ทส. ลุยแก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ ใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือประชาชน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Kuiburi’s Elephant Smart Early Warning System) ร่วมด้วยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน กลุ่มทรู  นางสาวพิมพ์พาวดี พหลโยธิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย ผู้แทนจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี วันที่ ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. กล่าวว่า “การจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้น้อมนำอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9 ) เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2542 ว่า “ช้างควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอ การปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆและกระจาย กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า” กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงน้อมนำพระราชดำรัสมาใช้เป็นหลักในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ส่งผลให้ปัญหาได้คลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว และต่อมากรมอุทยานแห่งชาติฯและกลุ่มทรู ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือตามโครงการเฝ้าระวังช้างป่า ด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ซึ่งได้ตระหนักว่า พื้นที่ชายป่ารอยต่อระหว่างเขตอนุรักษ์และพื้นที่เกษตรกรรม บริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำลังเผชิญปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่า ดังนั้น ในการจัดการปัญหาดังกล่าว จึงนำความรู้ของทั้ง 2 หน่วยงาน มาร่วมกันแก้ปัญหา โดยการใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารร่วมกับการใช้กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (camera trap) และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Smart Early Warning System) ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนแบบทันทีทันใด (real time) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังช้างป่าออกนอกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อจะได้นำไปสู่การอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลระหว่างช้างป่าและชุมชนในพื้นที่ เป็นการส่งเสริมการคุ้มครองช้างป่าในพื้นที่ และจะเป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆด้วย”

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า “ทั้งนี้ในการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติ บริเวณพื้นที่ป่าก่อนถึงพื้นที่เกษตรกรรมของราษฎรจำนวน 25 จุด เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลผ่านศูนย์ฯดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่ร่วมกันเข้าไปดำเนินการผลักดันช้างป่ากลับคืนเข้าไปในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ก่อนที่ช้างป่าจะออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของราษฎรได้อย่างทันท่วงที และจากการรายงานในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 จนถึงปัจจุบัน  ระยะเวลา 10 เดือน พบว่า กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติดังกล่าว สามารถบันทึกภาพช้างป่า จำนวน 518 ครั้ง รวม 1,826 ภาพ แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ได้พบช้างป่าบางแห่งได้เกิดความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร เพียงจำนวน 27 ครั้ง เท่านั้น ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบจากข้อมูลเชิงสถิติในพื้นที่เฝ้าระวังช้างป่าก่อนมีการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติในช่วงเวลาเดียวกัน (พ.ย.60 – ส.ค.61) พบว่าช้างป่าได้ออกมา ทำลายพืชผล ทางการเกษตรของราษฎร จำนวน 628 ครั้ง และพบความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร จำนวน 217 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จจากการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติ และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการผลักดันช้างป่าได้อย่างทันท่วงที จึงทำให้อัตราความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรลดลงเป็นอย่างมาก”

Written By
More from pp
“ประสิทธิ์ชัย” ตอก “กนก” ร่างพ.ร.บ.กัญชา พิจารณากันมาดีแล้ว ประชาชน ได้ประโยชน์ ไม่เอื้อกลุ่มทุน ไม่ผูกขาด และ ปกป้อง คุ้มครองเยาวชน แฉ กรรมาธิการ ปชป. โกหกคำโต
จากกรณีที่ศาสตราจารย์ กนก วงศ์ตระหง่าน กมธ.พ.ร.บ.กัญชา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิจารณ์ว่า พ.ร.บ.กัญชา เอื้อนายทุน และไม่รอบคอบในการป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน
Read More
0 replies on “ทส. ลุยแก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ ใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือประชาชน”