ปลัด ทส. สั่งเดินหน้าปราบปรามไม้ผิดกฎหมาย ส่ง “พยัคฆ์ไพร” ขยายผลคดีไม้มีค่า ในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ฉะเชิงเทรา

กรมป่าไม้ เดินหน้าเปิดยุทธการเชิงรุกการป้องกันรักษาป่าและการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้กระทำผิดตามนโยบายของ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการป้องปรามขบวนการค้าไม้ผิดกฎหมาย โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้เร่งขยายผลการดำเนินคดี

ล่าสุดสั่งการหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) เข้าดำเนินการกับบริษัทเอกชนภายในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังพบพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้เพิ่มเติม

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากกรณีเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้นำหมายศาลเข้าตรวจยึดไม้มีค่าจำนวนมากจากบริษัทเอกชน 2 แห่ง ภายในนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่จากการสืบสวนเพิ่มเติมยังพบการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ในหลายฐานความผิด

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบหมายให้นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ประสานการปฏิบัติงานกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแปลงยาว เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ฉะเชิงเทรา สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) และตำรวจกองกำกับการ 2 บก.ปทส. ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ 2 จุด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการดำเนินคดีอาญาไว้แล้ว ตามคดีอาญาที่ 33/2569 และคดีอาญาที่ 34/2569

ปฏิบัติการครั้งนี้ นำโดยนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังขยายผลสืบสวนข้อมูลเพิ่มเติม โดยจุดแรกเป็นพื้นที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตรวจยึดไม้ประดู่ท่อน ไม้แดงท่อน รวม 236 ท่อน ปริมาตร 114.77 ลูกบาศก์เมตร ไม้ประดู่แปรรูป 15,335 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 223.02 ลูกบาศก์เมตร และไม้ประดู่แปรรูปในลักษณะพาเลท 436 มัด ปริมาตร 779.72 ลูกบาศก์เมตร และได้กล่าวโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 48 และมาตรา 69 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าการกล่าวโทษเป็นไปตามข้อกฎหมาย โดยประเด็นเร่งด่วนคือต้องรีบดำเนินการเคลื่อนย้ายไม้ของกลางไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย

ส่วนจุดที่สองเป็นสถานประกอบกิจการโรงงานแปรรูปไม้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และมีการต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ถึงวันที่ 26 มกราคม 2570 ในจุดนี้มีการตรวจยึดไม้ท่อนและไม้แปรรูปหลายชนิด อาทิ ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้มะหาด ไม้แดง ไม้มะค่าโมง และไม้กระยาเลย (ไม่เก่า) รวม 893 ท่อน ปริมาตร 234.93 ลูกบาศก์เมตร รวมถึงไม้สักแปรรูป ไม้ประดู่แปรรูป และไม้มะค่าโมงแปรรูป 3,970 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 181.97 ลูกบาศก์เมตร เศษไม้ประดู่ 39 มัด ปริมาตร 71.63 ลูกบาศก์เมตร และไม้กระยาเลยแปรรูปเก่าผ่านการใช้งานมาแล้วอีก 272 แผ่น ปริมาตร 47 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการกล่าวโทษเป็นการเพิ่มเติม

และจากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีไม้ที่ไม่ได้รับอนุญาตอยู่ภายในสถานประกอบกิจการ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 51 ระวางโทษตามมาตรา 72 ทวิ รวมถึงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ตามมาตรา 58 ระวางโทษตามมาตรา 73 ทวิ โดยมอบหมายให้นายชาญชัย กิจศักดาภาพ นำเรื่องเข้าแจ้งความกล่าวโทษเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแปลงยาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนถึงความจริงจังของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้นโยบายของปลัดกระทรวงฯ ที่มุ่งป้องกันและรักษาทรัพยากรป่าไม้ของประเทศอย่างเป็นระบบ ไม่ละเว้นการกระทำผิด และสร้างมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายด้านป่าไม้อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง.

Written By
More from pp
แลนด์มาร์ควันส่งท้ายปีเก่าสุดหรูของคุณและคนรู้ใจ กับกาล่าดินเนอร์ 8 คอร์ส ใจกลางกรุงฯ ณ ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์
ยกให้เป็นที่หนึ่งจุดเช็กอิน แลนด์มาร์ควันส่งท้ายปี ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ห้องอาหารรูฟท็อปใจกลางกรุงฯ โอบล้อมด้วยวิวมหานคร 360 องศา ฉลองค่ำคืนสุดหรู...
Read More
0 replies on “ปลัด ทส. สั่งเดินหน้าปราบปรามไม้ผิดกฎหมาย ส่ง “พยัคฆ์ไพร” ขยายผลคดีไม้มีค่า ในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ฉะเชิงเทรา”