รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรด อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ ยธ 0823 ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
โดยมีรายละเอียดว่า ด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนกรณีธุรกิจ “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโท” ภายใต้โครงการ Worldcoin อันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) เป็นคดีพิเศษที่ 148/2568
จากการสอบสวน น่าเชื่อว่ากรณีกลุ่มบุคคลและคณะบุคคลที่กระทำความผิดเกี่ยวกับ “ธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโท ภายใต้โครงการ Worldcoin” มีพฤติการณ์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจมีการกระทำที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 28 ประกอบมาตรา 30 และมาตรา 48
จึงขอส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 148/2568 มายังท่านเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
หากผลเป็นประการใด โปรดแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบด้วย ทั้งนี้ มอบนายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด เป็นผู้ประสานงานในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ หากการตรวจสอบของกลางอื่น ๆ เสร็จสิ้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจะส่งผลการตรวจสอบพร้อมของกลางไปยังท่าน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมต่อไป
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ดีเอสไอ เรียกสอบ อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ตำแหน่งในขณะนั้น) นายวัลลภ รุจิรากร (ตำแหน่งในขณะนั้น เลขานุการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ (ตำแหน่งในขณะนั้น รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ผอ.กองการต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ เจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
