดิษฐานบน “สุวรรณมณฑปน้อย”
ท่ามกลาง พระสงฆ์สมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญชัยมงคลคาถา
วัตุประสงค์ที่กองทัพอากาศ อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์” มานั้น
เนื่องจาก กองทัพอากาศ ได้ดำเนินโครงการสร้าง “พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ” องค์ที่ ๓
ในพื้นที่ของ “พระมหาธาตุนภเมทนีดลนภพลภูมิสิริ” ดอยอินทนนท์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
และเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางกองทัพอากาศก็จะอัญเชิญ
“พระบรมสารีริกธาตุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์” ไปบรรจุในพระสถูปเจดีย์ องค์ที่ ๓ นั้น
ครับ….
นี่เป็นตารางงานพิธีคร่าวๆ ที่ผมนำมาบอกกับท่านผู้มีบุญถึงแล้ว เพื่อจะได้ไปร่วมพิธีอันหาได้ยากยิ่ง
โดยพิธี เริ่มตั้งแต่ ๑๖.๐๐ – ๑๙.๐๐ น.บริเวณลานวิหาร วัดปทุมวนาราม ซึ่งรายละเอียดพิธีมีมากกว่านี้ ผมเพียงรวบรัดมาบอกกล่าว
ขอย้ำว่า ท่านที่คิดว่า “อยากไปดู” …..ไม่ต้องไป
สำหรับท่านที่มีจิตถึงพร้อมแล้วเพื่อบูชาสักการะ “พระบรมสารีริกธาตุองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์” เท่านั้น
พึงไป
และโปรดแต่งกายสุภาพ สีขาวหรือสีครีม มีความต่อเคารพสถานที่
เอาละ…ถึงประเด็นที่บางท่านอาจถาม สมบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ เป็นมาอย่างไร?
ตรงนี้ ต้องขอเรียนว่า เป็นไปตามที่ผมเกริ่นไว้เบื้องต้นว่า ประเทศไทยมี “พระอรหันต์” กลางกรุงนั่นแหละ!
วันนี้ ๒๐ มีนา.ท่านไปในงานพิธีที่วัดปทุมวนาราม ทุกประเด็นที่ท่านสงสัย อยากรู้ รวมถึงอยากเห็น
แล้วท่านจะหายสงสัย ได้รู้ และได้เห็น เพราะการที่ท่านไป หมายถึงวาสนาในธรรมท่านถึงแล้ว คู่ควรแก่การรู้และหารเห็นนั่นเอง!
อ้าว…คุยถึงเรื่องพุทธบารมีคุ้มครองประเทศซะลืมบอกไปว่า
เมื่อวาน ที่ประชุมสภา เลือก “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๒ เรียบร้อยแล้ว ด้วยคะแนน ๒๙๓ เสียง
ภายใน ๑๕ วัน นับจากวันนี้ …..
นายกฯ จะได้นำรายชื่อครม.ขึ้นทูลเกล้าฯและแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
เพื่อทำหน้าที่แก้ปัญหาและสร้างสรรจรรโลงบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าสืบไป.
เปลว สีเงิน
๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙

