ศิธา ร่วมเวที Bangkok Active ฟังเสียงกรุงเทพฯ ครั้งที่ 1

ศิธา ร่วมเวที Bangkok Active ฟังเสียงกรุงเทพฯ ครั้งที่ 1 “เมืองน่าอยู่” โดย The Active – Thai PBS ซึ่งมีตัวแทนนำเสนอและถามคำถามจากการรวบรวมของเครือข่ายปลุกกรุงเทพฯ กว่า 70 องค์กร

น.ต.ศิธา ได้ช่วงตอบคำถามประเด็น ”การสร้างพื้นที่สีเขียวเชิงคุณภาพที่มีกิจกรรมอื่นๆรวมถึงค้าขายสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างไร?” โดยระบุว่า
สามารถใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ โดยใช้กลไกทางภาษีให้เอกชนมามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของ กทม. ที่เอกชน รัฐวิสาหกิจหรือที่หน่วยงานราชการ รวมทั้งที่ใต้ทางด่วนที่มีจำนวนมาก ล้วนนำมาเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน กทม.จาก 6 ตารางเมตรกว่าๆต่อคน ในปัจจุบันขึ้นเต็มที่ 9 ตารางเมตรใน กทม.ได้
ตนได้นำพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่ามาทำสนามจักรยาน พื้นที่ออกกำลังกาย สนามเด็กเล่นและที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก เมื่อครั้งบริหารบอร์ดการท่าอากาศยานไทย ซึ่งมีผู้ไปปั่นจักรยานมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อปี ระยะทางไม่ต่ำกว่า 23.5 กิโลเมตรต่อครั้ง เฉลี่ยแล้วพัฒนาพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้คนไทยปั่นจักรยานได้เฉลี่ย 30 กิโลเมตรต่อปี โดยภาครัฐไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว แต่มีเอกชนลงขันกันมาลงทุนเกือบ 2 พันล้าน ซึ่งหากตนได้เป็นผู้ว่าฯกทม.จะดำเนินการลักษณะนี้ทั่ว กทม.
น.ต.ศิธา ขยายความในเรื่องการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าโดยทเทียบกับการสร้างสิ่งปลูกสร้างราคาแพงในสวนลุมพินีด้วยว่า หากนำไปสร้างพื้นที่สีเขียวจากที่รกร้างว่างเปล่าแห่งอื่นๆตามที่ตนเคยดำเนินการสำเร็จมาแล้ว อาจจะได้พื้นที่มากกว่าสวนลุมฯอีก 10 เท่า หรือหลาย 100 เท่าก็ได้
จากนั้น ช่วงที่สอง น.ต.ศิธา ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากภายใต้ข้อจำกัดของ กทม.?
น.ต.ศิธา กล่าวถึงสภาพการรับน้ำและลักษณะพื้นที่ของกรุงเทพฯว่า กรุงเทพฯสร้างในแอ่งกระทะ การสูบระบายน้ำไม่สามารถใช้ตามปกติ พื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล รับน้ำจากที่สูง เมื่อฝนตกมากหรือน้ำเหนือไหลมาเร็วกว่า 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็ท่วมได้ ซึ่งที่ผ่านมากทม.ลงทุนไปแล้ว หนึ่งแสนล้านบาท แต่ประสิทธิผลเพียง 60% เท่านั้น โดยเห็นว่าหากมีการจัดการที่ดีสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ขณะที่ลำคลองต้องนำใช้ในการระบายน้ำและพร่องน้ำให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพด้วย
สำหรับการพร่องน้ำจะทำให้คลองที่มีอยู่เป็นเสมือนแก้มลิงที่อยู่ในทุกพื้นที่ เมื่อฝนตกลงมาไม่ต้องขังบนถนน ไม่ต้องรอระบาย แต่น้ำจะลงมาในคลองระบายน้ำเอง มีระบบตรวจความเร็วน้ำและปริมาณน้ำที่พร่องไว้เพื่อบริหารจัดการให้ดีได้
น.ต.ศิธา ยืนยันว่า ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯกทม.สิ่งแรกที่จะดำเนินการในเรื่องนี้คือ ทดสอบระบบระบายน้ำทั้งระบบ เมื่อทดสอบการระบายน้ำทั้งระบบแล้วก็เข้าใจว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร พร้อมยกตัวอย่าง ที่บอกว่าไปขุดลอกคูคลองใช้งบประมาณประมาณ 100 ล้านบาทหรือมากกว่านั้นต่อปีจะเห็นว่าได้มีการขุดลอกจริงหรือไม่ เมื่อมีการทดสอบระบบทั้งระบบ โดยเชื่อว่า สามารถที่จะทำให้สถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯดีขึ้นได้ทันที 50 เปอร์เซ็นต์ หากมีการบริหารจัดการที่ดี”
น.ต.ศิธา ระบุถึงการสร้างเมืองที่ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ ให้มีความหวังและอนาคต ว่า เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กลับเข้ามาในการเมือง ในฐานะพ่อลูก 4 คน โต 13 ขวบคนเล็ก 3 ขวบ โดยเห็นว่าเมื่อก่อนขัดแย้งเรื่องการเลือกข้างทางการเมือง ปัจจุบันมีความขัดแย้งระหว่างวัยเพิ่มขึ้น ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก ส่วนเด็กก็บอกว่าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ กระทั่งมีผู้ใหญ่ไล่เด็กที่เห็นต่างให้ออกไปอยู่ประเทศอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น
น.ต.ศิธา กล่าวเพิ่มว่า พรรคไทยสร้างไทย ที่นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มองว่า ความขัดแย้งกันทำให้ประเทศไทยไปต่อไม่ได้ เพราะยังไงก็ต้องช่วยกันสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุดและส่งมอบอนาคตให้กับลูกหลาน
โดยพรรคไทยสร้างไทย มีโครงการสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ดำเนินการแล้วจำนวนมาก และสิ่งแรกที่ตนจะทำคือ กทม.จะต้องเป็น new economy เป็น smart city เป็นโอกาสในการเป็น startup เป็น ‘ยูนิคอร์น’ ซึ่งปัจจุบันยูนิคอร์นไทยมีเพียง 2-3 เจ้า เมื่อประกาศจะเก็บภาษีบิทคอยน์ โดยไม่นับส่วนที่ขาดทุน หรือผู้มีอำนาจทำให้เกิดความสับสน ส่งผลให้คนที่มาใช้บริการของยูนิคอร์นเมืองไทยที่เด็กๆภาคภูมิใจ ปรากฏว่าออกกันหมด ยอดซื้อขายยังตกอยู่กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน ถือเป็นการที่สกัดกั้นความเจริญของโลกในอนาคต
น.ต.ศิธา กล่าวทิ้งท้ายเวที Bangkok Active ว่า จะทำให้คนตัวเล็กสู้กับคนตัวใหญ่ได้ และจะสร้างกลไกให้ทุกคนมีส่วนร่วม สร้างบล็อกเชน Decentralized Autonomous Organization (D.A.O) สะท้อนและรับรู้ปัญหาได้โดยตรงและหาแนวทางหรือแก้ไขได้ทันที มีระบบบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลโดยใช้วิทยาการเข้ารหัสลับส่วนบุคคล ประชาชนจะใช้แอพมือถือ ตรวจสอบติดตามและประเมินการทำงานเจ้าหน้าที่ กทม.ได้ ซึ่งการให้คะแนนจะมีผลต่อการเลื่อน-ลด-ปลด-ย้าย ข้าราชการ กทม.ด้วย


Written By
More from pp
Central International Watch Fair 2020
ห้างเซ็นทรัล จับมือค่ายนาฬิกาชั้นนำรวมกว่า 180 แบรนด์ ตอกย้ำงานนาฬิกาครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งที่ 22  “เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์ แฟร์ 2020” (Central International Watch Fair 2020) กับ “ที่สุดแห่งข้อเสนอ…สู่งานนาฬิการะดับเวิลด์คลาส”
Read More
0 replies on “ศิธา ร่วมเวที Bangkok Active ฟังเสียงกรุงเทพฯ ครั้งที่ 1”