นักวิชาการชี้ รัฐบาลปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นับเป็นความกล้าหาญ แม้กระเทือนคะแนนนิยม ก็ต้องทำ เพื่อรักษาวินัยคลัง ใช้งบคุ้มค่า เงินถึงกลุ่มเป้าหมาย

นักวิชาการชี้ รัฐบาลปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นับเป็นความกล้าหาญ แม้กระเทือนคะแนนนิยม ก็ต้องทำ เพื่อรักษาวินัยคลัง ใช้งบคุ้มค่า เงินถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมอุดช่องโหว่ฐานข้อมูล ชื่นชม เปิดโอกาสผู้ตกสำรวจอุทธรณ์สิทธิ

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การที่รัฐบาลเดินหน้าให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนเกิดดราม่านั้น มีเหตุผลสำคัญ คือ

การจัดสรรงบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐจำเป็นต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนกลุ่มเปราะบางได้อย่างทั่วถึงและเกิดประโยชน์สูงสุด นี่คือความเคารพต่อวินัยการคลัง ที่่ต้องแลกมาด้วยความนิยมที่หดหาย เพื่อให้การเงินของประเทศมั่นคคง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าอาจยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่ได้รับสิทธิหรือมีข้อมูลคลาดเคลื่อน เนื่องจากฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของแต่ละบุคคล

“กรณีที่ปรากฏข่าวประชาชนบางส่วนตกสำรวจหรือขาดคุณสมบัติ ทั้งที่มีความเดือดร้อนจริง เป็นผลจากข้อจำกัดของการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ ซึ่งยังต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลรับฟังปัญหาประชาชน นำมาสู่ การปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นความพยายามแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยที่อาจถูกตัดสิทธิอย่ามไม่เป็นธรรม

โดยการปรับปรุงครั้งนี้ มีการผ่อนคลายเงื่อนไขสำคัญหลายประการ อาทิ การไม่นำสิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะบิดามารดา และหนี้สินของเกษตรกร มาใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงการผ่อนปรนเรื่องการถือครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี รถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี หรือรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี ไม่เกิน 2 คัน จะไม่ถูกนำมาเป็นเหตุในการตัดสิทธิ

นอกจากนี้ ยังขยายโอกาสให้ครอบคลุมผู้เรียนในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สกร.) รวมถึงผู้ที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น แต่มีฐานะยากจนจริง ให้สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือของรัฐได้มากขึ้น

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า ทั้งนี้ รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิและการอุทธรณ์ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งนักวิชาการมองว่า เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่พยายามกลับเข้ามาปิดช่องโหวตที่ตัวเองสร้างไว้ ไม่รั้น และละเลยความทุกข์ ของชาวบ้าน เป็นโอกาสสำคัญให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิของตนเองได้

ผศ.ดร.วันวิชิต ยังเชื่อว่า ข้อเรียกร้องและเสียงสะท้อนจากผู้ที่ตกสำรวจในครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังนำไปพัฒนาฐานข้อมูล Big Data ของภาครัฐ พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรสวัสดิการให้มีความแม่นยำ เป็นธรรม และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตมากยิ่งขึ้น

“ ที่สุดแล้วรัฐบาลจำเป็นจะต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เมื่อลงมือรีเซ็ตระบบใหม่ ซึ่งจะมีคนที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ แต่ก็นับเป็นความกล้าหาญของรัฐบาล ในการจัดระเบียบระบบทะเบียนใหม่ ให้เงิน ไปถึงคนที่มีความจำเป็นเท่านั้น แล้วยังจะได้เงินนับหมื่นล้านกลับเข้าคลัง มาทำสาธารณะประโยชน์อื่นต่อไป ในวันที่เราต้องใช้เงินอีกมากในการพัฒนาประเทศ เราต้องเลิกประชานิยม และกลับมามองเรื่องการลงทุนที่คุ้มค่า”.

 

 

Written By
More from pp
ช้อปปี้ เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทย เปิดตัวโปรแกรม “Shopee International Platform”
ช้อปปี้ เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทย เปิดตัวโปรแกรม “Shopee International Platform” ผนึกความร่วมมือกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ติดปีกสินค้าไทยสู่ระดับภูมิภาค ส่งโปรแกรมพิเศษเพื่อร่วมฉลองในช่วงแคมเปญ 6.6 Greatest Brands...
Read More
0 replies on “นักวิชาการชี้ รัฐบาลปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นับเป็นความกล้าหาญ แม้กระเทือนคะแนนนิยม ก็ต้องทำ เพื่อรักษาวินัยคลัง ใช้งบคุ้มค่า เงินถึงกลุ่มเป้าหมาย”