“กู้ชาติ” กับ “ขายชาติ” – เปลว สีเงิน

www.plewseengern.com

เปลว สีเงิน

“เหยื่อการเมือง”…..
ที่ “นักกินเมือง” ยุคนี้ชอบที่สุด คือพวกอ่านหนังสือไม่เกินวันละ ๘ บรรทัด
พื้นที่ในสมองจึง “ว่าง”
หลอกง่าย เชื่อง่าย ปั่น “วาทกรรม” อะไรมาก็ “งับหมด” เพราะไม่ชอบอ่านอะไรที่ยาวๆ นั่นแหละ ข้อมูลที่เป็นภูมิคุ้มกัน จึงไม่มี!

พอรัฐบาลปัดฝุ่นกฎกระทรวงเรื่องให้ต่างชาติที่เข้ามาลงทุน ซื้อดินได้ไม่เกิน ๑ ไร่ ภายใต้เงื่อนยุบยับ (ก็ไม่นำมาพูดให้ครบ)
พวกชังชาติเกิด “หวงที่ดิน” ขึ้นมาทันที ปั่น “วาทกรรม” บิดเบือนกันขนานใหญ่
“รัฐบาลขายชาติ”!

พอเขาแจกแจงเงื่อนไขให้ทราบ และบอก “กฎหมายนี้ออกมาตั้งแต่สมัยทักษิณเป็นนายกฯ” โน่นแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาออก

ก็หน้าด้านแถ ยุคนั้น ยุคต้มยำกุ้ง กู้เงิน IMF มา ต้องทำตามเงื่อนไขเขา แต่ตอนนี้ใช้หนี้หมดแล้ว ต้องยกเลิกกฎหมายนั้น

ถ้าไม่ยกเลิก “ประยุทธ์ขายชาติ”!
พวก ๘ บรรทัด ก็เหรอ..เหรอ ตามกันไป

เหมือนที่เคยติดเบ็ดให้ทักษิณลาก “ผมใช้หนี้ IMF หมดแล้ว” นั่นแหละ จากนั้น ขบวนการสร้างแม้วเป็น “เจ้ามูลเมือง” ก็ปั่นวาทกรรมยอกระดก
“ทักษิณกู้ชาติ”!

น่าเบื่อ อ้างใช้หนี้ IMF หมด ต้องยกเลิกกฎหมาย ก็ทำไมทักษิณไม่ยกเลิกซะตอนที่ใช้หนี้หมดแล้วนั่นล่ะ?
ถึงยุค ๓ นายกฯ นอมินี “สมัคร-สมชาย-ยิ่งลักษณ์” ก็ยังใช้กฎหมายนั้นอยู่

พอตอนนี้ รัฐบาลหยิบมา “ตีกรอบ” ให้กระชับขึ้นในการถือครอง ดันบอก “รัฐบาลขายชาติ” ให้เขายกเลิก!?
เอียนกะ “สัตว์การเมือง” ย้อมสีแดงส้มพวกนี้ซะจริงๆ

เคยคุยเรื่อง “ใครใช้หนี้ IMF” ไปแล้วหลายครั้ง เบื่อคุยอีก
ขอเก็บความจากโพสต์คุณ “สิงห์นอกระบบ” เมื่อ ๙ เมย.๕๖ ที่เขาบอก เอามาจาก FB” คุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร” อีกทีก็แล้วกัน

****IMF ใครกู้ ความเป็นมา
ปี 2540 สมัยรัฐบาล “พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ” เป็นนายกฯ ได้ถูก “จอร์ช โซลอส” โจมตีค่าเงินบาท
ทุ่มเงินกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญสู้ เพื่อพยุงค่าเงินบาท
ปรากฏว่า “แพ้ราบคาบ” จนเงินทุนสำรองเหลือเพียง 800 ล้านเหรียญ

ทำให้เครดิตประเทศ “ไม่เป็นที่ยอมรับ” เพื่อจะทำการค้าระหว่างประเทศ
รัฐบาลชวลิต ต้อง “ลอยค่าเงินบาท” เป็นผลให้ค่าของเงินตกต่ำอย่างสุดขีด เดิม 25 บาท ร่วงไปถึง 56 บาท/1 ดอลล่าร์

รัฐบาลชวลิต ต้องกู้เงินจาก IMF มาพยุงสถานะประเทศ เมื่อ 22 กค.40 จำนวน 17,200 ล้านเหรียญ

การกู้ ประเทศต้องอยู่ในเงื่อนไข IMF ที่เรียกกันว่า LOI ในทุกครั้งที่ไปเบิกเงินกู้
หลังจากทำสัญญาเงินกู้ได้ 2 วัน “ทักษิณ ชินวัตร” ก็เข้าร่วมเป็นรองนายกฯ ดูแลด้านเศรษฐกิจ LOI ฉบับที่ 1 ทำขึ้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2540

ส่วนประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาล หลังพลเอกชวลิต ประกาศลาออก เมื่อ พย.40
ถึงกระนั้น ก็มิใช่เรื่องที่จะกล่าวโทษแก่รัฐบาลที่ทำ LOI ฉบับนั้น เนื่องจากในเวลาวิกฤติ ทางเลือกมีอยู่ไม่มาก

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

รัฐบาลชวลิต เบิกเงิน IMF 2 งวดแล้ว จำนวนเงิน 4,000 ล้านเหรียญ
แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องยอม “ลาออกไป” ปลายปี 2540

ปี 2541 “รัฐบาลชวน” เข้ามาบริหาร เบิกเพิ่ม 9 ครั้ง จำนวนเงินรวม 10,000 ล้านเหรียญ
สรุป รัฐบาลชวลิต รวมกับรัฐบาลชวน กู้เงิน IMF รวมทั้งสิ้น 4,000+10,000 = 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (น้อยกว่าที่ทำสัญญากู้กับ IMF 3,200 ล้านเหรียญ)

ตั้งแต่ปลายปี 2543-2545 เงินกู้จำนวนดังกล่าวได้ถูกทะยอยใช้หนี้มาโดยตลอด จนเหลือหนี้ 4,800 ล้านเหรียญ
ถ้าไทย “ไม่ใช้หนี้ก่อนกำหนด” จะเป็นยังไง?

หนี้ก้อนสุดท้าย 4,800 ล้านเหรียญ คูณ 41 =196,800 ล้านบาท
เสียค่าปรับ 2 % = 3,936 ล้านบาท ลดดอกเบี้ยจากการจ่ายหนี้ก่อนกำหนด 2 ปี = 984 ล้านบาท
รวมประเทศเสียเงินจากการใช้หนี้ก่อนกำหนด= 2,952 ล้านบาท

ถ้า “ไม่ใช้หนี้ก่อนกำหนด” แต่บริหารหนี้ให้เกิดรายได้
หนี้ก้อนสุดท้าย 4,800 ล้านเหรียญ คูณ 41 = 196,800 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ยไอเอ็มเอฟ 0.25 % 2 ปี = 984 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศ 1.5% มากกว่าไอเอ็มเอฟ 1.25%

นำหนี้ก้อนสุดท้ายมาฝากในประเทศ 2 ปี ได้ดอกเบี้ย = 2,460 ล้านบาท
หักดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไอเอ็มเอฟ = 984 ล้านบาท
ประเทศไทยจะมีรายได้จากการบริหารหนี้ก้อนนี้ = 1,476 ล้านบาท
ระหว่างสร้างรายได้ให้ประเทศ 1.4 พันล้าน กับเสียเงินเกือบ 3 พันล้าน รัฐบาลที่ดีควรเลือกอะไร?

**ข้อสังเกตุ
ได้ยินกันเป็นประจำ จากฝ่ายที่สนับสนุนทักษิน ว่าทักษิณเป็นคนใช้หนี้ IMF
และยังมีข้อกล่าวอ้างว่า ประชาธิปัตย์ เป็นผู้กู้

จากข้อมูล “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2541 ไทย “เกินดุลการค้า” เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2522
คือ เกินดุลถึง 12,200 ล้าน US$ ซึ่งเป็นสมัย รัฐบาล ชวน หลีกภัย
ปี 48 (สมัยทักษิณ) ด้วยซ้ำไป ที่ไทยขาดดุลถึงกว่า 8,000 ล้าน US$
มาดูปัจจัย ดอกเบี้ยต่ำ
ก่อนปี 2544 ภาระหนี้ต่างประเทศนั้น ได้ลดลงในระดับ 105.1 พันล้าน US$ เมื่อปี 2541

****การหยุดกู้เงิน IMF ก่อนกำหนดถึง 1 ปี

ข้อเท็จจริงอีกประการคือ เงินกู้ IMF เป็นเงินกู้แบบ Stand-by ที่มีระยะเวลาเบิกถอน 2 ปี 10 เดือน คือตั้งแต่ สิงหาคม 2540 จนถึงมิถุนายน 2543
แต่เนื่องจากฐานะดุลการชำระเงินดีขึ้นมาก รัฐบาลในขณะนั้นที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ จึงตัดสินใจ “หยุดเบิกถอนเงินกู้” ตั้งแต่ มิย.42

**จากข้อมูลดังกล่าว หากกล่าวตามความเป็นจริงแล้ว ทักษิณไม่ได้ปลดหนี้ไอเอ็มเอฟอย่างแท้จริง

หากแต่เป็นเพราะ เหตุการณ์และสถานการณ์ขณะนั้น เอื้ออำนวย และเป็นการช่วงชิงมวลชน ใช้การโปรโมท และการชวนเชื่อ การตลาด ได้อย่างสำเร็จ **
——————-

เก็บมาเสริมอีกเจ้า จาก Dek-D.com

ก่อนจะพูด “ใครเป็นผู้ใช้หนี้ IMF”
มาดูกันก่อน “ใครเป็นผู้ก่อหนี้ IMF ขึ้นมา”

รัฐบาลพลเอกชวลิต เป็นรัฐบาลที่มีส่วนรับผิดชอบต่อวิกฤตการณ์ทางการเงิน เมื่อปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) ที่ทำให้ประเทศไทยล้มละลาย

ธุรกิจของเหล่าแกนหลักของรัฐบาลชวลิต ยังถูกตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ได้รับผลกระทบต่อวิกฤตการณ์แต่อย่างใด
ในขณะที่ธุรกิจของบุคคลทั่วไป ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาลนั้น ได้รับผลกระทบถึงขั้นล้มละลายจำนวนมาก

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังล้มละลาย เมื่อปี 2540
“ทักษิณ” ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจและกู้หนี้ IMF สมัยนั้น
แต่กลับเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากค่าเงินบาทลอยตัว

“ใคร คือ ผู้ใช้หนี้ IMF”

1.เงินที่ใช้เป็นเงินภาษีประชาชนที่รวบรวมมาจากสมัยคุณชวนเป็นนายกฯ

เงินที่มาจาก “ผ้าป่าช่วยชาติ” ของหลวงตามหาบัว และมาจาก “กองทุนวายุภักดิ์” ที่เป็นความคิดในสมัยคุณทักษิณ
แต่หลักๆ มาจากภาษีที่เก็บในสมัยคุณชวน และผ้าป่าของหลวงตาบัว

ท่านอริยสงฆ์นาม “พระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน” ท่านได้ออกเทศน์เพื่อชาติ และรับเงินบริจาคมากมาย
ตอนนั้น ทองคำแท่งเป็น มูลค่าหลายล้านบาท และท่านหลวงตาได้มอบเงินให้กับรัฐบาลเพื่อนำไปคืน IMF นะครับ

2.การที่รัฐบาลคุณทักษิณรีบใช้หนี้ ผมคงไม่รู้
แต่ที่รู้คือ หากยังไม่รีบใช้
IMF สามารถเข้ามากำกับการใช้งบประมาณของรัฐ ซึ่งคุณทักษิณคงไม่ค่อยอยากให้ใครมาตรวจสอบการใช้งบประมาณของชาติ

เพราะอะไรไม่รู้ (โกงมาตั้งแต่เป็นนายกใหม่ๆ)
ก็อย่างที่เป็นอย่างทุกวันนี้นั่นแหละ สุดท้ายเงินที่คุณทักษิณใช้หนี้นั้น มันมีอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่คุณทักษิณจะเป็นนายกอีก

แต่ที่ไม่ใช้ เพราะต้องการใช้เงินส่วนนี้ “สำรองไว้ก่อน” และอีกอย่าง “ไม่ใช่เงินของคุณทักษิณ”
เห็นบอกกันแต่ทักษิณล้างหนี้ให้ IMF ผมไม่เห็นเลยว่าทักษิณจะบริจาคเงินช่วยเลยตอนนั้น

มีแต่องค์ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” กับองค์ “สมเด็จพระราชินี” ของเรา ที่ออกทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยบริจาค
แล้วถ้าไม่มีเงินและทองของหลวงตามหาบัวที่พวกเราคนไทยทุกคนช่วยกันบริจาค จะช่วยให้หนี้หมดกันเร็วขึ้นไหม?

ผมไม่เห็นว่าทักษิญจะออกเงินส่วนตัวช่วยพวกเราตรงไหนเลย
อย่าสร้างคนๆ หนึ่งให้เป็นฮีโร่สิครับ
อย่าเข้าใจผิดว่าทักษิณเป็นคนปลดหนี้ คนปลดหนี้คือ “เราคนไทยทุกคน”
…………………..

ว่างๆจะนำ “หลวงตาพูดภาษาธรรม” กับศิษย์ชื่อทักษิณมาให้อ่าน
ชาตินี้ไม่มีวัน “ได้ผุด-ได้เกิด” มึงเอ้ยยย!

เปลว สีเงิน

๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๕



Written By
More from plew
“สส.เพศที่สาม” ทวงสิทธิ์บวช?
โอ๊ค “พานทองแท้” ชินวัตร วันนี้ (๒๕ พย.๖๒)……… จะมาฟังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัดสินในคดีร่วมกันและสมคบ “ฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย” หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ? ไงก็ สู้เค๊า...
Read More
0 replies on ““กู้ชาติ” กับ “ขายชาติ” – เปลว สีเงิน”