ปอเนาะ #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ครับ…ผลจากคำพูดของแม่ทัพภาคที่ ๔ “พล.ท.นรธิป โพยนอก” ทำพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาเป็นที่สนใจกันอีกครั้ง

ก็เป็นไปตามที่้เขียนไว้เมื่อช่วงวันสงกรานต์ คำพูดของท่านจะกลายเป็นเงื่อนไข และมีเหยื่อจากสถานการณ์นี้
เกิดเงื่อนไขอะไรขึ้น และใครเป็นเหยื่อ ก็เป็นที่รับรู้กันไปแล้วครับ

เห็นฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันนัวเนีย
แต่นั่นแค่น้ำจิ้ม เพราะเหตุการณ์ใหญ่ยังไม่มี คงรอบ่มเพาะกันอยู่

กลุ่มที่มีบทบาทในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้หลักๆ วันนี้มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม
กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เรียกร้องเอกราชด้วยความรุนแรง อ้างว่าเพราะรัฐไทยใช้ความรุนแรงก่อน

กลุ่มนักการเมือง แอบแฝงอยู่ข้างหลัง แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องแค่ไหน
กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกมองว่าเป็นผู้ข่มเหงรังแก แต่ก็ถูกสังหารไปเยอะ

กลุ่มสื่อมวลชน เป็นกระบอกเสียงของทั้ง ๒ ฝ่าย ตามแต่แนวคิดของแต่ละคน
และกลุ่มชาวบ้าน กลุ่มนี้ซวยสุดๆ ตกเป็นเหยื่อเจ็บตายมาแล้วเยอะแยะมากมาย

ฉะนั้นไม่ง่ายหรอกครับกับการแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานาน ที่สำคัญการรบกับความเชื่อ แทบจะมองหาชัยชนะไม่เจอ

แต่วันนี้อยากพูดถึงโรงเรียนปอเนาะครับ เพราะเรื่องลุกลามไปถึงโรงเรียนสอนศาสนาแล้ว

โรงเรียนปอเนาะ คืออะไร
ตามตำรา คือ สถาบันการศึกษาอิสลามดั้งเดิม ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมมุสลิม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

คำว่า “ปอเนาะ” มาจากภาษามลายูปัตตานีว่า “Pondok” ซึ่งแปลว่า กระท่อมหรือที่พัก สะท้อนถึงลักษณะเดิมที่เป็นกระท่อมเล็กๆ สำหรับนักเรียนและโต๊ะครู (ผู้สอน)

ปอเนาะมีลักษณะเฉพาะ เป็นโรงเรียนประจำ ผู้เรียนจะมาพักอาศัยอยู่ในกระท่อม (ปอเนาะ) ที่จัดเตรียมไว้ให้ภายในบริเวณโรงเรียน เน้นการศึกษาศาสนาอิสลามเชิงลึก หลักสูตรจะมุ่งเน้นวิชาการศาสนาขั้นสูง

เช่น การศึกษาคัมภีร์อัลกุรอาน, ภาษาอาหรับ, นิติศาสตร์อิสลาม (ฟิกฮ์) และจริยธรรมอิสลาม

ครูผู้สอนหลักเรียกว่า “โต๊ะครู” ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูง มีความรู้ลึกซึ้งในหลักศาสนา และเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชุมชน

ผู้เรียนสามารถเข้าเรียนได้ทุกเพศทุกวัย และไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษาจากระบบสามัญ

การเรียนในปอเนาะไม่ใช่แค่การศึกษา แต่เป็นการใช้ชีวิตในชุมชนเดียวกันกับโต๊ะครูและเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ซึ่งช่วยปลูกฝังคุณธรรมและวินัย

ในอดีต ปอเนาะจะเน้นการสอนศาสนาเพียงอย่างเดียว
ในปัจจุบัน ปอเนาะหลายแห่งได้มีการ แปรสภาพเป็น “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม” ซึ่งมีการสอนวิชาสามัญตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการควบคู่ไปกับวิชาศาสนา ทำให้ผู้เรียนได้รับวุฒิการศึกษาทั้งจากทางโลกและทางศาสนาด้วย

แต่ที่มาของ “ปอเนาะ” ยังลึกกว่านี้อีกมาก

ต้องย้อนกลับไปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๓-๑๖ โน้นครับ

อินโดนีเซียเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ที่ศาสนาอิสลามได้แพร่ขยายเข้ามาจากประเทศอินเดีย ก่อนที่จะเข้ามาสู่ดินแดนในแหลมมลายูและภาคใต้ของประเทศไทยตามลำคับ

นอกจากนี้อินโดนีเซียยังมีระบบโรงเรียนสอนศาสนาที่มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบมาตลอดระยะเวลา ๕-๖ ศตวรรษ พร้อมๆ กับขบวนการปฏิรูปต่างๆ ของศาสนาอิสลาม

ในการปรับปรุงระบบการเรียนการสอนโรงเรียนปอเนาะในจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย รัฐบาลไทยในอดีตได้นำเอาระบบโรงเรียน “มาดราชาฮ์” (Madrasah) ที่มีอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน มาเป็นแบบอย่าง

ตามความเป็นมาในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรชวาสมัยกลาง สำนักการศึกษาศาสนาอิสลามที่มีชื่อเรียกว่ามาดราชาส์ ไม่ได้มีกำเนิดมาจากศาสนาอิสลาม

แต่มาจากวัดของศาสนาฮินดูและพุทธ โดยเป็นอาศรมหรือที่พำนักซึ่งแยกออกมาอยู่ต่างหากของพระ หรือนักบวช หรือผู้รู้ทางศาสนา เพื่อศึกษาหรือเขียนคัมภีร์ศาสนา

หรืออาจเป็นที่พักเดินทางของผู้จาริกแสวงบุญ
หรือไม่ก็เป็นสถานที่ซึ่งเยาวชนของท้องถิ่นได้รับการศึกษาอบรมทางศาสนา

ในสมัยต่อมาคัมภีร์ที่ใช้ในสถานที่ดังกล่าวอาจจะเปลี่ยนจากคัมภีร์ตันตริก (Tantric) ของศาสนาฮินดูและคัมภีร์ของพุทธศาสนา มาเป็นคัมภีร์อัลกุรอาน และผู้ที่พำนักอยู่ในสถานที่เหล่านั้น แทนที่จะเป็นพระหรือนักบวช ก็เปลี่ยนมาเป็น “อูลามะ” (Ulama) หรือผู้รู้ศาสนาอิสลาม

นวัตกรรมที่โรงเรียนมาดราชาส์นำเข้าไป ประกอบด้วยวิชาสามัญ เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาละติน ประวัติศาสตร์ชาติ ภูมิศาสตร์ วรรณคดี และอื่นๆ มีการจัดหลักสูตร

โดยกำหนดวิชาที่จะต้องเรียน จำนวนชั่วโมงเรียน ชั้นเรียน ตำราเรียน การสอบ การให้คะแนน ประกาศนียบัตร และอื่นๆ
มีการจ้างครูสอน ซึ่งแม้จะเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นผู้รู้ทางศาสนา

เป็นโรงเรียนไปกลับ แทนที่จะเป็นโรงเรียนกินนอน และที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้ามือเป็นหลังมือ ก็คือเป็นระบบสหศึกษา ที่จัดให้นักเรียนชายหญิงเรียนด้วยกัน

สำหรับประเทศไทยปอเนาะคือการศึกษาในระดับสูงขึ้นไปจากโรงเรียนตาดีกา

พ่อแม่จะส่งลูกไปเรียนที่ปอเนาะที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ หวังว่าเมื่อเด็กจบออกมาจะได้เป็นผู้นำของชุมชน หรืออย่างน้อยก็เป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว

และเป็นชาวมุสลิมที่ดี

แต่วันนี้โรงเรียนปอเนาะถูกเหมารวมว่าเป็นโรงเรียนผลิตผู้ก่อการร้ายแยกดินแดน

ไม่ใช่ครับ!
ที่สำคัญ ปอเนาะ มิได้ถูกโดดเดี่ยวจากรัฐบาล

ปอเนาะที่มีความพร้อมจะถูกผลักดันเป็นโรงเรียนสอนศาสนา มีเงินอุดหนุนจากรัฐเช่นเดียวกับโรงเรียนเอกชนการกุศลในพระพุทธศาสนา

เพียงแต่มีปอเนาะบางแห่ง ขอย้ำว่า บางแห่งเท่านั้น ที่ซ่องสุมอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน ยัดเยียดความรุนแรงให้เยาวชน

และมีมาตลอด

ฉะนั้นปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมองแบบเหมารวมไม่ได้ และเพราะวิธีคิดแบบนี้นี่เองจากทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ชาวบ้านจึงถอยห่าง

ทำให้กลายเป็นมวลชนของกลุ่มก่อความไม่สงบ ทั้งๆ ที่ชาวบ้านมิได้ต้องการจะเป็นเช่นนั้น แต่เขาถูกผลักจากเจ้าหน้าที่รัฐจนไม่มีทางเลือก

วันนี้รัฐบาลไทยถึงต้องสร้างทางเลือก เพิ่มทางเดินให้ชาวบ้าน ด้วยการเข้าไปพัฒนา

“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ตามแนวทางพระราชดำริ ร.๙ คือแนวทางแก้ปัญหาที่หมักหมมมานานอย่างแท้จริง

การพัฒนานั้นไม่ยากหรอกครับ
การเข้าใจปัญหาต่างหากที่ยากที่สุด

รองลงมาคือการเข้าถึง
เมื่อเข้าใจ และเข้าถึงได้ การพัฒนาง่ายมาก แค่ใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

ฉะนั้นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐคือ อย่าสร้างความเข้าใจผิดเด็ดขาด มันจะกลายเป็นเงื่อนไขเอาไปปั่นกันไม่รู้จบ
สุดท้ายเข้าไม่ถึง.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
เริ่มต้นปีใหม่ ฉลองด้วยความอร่อย และสดใส กับเซตปาร์ตี้ คริสปี้ ครีม ทาวเวอร์
คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก ต้อนรับความสนุก สุดหรรษาไปกับเซ็ตปาร์ตี้ ที่คุณสามารถเลือกความอร่อยเองได้
Read More
0 replies on “ปอเนาะ #ผักกาดหอม”