ตั้งครรภ์แฝด หนึ่งในภาวะครรภ์เสี่ยงสูง

การมีลูกแฝดอาจเป็นเรื่องที่คู่สมรสหลายคู่มองว่าน่ารัก ตั้งครรภ์ครั้งเดียวแต่ได้ลูกถึง 2 คน แต่รู้หรือไม่ว่าการตั้งครรภ์แฝด ถือว่าเป็นการตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง  มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนกับคุณแม่และลูกน้อยระหว่างตั้งครรภ์ได้ เพราะฉะนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝด จึงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ

แพทย์หญิงจิตรนพิน ดุลยเกษม สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า การตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง คือการตั้งครรภ์ที่แม่และลูกมีโอกาสเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือเสียชีวิตสูงกว่าการตั้งครรภ์ทั่วไป มีหลายปัจจัยที่ทำให้การตั้งครรภ์กลายเป็นการตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูงได้ เช่น เคยแท้งติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป, คุณแม่มีโรคประจำตัว, ตั้งครรภ์อายุน้อยกว่า 17 ปี หรือมากกว่า 35 ปี, การตั้งครรภ์แฝด, ตั้งครรภ์มีรกเกาะต่ำ มีความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นต้น 

ในปัจจุบันพบว่าการตั้งครรภ์แฝดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีปัจจัยหลัก 2 ประการ ที่จะทำให้เกิดครรภ์แฝดได้ ได้แก่ ประวัติครอบครัวมีครรภ์แฝดมาก่อน และเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ เช่น การใช้ยากระตุ้นให้ไข่ตก และการทำเด็กหลอดแก้ว เป็นต้น

ทั้งนี้ การตั้งครรภ์แฝด อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ซึ่งแบ่งเป็น

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับคุณแม่ ได้แก่ 

  • มีโอกาสแท้งบุตร หรือทารกเสียชีวิตในครรภ์ช่วงไตรมาสแรกมากกว่าครรภ์เดี่ยว
  • พบภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งเสี่ยงต่อการตกเลือดก่อนคลอด หรือหลังคลอดมากกว่าครรภ์เดี่ยว
  • มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ เช่น เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ไปจนถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ และภาวะซีด
  • มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากกว่าครรภ์เดี่ยว
  • มีโอกาสคลอดธรรมชาติน้อยกว่าครรภ์เดี่ยว เพราะเด็กแฝดอาจไม่อยู่ในท่าที่เหมาะสมต่อการคลอดเองตามธรรมชาติ
    ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับลูก ได้แก่ 
  • ทารกมีโอกาสเกิดความพิการแต่กำเนิด และเกิดความผิดปกติทางโครโมโซมมากกว่าครรภ์เดี่ยว ซึ่งการตรวจพบความพิการจากการอัลตราซาวนด์ ทำได้ยากกว่าปกติ
  • ความเสี่ยงจากภาวะแฝดที่ใช้รกร่วมกัน หรือที่เรียกกันว่าแฝดไข่ใบเดียวกัน ซึ่งค่อนข้างตรวจวินิจฉัยได้ยากในไตรมาสแรก ยกเว้นรายที่มีภาวะถ่ายเลือดระหว่างกันอย่างรุนแรง (TTTS : Twin – Twin Transfusion Syndrome) ส่วนใหญ่จะเริ่มตรวจพบความเสี่ยงเมื่อเข้าไตรมาสที่ 2 เช่น ปริมาณน้ำคร่ำของทารกแต่ละถุงต่างกัน, การมองไม่เห็นกระเพาะปัสสาวะของทารกที่ถ่ายเลือดไปให้ทารกอีกคน, ทารกคนหนึ่งมีภาวะซีดและตัวเล็ก ในขณะที่อีกคนเริ่มมีหัวใจโตและลิ้นหัวใจรั่ว, ทารกเสียชีวิตจากภาวะซีดรุนแรงและอีกคนเสียชีวิตจากภาวะบวมน้ำหรือหัวใจวาย เป็นต้น
  • มีโอกาสเกิดภาวะทารกโตช้าในครรภ์ (Intrauterine growth retardation) ได้มากกว่าครรภ์เดี่ยว ความเสี่ยงอื่น ๆ ที่พบได้ เช่น ทารกเสียชีวิตจากภาวะสายสะดือพันกัน กรณีตั้งครรภ์แบบทารกอยู่ในถุงน้ำคร่ำเดียวกัน

“อย่างไรก็ตาม คุณแม่ครรภ์แฝดควรได้รับการดูแลจากสูตินรีแพทย์ที่ฝากครรภ์อย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ ซึ่งอาจมีการนัดอัลตราซาวนด์ถี่กว่าคุณแม่ทั่วไป โดยเฉพาะกรณีครรภ์แฝดที่ใช้รกร่วมกัน เพื่อได้รับการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างเข้มงวด”  แพทย์หญิงจิตรนพินกล่าว

แพทย์หญิงจิตรนพิน ดุลยเกษม 

สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
โรงพยาบาลเวชธานี
Written By
More from pp
เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผนึกกำลัง เอเชีย เอรา วัน ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด 19 เดินหน้ามอบชุดตรวจโควิด 19 ให้โรงพยาบาลรามาธิบดี
เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด นำโดย นายภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และหัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท...
Read More
0 replies on “ตั้งครรภ์แฝด หนึ่งในภาวะครรภ์เสี่ยงสูง”