12 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ และเข้าร่วมการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี
โดยมี พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม โดยมี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม ณ ค่ายนเรศวร กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
ก่อนเดินทางลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่และพื้นที่ก่อสร้างระบบส่งน้ำจากแก้มลิงลำห้วยใหญ่ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ ซึ่งหลายหน่วยงานได้ร่วมกันบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อสนองพระราชดำริในการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน เพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ สนับสนุนภาคการเกษตร การอุปโภคบริโภค และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนในระยะยาว ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
ทั้งนี้ ในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน โดยในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวให้การสนับสนุนและพร้อมขับเคลื่อนการดำเนินโครงการทั้งในส่วนของการปรับปรุงภูมิทัศน์ ซึ่งมอบหมายให้
กรมป่าไม้ ดำเนินการจัดหาพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมทั้งไม้ยืนต้นและต้นหลากสีในพื้นที่ตามแบบแผนที่กำหนด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการตามแนวพระราชดำริ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันมอบหมายให้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อพัฒนาระบบผลิตและส่งน้ำบาดาล ระบบท่อส่งน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำน้ำจากแหล่งน้ำบาดาลที่มีศักยภาพมาพัฒนาเป็นระบบแหล่งน้ำสำรอง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง และการสนับสนุนโครงการพัฒนาภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2570.

