7 พฤษภาคม 2569 สุชาติ ชมกลิ่น ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่า โดยยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเร่งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
การชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นภายหลัง เกรียงยศ สุดลาภา ตั้งกระทู้ถามเรื่องความมั่นคงด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ป่า ขณะที่ มนธิชา ไชยบาล ได้หารือถึงผลกระทบจากสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกที่ส่งผลต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย
สุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์แม่น้ำกกอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ปี 2568 พร้อมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อประเมินผลกระทบและกำหนดแนวทางแก้ไข โดยมีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อร่วมกันลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศและประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ
ในด้านการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนเพื่อตรวจวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านสาธารณสุขและประมงจะร่วมประเมินผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและความปลอดภัยของสัตว์น้ำตามหลักวิชาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาแหล่งน้ำสำรองสำหรับผลิตน้ำประปาในพื้นที่เสี่ยง พร้อมปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน ล้างบ่อบาดาล และช่วยเหลือโรงเรียน วัด และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอและปลอดภัย
สำหรับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลเตรียมหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่พึ่งพาการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางน้ำ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและลดผลกระทบต่อรายได้ของประชาชน
ส่วนการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกิน รัฐบาลเดินหน้าเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนกว่า 800,000 ราย ภายในปี 2570 เพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพ ควบคู่กับการส่งเสริม “ป่าชุมชน” ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่รวมกว่า 6 ล้านไร่ และมีประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมากกว่า 4 ล้านคน โดยรัฐบาลยังผลักดันการสร้างรายได้จากระบบคาร์บอนเครดิต เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลทรัพยากรธรรมชาติและมีรายได้อย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน ยังได้เร่งแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่ป่าชุมชน โดยผลักดันให้ประชาชนเสียค่าไฟในอัตราเดียวกับมิเตอร์ถาวร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐ
“รัฐบาลมุ่งให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างสมดุล มีความมั่นคงในที่ดินทำกิน มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม ซึ่งทุกหน่วยงานจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลประชาชนในทุกมิติ” สุชาติ ชมกลิ่น กล่าว.
