‘พิธา’ โชว์วิสัยทัศน์สร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ชี้ไทยโตเยอะแต่ยังห่างชั้นหลายประเทศในอาเซียน เหตุการจัดสรรงบประมาณไม่สมเหตุสมผล

‘พิธา’ โชว์วิสัยทัศน์สร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ชี้ไทยโตเยอะแต่ยังห่างชั้นหลายประเทศในอาเซียน เหตุการจัดสรรงบประมาณไม่สมเหตุสมผล-ขาดปัจจัยเอกชนลงทุน แง้มหลักคิดแบบ “ก้าวไกล” ต้องตั้งเป้าหมายระดับโลก การปฏิบัติที่ท้องถิ่น เปลี่ยนปัญหาของประชาชนให้เป็นโอกาส

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2565 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงวิสัยทัศน์นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลในหัวข้อ ‘เทรนด์ใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัลและยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน’ ร่วมกับแกนนำจาก 5 พรรคการเมือง ในงานเสวนา ‘Next Step Thailand 2023 ทิศทางแห่งอนาคต’

นายพิธากล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท คาดการณ์การเติบโตอยู่ที่ 15% ต่อปี โดยมีการลงทุนจากภาคเอกชนอยู่ที่ราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราที่ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งระบบ ที่จีดีพีคาดการณ์การเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3% กระนั้นหากเทียบกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียนด้วยกัน จะพบว่าประเทศไทยอยู่อันดับ 6 ของอาเซียน

หรือเมื่อดูด้านงบประมาณที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล จะพบว่ารัฐบาลได้ให้งบประมาณด้านแผนงานยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลเพียง 980 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.03% ของงบประมาณทั้งหมด ส่วนงบประมาณด้านการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7.36 พันล้านบาท ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองของกระทรวงมหาดไทย ถึง 7.16 พันล้านบาท ซึ่งไม่ตอบโจทย์การสร้างยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลโดยตรง

ดังนั้น การก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย จะเกิดขึ้นจากการอาศัยบทบาทของภาครัฐ ที่เข้าไปปรับยุทธศาสตร์ กฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ยังล้าหลัง ขัดขวางการเกิดขึ้นของเศรษฐกิจดิจิทัล

(1) ผลักดันด้านอุปทาน ได้แก่ การเพิ่มงบประมาณให้ได้สัดส่วนกับความสำคัญ การลดขั้นตอนในระบบราชการ การสนับสนุนด้านงบประมาณ และการสนับสนุนบ่มเพาะเอกชนที่มีศักยภาพ

(2) ผลักดันด้านอุปสงค์ คือการที่รัฐเข้าไปเล่นบทบาทลูกค้ารายแรกๆ ให้สตาร์ทอัพเติบโตได้ สร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุน

และที่สำคัญ คือการเปลี่ยนปัญหาของประเทศให้เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลให้หลักคิดด้านนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของพรรคก้าวไกล มองว่าการกำหนดเป้าหมายแม้จะต้องไปให้ถึงระดับโลกหรือระดับภูมิภาคอาเซียน แต่การปฏิบัติจริงที่เกิดขึ้นต้องมาจากรากฐานที่สำคัญที่สุด นั่นคือในระดับท้องถิ่นของประเทศ ที่ปัจจุบันยังเต็มไปด้วยวิกฤติคุณภาพชีวิตและปัญหาของประชาชน

โดยนายพิธา ยกตัวอย่างการทำน้ำประปาดื่มได้ที่เทศบาลตำบลอาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยคณะก้าวหน้า ซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพของน้ำประปา และกำลังจะมีการติดตั้งเทคโนโลยี IoT (internet of things) ที่จะทำให้กระบวนการผลิตน้ำไปจนถึงการจ่ายค่าน้ำของประชาชนเข้าสู่ระบบดิจิทัลทั้งหมด เป็นตัวอย่างของการทำให้ปัญหาของประชาชนกลายเป็นโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อการตอบสนองทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชนไปพร้อมกัน

“อาจสามารถ คือรูปธรรมของการใช้เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาของประเทศและของประชาชน จากการแก้ปัญหาของอาจสามารถ ไปสู่การแก้ปัญหาของประชาชนในภาคอีสาน นำไปสู่การแก้ปัญหาของประชาชนภาคอื่นๆ และของประชาชนทั้งประเทศและของอาเซียนต่อไป นี่คือโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลแบบพรรคก้าวไกล คือตั้งเป้าหมายให้ไปไกลถึงระดับโลก แต่เริ่มต้นการปฏิบัติจากระดับท้องถิ่น เปลี่ยนวิกฤติของเราให้เป็นโอกาสใหม่ๆ ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นพร้อมกับการกระจายอำนาจ การมีงบประมาณที่เพียงพอในระดับท้องถิ่น และกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาไปพร้อมๆ กันด้วย” พิธากล่าว

Written By
More from pp
MEA แนะนำการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยในช่วงตรุษจีน พร้อมเชิญชวนงดจุดธูป เผากระดาษฯ เพื่อลดปัญหาการเกิดมลพิษทางอากาศ PM 2.5
นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า พร้อมใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับความห่วงใยคุณภาพชีวิตของประชาชน...
Read More
0 replies on “‘พิธา’ โชว์วิสัยทัศน์สร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ชี้ไทยโตเยอะแต่ยังห่างชั้นหลายประเทศในอาเซียน เหตุการจัดสรรงบประมาณไม่สมเหตุสมผล”