สืบนครบาล รวบ “อุ๊ย บ้านนา” ร่วมกับพวกออกอุบายช่วยเหลือรับส่งคนชราก่อนชิงทรัพย์หลบหนี อีกทั้งเอี่ยวขบวนการตระเวนหลอกสะเดาะเคราะห์ถอดจีวรหนีต่อเนื่องพื้นที่อีสานใต้

12 มิถุนายน 2567 ตามนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์. รรท.ผบ.ตร. , พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก

โดย ชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้รับการร้องเรียนผ่านเพจ “ สืบนครบาล IDMB ” ตลอดจนได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายซึ่งมีพฤติการณ์ตระเวนก่อเหตุใช้กลอุบายหลอกช่วยเหลือหญิงชราระหว่างเดินทาง เมื่อสบโอกาสเหยื่อตายใจนึกว่าเป็นคนดีจะช่วยเหลือกลับข่มขู่ชิงเอาทรัพย์สินหลบหนี

ตลอดจนร่วมกันก่อเหตุ อ้างสวดสะเดาะเคราะห์ ให้มีโชคลาภ ถูกหวย ค้าขายร่ำรวย ก่อนถอดจีวรทิ้งหอบเงินร่วมแสนหลบหนี โดยตระเวนก่อเหตุสร้างความเดือนร้อนให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ซึ่งหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมในการก่อเหตุซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีและเชื่อว่าตระเวนก่อเหตุกับพวกอย่างต่อเนื่อง คือ น.ส.สมพร หรือ “ อุ๊ย บ้านนา”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เมื่อเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชา จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. เร่งรัดให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

ต่อมาวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ สืบนครบาล ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.สมพร หรือ “อุ๊ย บ้านนา” อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนางรอง ที่ 29/2567 ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2567

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น หรือยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยบ้านสวน – หนองข้างคอก 8 ซอย 5 ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี หลังหลบหนีมาเช่าห้องเพื่อหลบพัก

ในชั้นจับกุม น.ส.สมพร ให้การภาคเสธ โดยบอกว่าในวันเกิดเหตุตนไม่ได้ตั้งใจที่จะก่อเหตุ มีคนรู้จักใช้ให้ขับรถยนต์ให้เพื่อเดินทางไปในพื้นที่ภาคอีสาน ระหว่างทางในพื้นที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้พบหญิงชรายืนรอรถจึงขับรถเข้าไปเทียบเพื่อสอบถามเส้นทาง และใช้โอกาสนั้นรับหญิงชราคนดังกล่าวเข้าไปส่งในตัวเมือง คนรู้จักที่ให้ตนขับรถให้ได้มีการขอเบอร์โทรศัพท์ของหญิงชราไว้เพื่อติดต่อ

เมื่อหญิงชราทำธุรเสร็จ คนรู้จักที่ให้ตนขับรถให้ ได้โทรติดต่อเพื่อจะรับหญิงชราคนดังกล่าวกลับไปส่ง ณ จุดรับมา พร้อมออกอุบายจะขอซื้อผ้าไหม เมื่อสบโอกาสได้ข่มขู่เอาทรัพย์สินของหญิงชราจนได้มา ก่อนจะปล่อยให้หญิงชราลงจากรถ จากนั้นตนและคนรู้จักที่ใช้ให้ตนขับรถให้ก็พากันหลบหนี ตนได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ตนเกรงจะถูกจับกุมจึงได้หลบหนีออกจากบ้านที่อำเภอบ้านนา ก่อนจะมาถูกจับกุมในพื้นที่ จ.ชลบุรี

เมื่อสอบถามถึงคดีที่ร่วมกันกับพวกก่อเหตุปลอมเป็นพระระดับเจ้าอาวาสหลอกแม่ค้าเอาเงินใส่ห่อ อ้างสวดสะเดาะเคราะห์ ให้มีโชคลาภ ถูกหวย ค้าขายร่ำรวย ก่อนถอดจีวรทิ้งหอบเงินร่วมแสนหลบหนี น.ส.สมพร ให้การว่าตนไม่ได้อยู่ในขบวนการ แต่คนรู้จักที่เคยใช้ให้ตนขับรถยนต์ให้นั้นอาจจะเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การ

จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของ น.ส.สมพร ในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบประวัติการกระทำความผิดในฐานข้อมูล ประกอบด้วย

1) ปี 2553 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ ขายสลากกินแบ่งสลากกินแบ่งเกินราคาที่กำหนดในสลาก , ยิงอาวุธปืนซึ่งได้รับอนุญาตให้มีไว้เพื่อเก็บ ” ท้องที่ สภ.บ้านนา

2) ปี 2564 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.คลองขลุง ภ.จว.กำแพงเพชร

3) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนางรอง ที่ 29/2567 ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น หรือยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ” ท้องที่ สภ.นางรอง ภ.จว.บุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง ภ.จว.บุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย ตลอดจนศึกษารายละเอียดของการลงทุนแต่ละรูปแบบให้ชัดเจนเสียก่อน

หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

0 replies on “สืบนครบาล รวบ “อุ๊ย บ้านนา” ร่วมกับพวกออกอุบายช่วยเหลือรับส่งคนชราก่อนชิงทรัพย์หลบหนี อีกทั้งเอี่ยวขบวนการตระเวนหลอกสะเดาะเคราะห์ถอดจีวรหนีต่อเนื่องพื้นที่อีสานใต้”