3 กรกฎาคม 2569 ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พระนศรศรีอยุธยา จำกัด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดจากความขัดแย้งสายสีน้ำเงิน พร้อมแนะนำให้ทบทวนมาตรการไม่ให้กระทบคนสุจริต ว่า
เกี่ยวอะไรกับสีน้ำเงิน เรื่องนี้เป็นระบบสอบของทางราชการ อย่าไปสรุปอะไรอย่างนั้น แล้วตอนนี้มี 7 หน่วยงาน ที่เข้ามาดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดอยู่ นี่ไม่ใช่การสืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ถึงขั้นตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และเอาผิดกับผู้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เป็นการทำผิดกฏหมายว่าอย่างนั้นเถอะ
“ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเรื่องระบบที่ผมก็ยกเลิกไปแล้ว 3 ปี และตอนนี้ก็มีการสอบและใช้ทีโออาร์ มันถึงได้ยาก เพราะเป็นทีโออาร์ใหม่ แต่เขาก็อุกอาจ เข้าไปแก้ ในระบบไฟล์คอมพิวเตอร์ คงตื่นตระหนกเสียจนทำอะไรได้ก็ทำก่อน เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ การเข้าไปในคอมพิวเตอร์หรือไฟล์อะไรก็ต้องมีวันเวลา มันไม่พ้นหรอก และตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของ 7 หน่วยงาน ที่ผมได้ตั้งขึ้นมาให้มีการลงนามกันเป็น MOU ในการปราบปราม และคิดอยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดแน่ๆ ถึงตั้งหน่วยงานเหล่านี้ขึ้นมาทำงาน”
ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่เป็นทั้งนายกฯและรมว.มหาดไทย จะทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย ที่ตอนนี้ประชาชนมองในด้านลบ กลับมาเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องเร่ง ซึ่งจริงๆวิธีการสอบต้องยึดถือกฎเกณฑ์การสอบ แต่คนที่ทำผิดคงมองเห็นผลประโยชน์มากกว่าความถูกต้อง เมื่อเห็นเรื่องผลประโยชน์ และในอดีตคิดว่าสิ่งที่เคยทำในอดีตสามารถทำได้ แต่จริงๆตัวการป้องกันในการสอบล่าสุดตามทีโออาร์ แทบจะไม่มีคนกล้าเข้ามา โดยให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ทำซึ่งเขาก็ทำได้อย่างดี สมัยก่อนข้อสอบตรวจกันที่จังหวัดที่สอบ แต่ตอนนี้มาตรวจส่วนกลาง เก็บไว้มิดชิดแน่นหนา แต่ในทีโออาร์เหมือนเขียนการทำลายข้อสอบหรือชีทว่าจะทำลายทุกปี
“เขาคงหวังว่าคงปิดอะไรได้ เพราะมีการสอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และผ่านมา 6 เดือนแล้ว ลากๆไปอีก 6 เดือน ต้นขั้วคงถูกทำลายไป พิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่พอมีเรื่องขึ้นมา ทุกคนและหน่วยงานทั้งหลายคงพิสูจน์อะไรไม่ได้ พอมีเรื่องขึ้นทุกหน่วยงานก็เข้าไปยันไว้ก่อน ตอนนี้ข้อสอบต้นขั้วก็ถูกอายัดแล้ว และจัดทำเป็นไฟล์ไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องการเข้าไปแก้ไฟล์ใหญ่ในคอมพิวเตอร์ ก็ยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ เพราะต้นขั้วเป็นคะแนนแบบหนึ่งแต่ในคอมพิวเตอร์เป็นอีกแบบหนึ่ง ฉะนั้นดูพฤติกรรมตรงนี้ก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่กระทำโดยไม่สุจริตแน่นอน”
เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจหรือไม่ว่าในยุคของท่านจะสามารถถอนรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องมั่นใจ เพราะพวกตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ก็ทุบอย่างเดียว ใครทำผิดบอกแล้วทำไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าทำในโครงสร้างพื้นฐานระบบราชการ
”คุณซื้อขายตำแหน่ง ตั้งแต่เข้ามาเป็นราชการ โอ้โห พูดง่ายๆ คือส่งเสริมให้ทำความชั่วตั้งแต่วันแรกของการรับราชการ และความชั่วนั้นก็ชั่วไปตลอด ต้องทนกับเขาถึง 30 ปีให้เขาทำความชั่วอย่างนั้นหรือ ใช่ไหมครับ ผมก็ไม่เข้าใจ ที่ผู้สื่อข่าวสื่อถามเกี่ยวอะไรกับการทะเลาะกันในสีน้ำเงิน มันไม่เกี่ยวกันเลย นี่เป็นเรื่องของระบบราชการไม่มีการเมือง ไม่มีอะไร ใครทำผิด โดนใครก็คนนั้น ไม่มีการช่วยเหลือ เรื่องไม่ช่วยใคร ผมมีชื่อเสียงตรงนี้ เลิกคบกันไปไม่รู้กี่คนแล้ว ซึ่งก็ไม่มีปัญหา”นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่าในฐานะรมว.มหาดไทย พอเกิดประเด็นข่าวนี้ขึ้นมารู้สึกฉุนมากหรือไม่ นายกฯหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ไม่ใช่ฉุนอย่างเดียวและตนเป็นคนยกเลิก อั้นมา 3 ปีการสอบ เที่ยวนี้ที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นการสอบท้องถิ่น ไม่ใช่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ต้องผ่านช่องทาง ก.พ. ซึ่งมีมาตรฐานทางราชการ แต่นี่เป็นการสอบท้องถิ่นกระบวนการใครตั้งขึ้นมา ไม่ใช่ตน มีกฎหมายการกระจายอำนาจ ทุกอย่างมีคณะกรรมการก็ต้องไปดูตรงนั้น
“ผมทราบเรื่องก็บอกให้ชะลอการบรรจุ พอผมชะลอการบรรจุ คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ก็บอกไม่ชะลอให้บรรจุเลย นี่ไง ผมยิ่งไม่ต้องกังวลใหญ่เลย เพราะผมได้ทำในขอบเขตอำนาจไปเรียบร้อยแล้ว ใครที่ทำเกินอำนาจที่ผมมีอยู่คนนั้นก็ต้องไปรับผิดชอบ ผมไม่ได้บอกว่าเขามาก้าวก่ายอำนาจของผม อำนาจใครอำนาจมัน แต่ในส่วนของผมได้Protect (ปกป้อง) ไว้หมดแล้ว พอผม Protectแล้ว ต่อจากนี้ไปใครผิด ผมก็ร่วมกันฟาดก็แค่นั้น“ นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่าแบบนี้ถือเป็นการดื้อต่ออำนาจเจ้ากระทรวงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาไม่ใช่ลูกน้องตน กรรมการเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนที่อยู่ในกรรมการนี้ก็ทำตามข้อสั่งการของตนทุกคน.
