เรื่องของ ‘กรรม’! #สันต์สะตอแมน

สันต์ สะตอแมน

ฤกษ์งาม ยามดี..

“หลวงปู่ศิลา​ สิริจันโท” หรือ พระราชวัชรธรรม​โสภณ​ ได้เมตตาเป็นประธาน วาง​ศิลาฤกษ์​ขึ้นเสาเอก​ “​บ้าน​สุขสุดท้าย​2” บนเนื้อที่ 4 ไร่ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันก่อน

ซึ่ง “บ้านสุขสุดท้าย” แห่งที่ 2 นี้ก็อยู่ไม่ไกลกับหลังแรก ที่ ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยคุณบิณฑ์-คุณเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นผู้สร้าง

จุดประสงค์ ก็อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟัง..เพื่อไว้ช่วยเหลือ-ดูแลสำหรับผู้สูงวัยที่ถูกทอดทิ้ง​โดยลูก​-หลาน หรือพี่ น้อง และหรือผู้​ไม่​มีญาติ ไม่สามารถดูแลตัวเองได้!

สำหรับบรรยากาศ​พิธีวาง​ศิลาฤกษ์​ขึ้นเสาเอก​ครั้งนี้นั้น คุณบิณฑ์ได้บรรยาย (โพสต์) ว่า.. “ได้รับความเมตตา​จาก​หลวงปู่ศิลา ได้มาเป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์

และได้เจิมแผ่นศิลาฤกษ์ ผูกผ้าแพรที่เสาเอก ปลุกเสกไม้มงคล 9 ต้น และอิฐทอง​ เงิน​ นาค​ หลวงปู่เป็นพระผู้มีเมตตาอย่างที่สุด ภาพทุกภาพ หลวงปู่ยิ้มอย่างเมตตา

หลวงปู่ยังมอบปัจจัย ให้กับบ้านสุขสุดท้ายอีก 100,000 บาท และมอบเงินที่พี่น้องประชาชนได้ทำบุญกับหลวงปู่ อีก 320,000 บาท รวมเป็น 420,000 บาท

กระผมขอกราบขอบพระคุณอย่างที่สุด ในนามตัวแทนของบ้านสุขสุดท้าย ขอให้หลวงปู่ มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของฆราวาสตราบนานเท่านานครับ

และเป็นที่เคารพ​ศรัทธาในการปฏิบัติธรรมอย่างสูงสุด ขอ​กราบ​หลวงปู่ด้วยรักและจิตศรัทธา​โดยไม่มีข้อแม้​ครับผม.”

ก็..ขอร่วมอนุโมทนาสาธุ และคาดว่าอีกไม่นานบ้านสุขสุดท้าย2 จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ด้วยจำนวนเตียงคร่าวๆ น่าจะสัก 50 ถึง 70 เตียง

พร้อมกับ​ห้องฟอกไตอีก 2 ห้อง ​โดยแยกส่วนของสุภาพบุรุษ​ ส่วนของสุภาพสตรีอย่างชัดเจน​ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก็จะมีห้องแยกไว้ต่างหาก

ด้านพยาบาล บุรุษพยาบาลและผู้ดูแล​ก็มีใบประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเป็นมาตรฐาน!

ย้ำนะ..บ้านหลังนี้สร้างขึ้นจากเงินรับบริจาคในโครงการ “วิ่งเพื่อบ้านสุขสุดท้าย” จากกรุงเทพฯ ถึงอุบลราชธานีของคุณเอกพันธ์กับคุณบิณฑ์และคณะ จำนวน 30 ล้านบาท

เจตนาไว้เพื่อรองรับผู้ที่ถูกทอดทิ้ง​โดยลูก​หลาน​หรือพี่​น้อง​ หรือ​ไม่​มีญาติ​ที่สามารถเลี้ยงดูต่อไปได้​

หากใครพบเห็นก็สามารถแจ้งไปได้ทางแฟนเพจ Facebook ของคุณบิณฑ์​ บรรลือฤทธิ์​ เมื่อคุณบิณฑ์​ทราบก็จะไปดูด้วยตัวเอง

และถ้าพิจารณาแล้วเห็นสมควรว่าเข้าหลักเกณฑ์​ ก็จะรับไปอยู่ที่บ้านสุขสุดท้าย ​และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

เนี่ย..พูดถึง “พระเอกใจบุญ” แล้ว ก็มาดูเรื่องของพระเอกอีกคนละกัน วันก่อนเห็นข่าวอัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้องคุณแซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี กับคุณมิน-พีชญา วัฒนามนตรี ต่อศาลอาญา

ภายหลังจากที่อธิบดีดีเอสไอเห็นแย้งความเห็นอัยการคดีพิเศษที่เคยสั่งไม่ฟ้อง คดี “ดิไอคอน กรุ๊ป”

ต่อมา.. ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้กล่าวผ่านเพจ “ทนายคู่ใจ” ว่า.. “รู้สึกสะเทือนใจในวันที่อัยการเคยมีคำสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัวบอสแซมกับบอสมินออกมาในตอนแรก

ซึ่งวันนั้นผู้เสียหายจำนวนมากรู้สึกเหมือนโดนทอดทิ้งและหมดหวังในกระบวนการยุติธรรม

แต่การที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้สั่งฟ้อง ใน 5 ข้อหาหนักตามความเห็นแย้งของ DSI ในวันนี้ ถือเป็นการคืนความหวังและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายทุกคนที่รอคอยมาอย่างยาวนาน

ในฐานะที่ร่วมต่อสู้และติดตามคดีนี้มาตั้งแต่ต้น ขอส่งกำลังใจให้ผู้เสียหายทุกคนได้เดินหน้าต่อ..ความยุติธรรมอาจจะใช้เวลา แต่สุดท้ายแล้วมันทำงานเสมอ

หลังจากนี้กระบวนการจะก้าวเข้าสู่ชั้นศาลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทีมงานพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนเพื่อให้คนผิดได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดครับ”

ครับ..ก็รอดู-รอฟังกันไป เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่อารมณ์ รักโลภโกรธหลง แต่อยู่ที่..

กรรมกับความยุติธรรมล้วนๆ!.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ประธานศูนย์ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 พรรคเพื่อไทย ชี้ รัฐบาลคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้จัดการกับกลุ่มคนเห็นต่างมากกว่าป้องกันโรค
25 มิ.ย.63 นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ประธานศูนย์ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว หากเป็นช่วงที่เกิดการระบาดใหม่ๆ ไม่ขัดข้องที่รัฐบาลจะใช้มาตรการที่เข้มข้น แต่เมื่อผ่านมาถึงวันนี้
Read More
0 replies on “เรื่องของ ‘กรรม’! #สันต์สะตอแมน”