กลไกตลาด คำตอบของปัญหาห่วงโซ่การผลิตอาหาร ช่วยเกษตรกรไทย

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ การเจรจาข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ นอกจากปัญหาราคาน้ำมันจนอาจจะทำให้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก ที่เรียกว่า “ออยล์ ช็อก” แล้ว ปัญหาสำคัญที่กำลังส่งผลกระทบทั่วโลกไม่ต่างกันคือ “วัตถุดิบอาหารสัตว์” ที่ราคาปรับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

สงครามยูเครนผลักดันให้วัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นทุกชนิด กลายเป็นความกังวลในกลุ่มผู้นำเข้าวัตถุดิบ ว่าธัญพืชอาหารสัตว์อาจจะเกิดภาวะชะงักงัน ทั้งข้าวสาลีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพราะทั้งสองประเทศเป็นผู้เพาะปลูกและผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก หากสงครามยืดเยื้อต่อไปราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์จะปรับสูงขึ้นอีกแน่นอน และอาจเกิดปัญหาขาดแคลนในที่สุด

ประเทศไทยก็โดนหางเลขเรื่องนี้ไม่น้อย ผลกระทบเกิดกับภาคผู้ผลิตทั้งส่วนของอาหารสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยง โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนสูง เมื่อเทียบราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญในปัจจุบัน กับราคาเมื่อเดือนธันวาคม 2564 พบว่า ขณะนี้กากถั่วเหลืองจากเมล็ดนำเข้าราคา 22.50 บาทต่อกิโลกรัม จากกิโลกรัมละ 19.50 บาท (ปรับเพิ่มขึ้น 15.38%) ส่วนข้าวสาลีนำเข้าราคา 13.25 บาทต่อกิโลกรัม จากกิโลกรัมละ 8.91 บาท (ปรับเพิ่มขึ้น 48.71%)

ขณะที่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยก็ปรับราคาสูงขึ้นมากกว่า 20% ล่าสุด บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ ได้ปรับราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สำหรับข้าวโพดหลังนาต้นฤดูในราคาสูงสุดที่ 12.65 บาท/กก. เพื่อสร้างหลักประกันในการส่งมอบวัตถุดิบให้กับลูกค้า และลดความเสี่ยงด้านราคาที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นอีกหากสงครามยืดเยื้อ

โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมราคาขั้นต่ำ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นทาง ซึ่งกำหนดราคาประกันขั้นต่ำที่เมล็ดความชื้น 14.5% ไว้ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรจำหน่ายได้นั้นสูงกว่าราคาประกันมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 แล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่ได้กำหนดเพดานราคา ทำให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่เป็นอุตสาหกรรมการผลิตกลางน้ำ ต้องรับภาระวัตถุดิบสูงมาโดยตลอด

ทว่าอาหารสัตว์และสินค้าปศุสัตว์ อาทิ ไก่เนื้อ และไข่ไก่ กลับเป็นสินค้าที่ถูกควบคุมราคาตามมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ จึงไม่สามารถปรับราคาได้ตามต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ผลที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น โดยที่ราคาขายถูกตรึงเอาไว้ได้

ปัญหานี้ทำให้โรงงานอาหารสัตว์อาจจำเป็นต้องหยุดการผลิต เท่ากับว่าอนาคตอันใกล้นี้ภาคผู้เลี้ยงสัตว์ อาจต้องประสบปัญหาอาหารสัตว์ขาดแคลนและกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์แน่นอน

ภาครัฐต้องเร่งจัดการกับเรื่องนี้ และควรมีมาตรการสนับสนุนภาคผู้ผลิตตลอดห่วงโซ่ ไม่เฉพาะผู้เพาะปลูก แต่ผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและเป็นรูปธรรม มาตรการไหนที่เป็นภาระและก่อปัญหาควรถูกปลดล็อกทันที เช่น การยกเลิกมาตรการ 3:1 การยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง การเปิดให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO และ AFTA ฯลฯ เพื่อไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดต้องหยุดชะงัก กระทั่งกระทบกับผู้บริโภคปลายทาง

ที่สำคัญการบริหารจัดการสินค้าเกษตรทั้งระบบ ด้วยการยกเลิกการควบคุมราคา เลิกตรึงราคาสินค้า ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรีและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นคำตอบของการแก้ปัญหาตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหาร และเป็นการสนับสนุนให้เกิดเสถียรภาพให้กับเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง

บรรจบ สุขชาวไทย

นักวิชาการด้านปศุสัตว์


Written By
More from pp
ยอดขาย ‘กล้วยน้ำว้า JIB’ พุ่งช่วงโควิด ทำเอาเกษตรกร และคนในชุมชนจังหวัดเพชรบุรียิ้มร่า เพราะนอกจากจะไม่ตกงานยังรับทรัพย์เพิ่ม
ยอดขาย ‘กล้วยน้ำว้า JIB’ พุ่งช่วงโควิด ทำเอาเกษตรกร และคนในชุมชนจังหวัดเพชรบุรียิ้มร่า เพราะนอกจากจะไม่ตกงานยังรับทรัพย์เพิ่ม จากเดิมส่งกล้วยเข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น วันละ 1,800 แพ็ก หรือ 3,600...
Read More
0 replies on “กลไกตลาด คำตอบของปัญหาห่วงโซ่การผลิตอาหาร ช่วยเกษตรกรไทย”