“รมว.สุชาติ” เดินหน้าปราบปรามขบวนการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ สั่งลุยตรวจโรงงานแปรรูปไม้โคราช 8 จุด หลังประชาชนร้องเรียนได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองและเสียงดังจากการประกอบกิจการ ย้ำ ทส.เอาจริง บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น โปร่งใส เป็นธรรม ไม่ปล่อยนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลทำลายทรัพยากรของชาติและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีประชาชนในพื้นที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนจากเสียงดังและฝุ่นละอองขนาดเล็กจากโรงงานแปรรูปไม้ พร้อมขอให้ตรวจสอบการประกอบกิจการและการตั้งโรงงานว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จึงได้มอบหมาย พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายผลทันที
กรมป่าไม้จึงผนึกกำลัง สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) จังหวัดนครราชสีมา และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการ โดยแบ่งเจ้าหน้าที่เป็น 8 ชุด นำหมายค้นศาลจังหวัดนครราชสีมาเข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้จำนวน 8 จุด ในพื้นที่บ้านคอนน้อย ตำบลด่านคล้า อำเภอโนนสูง
ผลการตรวจสอบพบว่า ทั้ง 8 จุดยังคงเปิดเดินเครื่องจักรแปรรูปไม้ และมีไม้แปรรูปจำนวนมาก แม้ผู้ประกอบการบางรายอ้างว่ารับซื้อไม้จากพื้นที่อื่นเพื่อนำไปผลิตเฟอร์นิเจอร์จำหน่ายเป็นสินค้า OTOP และได้รับการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน แต่จากการตรวจสอบเอกสารกลับพบว่า ไม่มีใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร และไม้แปรรูปบางส่วนไม่มีเอกสารกำกับที่ถูกต้อง
เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามกฎหมายทันที สามารถ ตรวจยึดเครื่องจักรได้ 99 เครื่อง ไม้แปรรูปของกลาง 9,278 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตรรวม 29.955 ลูกบาศก์เมตร และควบคุมตัวผู้กระทำความผิด 22 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โนนสูง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ฐานร่วมกันแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ และมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษตามมาตรา 73
นายสุชาติกล่าวย้ำว่า นโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชัดเจนว่า จะไม่ปล่อยให้กลุ่มนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือขบวนการใดใช้ช่องว่างของกฎหมายเข้ามาหาประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ หรือสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ทุกพื้นที่ที่ได้รับร้องเรียนจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
“ทรัพยากรป่าไม้เป็นสมบัติของประเทศ ประชาชนต้องได้รับการคุ้มครองทั้งจากการทำลายป่าและผลกระทบจากการประกอบกิจการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทส.จะเดินหน้าทำงานเชิงรุก ตรวจสอบจริง ดำเนินคดีจริง และขยายผลให้ถึงต้นตอของขบวนการ” นายสุชาติกล่าว
ขณะที่ นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงาน ระบุว่า จังหวัดเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การประกอบกิจการแปรรูปไม้ในพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลดผลกระทบต่อประชาชนโดยเร็วที่สุด.
