ขุดบ่อล่อปลา #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ดูทรงแล้วรอดยาก!
เรื่องที่ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ไปพันกับ คดี Forex ฟังจากที่ ดีเอสไอแถลง และเจ้าตัวตอบโต้แล้ว แทบไม่ต้องลุ้น
แต่ก็สงสัยบรรดานักการเมืองแก๊งส้ม ที่พยายามจะอุ้มเพื่อน พากันแชร์ข้อความ “ผมเทรดทองคำ” กันเป็นแถว
ฟังหรืออ่านที่ดีเอสไอเขาแถลงครบหรือยัง?

ไปดูคำชี้แจงของ “ภาวุธ” กันก่อนครับ

“…ก่อนเข้ามาทำงานการเมือง ผมเคยประกอบธุรกิจหลากหลาย เช่น การค้าออนไลน์, ระบบชำระเงินออนไลน์ และ Technology Provider อีกมากมาย อีกทั้ง ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งลูกค้าย่อมมีทั้งบริษัทในประเทศ และบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ตามธรรมชาติของธุรกิจออนไลน์

อย่างไรก็ดีก่อนที่จะเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว สำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนี้ ผมได้ออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้ว

ดังนั้น ในส่วนของบริษัทที่ถูกอ้างถึง ผมไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้ เนื่องจากผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวแล้ว

ข้อเท็จจริงเรื่องเงินจำนวน ๒๘ ล้านบาท ที่เข้ามาสู่บัญชีธนาคารของผม ผมขอชี้แจง ดังนี้

เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ผมเปิดบัญชีลงทุนซื้อขายทองคำผ่านระบบ Gold Trading กับผู้ให้บริการผ่านตัวเเทน (Broker) ซึ่งการลงทุนทองคำนี้ เหมือนกับการซื้อขายทองคำผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการลงทุนที่บุคคลทั่วไปจำนวนมากลงทุน
เงินที่เข้ามาสู่บัญชีผมในกรณีนี้ จึงคาดว่าน่าจะมาจากการลงทุนทองคำ โดยเมื่อผมฝากเงินเข้าไปและทำการซื้อขาย ย่อมมีการฝากและถอนเงินออกจากบัญชีซื้อขายหลายครั้ง แต่ในท้ายที่สุด ในกรณีนี้ ผมขาดทุน และหยุดการลงทุนไปนานแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่ทราบว่าเงินจำนวน ๒๘ ล้านบาทที่ DSI กล่าวอ้างนี้ มาจากช่วงเวลาใดแน่ชัด และมาจากบัญชีใด เนื่องจากผมได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่า ข้อมูลที่ DSI แถลงมานั้นยังอาจจะคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งหาก DSI ต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม ผมพร้อมที่จะนำส่งข้อมูลทั้งหมดให้เพื่อการตรวจสอบและพิสูจน์ความจริงต่อไป

ขณะนี้เรื่องส่วนตัวของผมกำลังเป็นที่กล่าวถึงและเป็นที่สงสัยของสังคม ผมขอยืนยันว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชักชวนหรือหลอกลงทุน หรือสแกมเมอร์ หรือการพนันออนไลน์ใดๆ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยยืนยันไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. และพร้อมเข้าไปชี้แจงให้ข้อมูลต่อหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนกับสังคมต่อไป…”

ดูจากคำชี้แจง เจ้าตัวไม่มั่นใจอะไรเลย

เงิน ๒๘ ล้านบาทเข้าบัญชีส่วนตัวในวันเดียว ต่อให้เป็นนักธุรกิจพันล้านก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อยจนตัวเองจำไม่ได้
ทีนี้มาดูสิ่งที่ดีเอสไอแถลง โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ บ้าง

“…สำหรับขั้นตอนว่าเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมาถึงนายภาวุธ ได้อย่างไรนั้น รายละเอียดตรงนี้ผมยังไม่ขอเปิดเผยมากนัก

แต่เงินที่กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์โอนไป ซึ่งก็อาจมีการโอนผ่านนิติบุคคลอีก ๒ ทอด แล้วค่อยเข้าสู่บัญชีของบุคคลดังกล่าวตามจำนวนที่พบคือ ๑๔ ครั้ง ครั้งละ ๒ ล้านบาท

รวมประมาณ ๒๘ ล้านบาท
ขณะนี้ยังไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก แต่เราพร้อมให้โอกาส…”

แถลงออกมาแบบนี้แสดงว่า ดีเอสไอ มีข้อมูลอยู่ในมือมากกว่าที่ปล่อยออกมา
เพิ่มเติมด้วยการแถลงข่าวของ “ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี” ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ

“…สำหรับการแบ่งเส้นพฤติการณ์ความเกี่ยวข้องของคนที่รับเงินเดือนจากบริษัทในฐานะกรรมการหรือหุ้นส่วน จะมีลักษณะอีกแบบ

แต่ถ้าเงินที่ตัดไป เช่น ผ่านบริษัทแล้วค่อยผ่านเข้าตัวบุคคลเพียงไม่กี่วินาที จำนวนหลายครั้ง เลยต้องตรวจสอบและรอคำชี้แจง ว่าเงินที่เข้าไปหลายล้านบาทและเข้าบัญชีส่วนตัวนี้เกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างไร

ตอนนี้อยู่ระหว่างขยายผล เชื่อว่ามีอีกหลายคนเกี่ยวข้อง
เงินที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองรายนี้ คือ เงินปลายทาง ไม่ใช่เงินที่เข้าไปต้นทาง

เพราะถ้าต้นทาง คือเงินที่ออกแล้วเข้าสู่ตัวโบรกเกอร์ หรือไอบี
แต่นี่คือเงินที่ออกจากเพย์เมนต์มาสู่บริษัทปลายทาง และเงินจากบริษัทปลายทางก็เข้าไปที่บัญชีนักการเมือง…”

แบบนี้ตายครับ!
นี่ไม่ใช่เส้นทางเงินเทรดทองแน่นอน
พิรุธมันเยอะเกินไป
โอนผ่านบริษัทเข้าบัญชีส่วนตัวในเวลาไม่กี่วินาที
ที่สำคัญที่ดีเอสไปตามจากต้นทางมาจนถึงเงินปลายทาง

ฉะนั้นแก๊งส้มควรจะอ่านที่ดีเอสไอแถลงให้จบก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าจะอุ้มหรือไม่อุ้มพรรคพวกดี
เส้นทางเงินนี้ดีเอสไอตรวจพบเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ตัวเลขกลมๆ ก็ประมาณ ๓ ปีตามที่ “ภาวุธ” บอกว่า ได้เปิดบัญชีลงทุนซื้อขายทองคำผ่านระบบ Gold Trading
ตรวจสอบไม่ยากครับ ถ้าเป็นเงินเทรดทองจริง เส้นทางมันต้องชัดเจน

“ภาวุธ” เพิ่งจะเปิดตัวเล่นการเมืองช่วงเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง การปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับบริษัทต่างๆ จึงไม่มีผล
เพราะการตรวจสอบเส้นทางเงินเกิดขึ้นปี ๒๕๖๗

วันนี้ “ภาวุธ” ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ครับ ยังไม่มีคดีเกิดขึ้น ทางดีเอสไอก็บอกไว้ชัดเจนว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎร “ภาวุธ” มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง
ฉะนั้นรอให้ปิดสมัยประชุมก่อน

มีคำชี้แจงของดีเอสไออยู่ตอนหนึ่งบอกว่า

“…เราตรวจค้น รวบรวมพยานหลักฐานไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งเอกสาร เส้นทางการเงิน และรอเขามาให้คำตอบชี้แจง…”
แสดงว่ายังมีอีกหลายก๊อก

ถามว่านี่คือการเอาคืนของรัฐบาลเพราะถูกตรวจสอบ TH-AI Passport ที่ “ภาวุธ” มีบทบาทอย่างมากหรือไม่
ถ้าตอบแบบการเมืองคือใช่

คดีนี้ดีเอสไอตามมานานและมาจุดพลุในตอนนี้ก็แล้วแต่จะมอง
แค่คดี Forex มีผู้เสียหายจริง มีแก๊งหลอกเอาเงินชาวบ้านจริง

พบคนทำผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
ก็เท่านั้นเอง.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
แคนนอน เชิญชวนชวนผู้รักการถ่ายภาพ ประกวดภาพถ่าย DIP Photo Contest 2020 ในหัวข้อ “ทรัพย์สินทางปัญญา…เพื่อโลกสีเขียว”
บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด สนับสนุนกรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดการประกวดภาพถ่าย DIP Photo Contest 2020 ภายใต้แนวคิด “ทรัพย์สินทางปัญญา…เพื่อโลกสีเขียว” (Innovate for a Green Future) เพื่อเฉลิมฉลองวันทรัพย์สินทางปัญญาโลก...
Read More
0 replies on “ขุดบ่อล่อปลา #ผักกาดหอม”