“คนสารคาม ต้องดื่มนมสารคาม” สโลแกนสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด แห่งบ้านโคกก่อ ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม ที่ชวนคนจังหวัดมหาสารคามหันมาดื่มนมสหกรณ์ ภายใต้แบรนด์ “โคกก่อ” ที่ผลิตจากวัตถุดิบนมโคสดแท้ 100% การันตีด้วยรางวัลแปลงใหญ่โคนมดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 และกลุ่มสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมของสหกรณ์ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2568
ไม่ใช่เรื่องง่ายการมีแบรนด์โคนมให้เป็นที่รับรู้ของผู้บริโภค ต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าชื่อแบรนด์จะเป็นที่รู้จักมักคุ้น โดยเริ่มก่อตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว หรือประมาณปี 2535 หลังมีอดีตข้าราชการชลประทานกลุ่มหนึ่งไปศึกษาดูงานที่อิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศแห้งแล้งกันดาร แต่กลับเลี้ยงโคนมได้ดี น่าจะนำมาปรับใช้ในพื้นที่อีสานได้ โดยเฉพาะในเขตนอกพื้นที่ชลประทาน จากนั้นจึงแนะนำให้ชาวบ้านรวมกลุ่มไปซื้อลูกโคนมจาก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี มาเลี้ยงแทนการปลูกพืชสวนที่ต้องใช้น้ำในปริมาณมาก จนกระทั่งสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านโคกก่อ โดยผลผลิตน้ำนมดิบทั้งหมดในช่วงแรกส่งให้กับสหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัดเพื่อส่งต่อให้กับบริษัทผู้ผลิตนมแบรนด์ดัง
“กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมบ้านโคกก่อถือเป็นฟาร์มเลี้ยงโคนมขนาดใหญ่แรก ๆ ของจังหวัดมหาสารคาม ที่แต่ละฟาร์มมีจำนวนโคตั้งแต่ 20 ตัวขึ้นไปต่างจากแต่ก่อนเลี้ยงแค่ตัวสองตัวรีดนมใส่ขวดขาย”นายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช อดีตประธานกรรมการสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งที่ปรึกษาสหกรณ์ฯเผยที่มาของ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ
จากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเล็ก ๆ จนขยายตัวเพิ่มขึ้น ต่อมาในปี 2540 จึงได้จดทะเบียนก่อตั้งเป็นสหกรณ์ ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด มีหน้าที่รับซื้อนมดิบจากสมาชิกมาแปรรูปเป็นนมโรงเรียนและส่งให้กับผู้ประกอบการ ทั้งบริษัทเอกชนและสหกรณ์ด้วยกันเอง ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการสร้างโรงงานแปรรูปนมโคครบวงจรและผลิตสินค้าต่าง ๆ ออกมาในปี 2550 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “นมโคโคกก่อ” โดยใช้วัตถุดิบนมโคแท้ 100% จากฟาร์มสมาชิก
“ที่มาชื่อแบรนด์โคกก่อก็มาจากชื่อหมู่บ้านนี่แหละ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสหกรณ์ฯ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมาเพิ่งครบรอบ 29 ปีของการจัดตั้งสหกรณ์ฯ”ที่ปรึกษาสหกรณ์ฯคนเดิมเผยที่มา ซึ่งปัจจุบันสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อฯ มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ภายใต้แบรนด์ดังกล่าว


ปัจจุบันน้ำนมดิบของสหกรณ์ฯที่รับซื้อจากสมาชิกเฉลี่ยอยู่ที่ 20 ตันต่อวัน ส่วนใหญ่ส่งให้กับบริษัทนมรายใหญ่อย่าง ดัชมิลล์ ซีพี-เมจิ และสหกรณ์โคนมด้วยกันเอง ได้แก่ สหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด ซึ่งเป็นลูกค้าหลักตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
ไม่เพียงเท่านั้นสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ยังนำน้ำนมดิบบางส่วนไปแลกผลิตภัณฑ์นมจากสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) มาจำหน่ายในจังหวัดมหาสารคาม เพื่อช่วยเหลือสหกรณ์โคนมด้วยกัน ในการลดปริมาณผลิตภัณฑ์ค้างสต๊อกของสหกรณ์ฯหนองโพอีกด้วย
“โคกก่อ”เป็นแบรนด์นมโคท้องถิ่นเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของคนมหาสารคาม โดยเริ่มจากผลิตนมโรงเรียน ก่อนนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ อย่างเช่น นมสดพร้อมดื่มรสสตรอเบอรี่ ผสมเครื่องดื่มชงกาแฟ ไอศกรีมนมสด ตังเมนมสด(นูกัต) และครีมชีสต์ ที่กำลังเดินเครื่องผลิตในปลายปี 2569 นี้หลังจากได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ผลิตจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวน 6 เครื่อง มูลค่า 5 แสนกว่าบาทและเครื่องแยกครีม มูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้ง คาดว่าจะแล้วเสร็จเดินเครื่องได้ปลายปี 2569 นี้

“เดือนที่แล้วเราเพิ่งได้เครื่องทำไอศกรีมซอฟเสิร์ฟมา 6 เครื่อง เครื่องเล็ก 1 เครื่อง งบทั้งหมด 5 แสน โดยทางสหกรณ์ฯสมทบไป 30% คือแสนห้าหมื่น อีก 70% ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์อุดหนุนมาให้ เป็นโอกาสของเราที่จะต่อยอด ส่วนเครื่องแยกครีมอยู่ที่สี่ล้านห้า คิดว่าปลายนี้น่าจะแล้วเสร็จ ตอนนี้งบประมาณส่วนหนึ่งมาแล้วเหลือแต่จัดซื้อจัดจ้าง เราพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น เพราะเราไม่มั่นใจว่าต่อไปผู้บริโภคคงไม่กินแค่นมพาสฯ นมUHT อย่างเดียวแล้ว” นายณัฐวุฒิ เผย
ที่ปรึกษาสหกรณ์คนเดิมยอมรับว่า แม้แบรนด์โคกก่อจะแข่งกันสู้แบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง ซีพี-เมจิ ดัชมิลล์ หรืออื่น ๆ ไม่ได้ แต่เราก็มีความภาคภูมิใจในแบรนด์ท้องถิ่น เพราะเป็นการส่งเสริมอาชีพชาวบ้าน สร้างเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น แบรนด์ท้องถิ่นจะตอบโจทย์คนท้องถิ่นมากที่สุด แบรนด์อื่นหาดื่มกินที่ไหนก็ได้ ถ้าจะกินนมโคกก่อจะต้องมา ที่มหาสารคาม” ที่ปรึกษาสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด กล่าวเชิญชวน
“นมโคโคกก่อ” นับเป็นอีกแบรนด์นมท้องถิ่นผลิตจากนมโคแท้100% สร้างอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคงยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมใน จ.มหาสารคามจากอดีตจวบจนปัจจุบัน สนใจผลิตภัณฑ์นมโค “โคกก่อ” โทร.09-6698-6412.
