“น้อยกว่านี้” ก็ไม่ใช่ “บุ้ง” – เปลว สีเงิน

เปลว สีเงิน

เมืองไทยนี้ดี….
ใน ๑ ปี มี “ปีใหม่” ๓ ครั้ง
๑ มกรา. “ปีใหม่ฝรั่ง” ๑๐ กุมภา. “ปีใหม่จีน” และ ๑๓ เมษา. “ปีใหม่ไทย”!
วันนี้ “๑๐ กุมภา.” ตรุษจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของจีน
ไทยกับจีน “พี่น้องกัน”

ฉะนั้น “ตรุษจีน” คนไทยก็ตรุษจีนด้วย ช่วงสงกรานต์ คนจีนก็สงกรานต์ด้วยเช่นกัน
จะว่าไป ประเทศไทยนี่ ถ้าคิดจะทำธุรกิจการค้า-การขาย-คบค้าสมาคมละก็ ไม่ต้องไปงอนง้องอเข่าให้กับ “ฝรั่ง-ยุโรป” จนเกินเหตุ
แค่ “จีน+อินเดีย”
๒ ประเทศร่วมสายเลือดและสายจิตวิญญาน ทางลัทธิ-ประเพณี-ศาสนา-วัฒนธรรม ก็ปาเข้าไปกว่า ๓,๐๐๐ ล้านคนแล้ว!

รวมอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV “เขมร-ลาว-พม่า-เวียดนาม” เข้าไปอีก
ด้วยกำลังซื้อกลุ่มคนระดับ ๓-๔ พันล้าน มันเป็นตลาดใหญ่ “ครึ่งหนึ่ง” ของโลกเลยเชียวนะ!?

“ครึ่งศตวรรษ”คือ ๕๐ ปีนับจากนี้ ตะวันออกจะ “ซันไรส์” และตะวันตกจะ “ซันเซต”

ไทยหันมาโฟกัส “ตลาดจีน-ตลาดอินเดีย” และตลาด “ตะวันออกลาง” เช่นซาอุฯ ด้วย ถ้าได้ ยิ่งดี
แค่เนี้ย ผมว่า จีดีพีไทย ไต่ระดับจาก ๒-๓ ไปปีถึง ๕% ได้ไม่ยาก ถ้าได้ผู้บริหารมีกึ๋นเจ๋งๆ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคมไปพร้อมๆกัน

ภายใน ๒ ทศวรรษ ถ้าประเทศไทยมีบุญ ได้ผู้มีวิสัยทัศน์เพื่อชาติมาบริหาร ดึงศักยภาพประเทศมาใช้เต็มที่และถูกทางแล้ว
๑๐-๒๐ ปี ไทยคือ “ยักษ์อาเซียน” โดยมิต้องสงสัย!

พูดถึง “อินเดีย”….
ความจริง “สงกรานต์-ปีใหม่ไทย” ก็มาจากอินเดีย ของอินเดีย “สาดสี” แต่ของไทยเปลี่ยนเป็น “สาดน้ำ”

สรุปแล้ว “จีน+อินเดีย” จากวัฒนธรรมต่าง แต่คนไทยนำมาหลอมเป็น “วัฒนธรรมร่วม” ในทางปฎิบัติ
จึงไม่แปลก ที่คนไทยรับเอาและฉลองได้ ทั้งเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลสงกรานต์แบบนียนๆ

“จีน-ไทย” นั้น สืบสายเลือดจนกลมกลืนกัน
ส่วน “อินเดีย” เป็นทั้งต้นราก-ต้นภาษา-ต้นศาสนา และต้นศิลปวัฒนธรรมของไทย

แต่ดูเหมือน “ไทยกับอินเดีย” เหินห่างกันมากไป จนน่าทบทวน!
ถ้า “ภาครัฐ-ภาคเอกชน” กระชับเกลียวให้ชิดใกล้ นอกจากไม่มีอะไรเสียแล้ว จะมีแต่ได้กับได้
แถมจะคบสนิทใจกันได้ง่ายกว่าชาติตะวันตก เพราะคนเอเชียนั้น พื้นฐานสันดาน นิสัยใจคอ ไม่ต่างกันมากนัก

ในเรื่องเดียวกัน จะมีทัศนคติด้วย “ชุดความคิด” ใกล้เคียงกัน จึงคบหา-พูดจากันง่าย
ต่างกับคนตะวันตก ด้วยวัฒนธรรมและสังคมคนละแบบ เรื่องเดียวกัน จะต่างชุดความคิดกัน เข้าใจกันยาก

ทุกวันนี้ ในภาวะเครื่องยนต์ประเทศดับเกือบทุกเครื่อง ที่เหลือพอพยุงประเทศอยู่ได้ ก็ “ส่งออก” กับ “ท่องเที่ยว”
แล้วนักท่องเที่ยวกลุ่มไหนล่ะที่อุ้มไทยอยู่?

อันดับ ๑ มาเลย์ “เพื่อนบ้าน” เรา ปี ๖๖ มาท่องเที่ยวกันมากกว่า ๔ ล้านคน
อันดับ ๒ จีน มา ๓ ล้านกว่าคน แต่ปี ๖๗ นี้ แนวโน้มจะแซงเป็นอันดับ ๑

เกาหลีใต้, อินเดีย, รัสเซีย, สปป.ลาว, เวียดนาม เข้ามาเที่ยวกันระดับ ๑ ล้านกว่าคน
สิงคโปร์, สหรัฐ, ญี่ปุ่น เฉียดๆ ล้าน แต่ยังไม่ถึงล้าน
เห็นมั้ย เพื่อน “อาเซียน-เอเชีย” เราทั้งนั้น

กับชาติ “ยุโรปตะวันตก” นักท่องเที่ยวไทย ขนเงินไปทิ้งบ้านเขา มากกว่าเขาเอามาทิ้งบ้านเรา!
๑๐๐ มิตร “แดนไกล” แต่ใจห่าง
ก็มิสู้ ๑๐ มิตร “แดนใกล้” แต่ใจชิดกัน ฉะนั้น กับอินเดีย-จีน เพื่อนบ้านอาเซียน-เอเชีย เราต้องตั้งเข็มทิศมุ่งเข้าหากันให้มากเข้าไว้

ช่วงนี้ สังคมโลกสู่ยุค “ผลัดเปลี่ยนอำนาจ”
วานซืน เลือกตั้งที่ปากีสถาน ที่ออกมาก่อนผลเลือกตั้งคือ “ยอดคนตาย” จากศึกเลือกตั้ง

และ ๑๔ กุมภา. “อินโดนีเซีย” ในระบอบประชาธิปไตย ด้วยประชากรมุสลิมกว่า ๒๐๐ ล้านคน มากที่สุดในโลก จะเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่กัน

เมษา.เลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้
เดือนเดียวกัน “อินเดีย” ด้วยประชากรประชาธิปไตยกว่า ๑,๔๐๐ ล้าน มากที่สุดในโลก ก็เลือกตั้ง
ด้วยพลเมืองมากขนาดนั้น ต้องใช้เวลาจากเมษา.ไปถึงพฤษภา.โน่นเลย

ปลายๆ ปี เป็น “คู่เอก” ONE ลุมพินี คือเลือกตั้งยูเครนและรัสเซีย!
แฟนๆ ข่าวต่างประเทศ ตามอ่านคอลัมน์ “กาแฟดำ” ของคุณ สุทธิชัย หยุ่น ในไทยโพสต์ หน้า ๑๔ เอาละกัน ผมก็ได้อาศัยเขานั่นแหละเก็บมาคุย

ครับ…วันดีๆ อย่างนี้ ก็ต้องคุยกันด้วยเรื่องดีๆ

และนี่ก็ดี
เพจ “ทะลุวัง” เครือข่ายขบวนการส้มสามนิ้ว เขาโพสต์
เป็นหนังสือแสดงเจตนา “ขอบริจาคร่างกาย”
และหนังสือเจตนาไม่ประสงค์รับบริการสาธารณสุข เพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต “น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม” หรือ “บุ้ง” ตัวตึงกลุ่ม “ทะลุวัง”

เขาอุตส่าห์โพสต์ ก็อุตส่าห์อ่านเขาหน่อยนะ….

“ข้าพเจ้านางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หนังสือฉบับนี้ทำขึ้นเพื่อแสดงเจตนาของข้าพเจ้าซึ่งถูกคุมขังอยู่ตามหมายขังของศาลอาญากรุงเทพใต้

และขณะนี้กำลังทำการอดอาหารและน้ำเพื่อประท้วงกระบวนการยุติธรรมและเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบตุลาการและกระบวนการยุติธรรมของไทย

ข้าพเจ้าขอแสดงเจตนาต้องการบริจาคร่างกายของตนภายหลังจากที่ตายแล้ว โดยขออุทิศร่างนี้ให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เพื่อการศึกษาและวิจัย เพื่อนำร่างของข้าพเจ้าไปใช้ทำประโยชน์ เป็นการเผยแพร่ความรู้ถึงสภาวะที่จะเกิดขึ้นกับ ร่างกายของมนุษย์เมื่อเกิดการอดอาหารขึ้น

ในการอุทิศร่างกายดังกล่าว ข้าฯ ขอความกรุณาคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุณารับร่างของข้าฯไว้
แม้จะไม่สามารถเดินทางมาติดต่อกรอกข้อมูลและยื่นเอกสารด้วยตนเองได้ด้วยเหตุผลส่วนตนและเหตุผลจากการที่ถูกคุมขังอยู่ภายใต้การควบคุมของราชทัณฑ์

ทั้งนี้ หากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะทำการรับร่างของข้าฯไว้ ก็จักเป็นการขอบพระคุณยิ่ง
และต้องขออภัยหากหนังสือแสดงเจตนาของข้าพเข้าได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ โดยประการใด

ขอแสดงความนับถือเป็นอย่างสูง
นี่ก็นับเป็นการทำบุญตรุษจีนอย่างหนึ่ง ขออนุโมทนากับบุ้งด้วยนะ ขอให้ทุกอย่างจงสัมฤทธิ์ผลสมตามมโนรส

แต่ถ้าบุ้งต้องการตายและต้องการบริจาคจริงจัง
บุ้งโทรหรือให้ใครก็ได้ โทรไปที่ เบอร์ 0-2926-9710-11
หรือ โทรสารเบอร์ 0-2926-9710

ซึ่งเป็น “สถานวิทยาศาสตร์พรีคลินิก” คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ถ้าไม่แน่ใจจะอยู่ถึงวันจันทร์มั้ยละก็ เสาร์-อาทิตย์บุ้งโทรไปเบอร์ 0-2926-9999 ได้เลยนะ

เพราะอวัยวะบางอย่าง ยังใช้ต่อชีวิตคนอื่นได้ แต่ต้องนำมาใช้ทันที ไม่เหมือนร่างกาย ที่เอาไปแช่น้ำยาทิ้งไว้ก่อน ๑ ปี

แต่คนดีในกลุ่มส้มสามนิ้วอย่างบุ้ง ไม่ตายง่ายๆ หรอก เพราะโดยทั่วไป คนอดอาหารได้นาน ๓๐-๖๐ วัน อดน้ำได้ถึง ๗ วัน

ร่างกายแข็งแรง-สมบูรณ์อย่างบุ้ง ยังอดได้อีกนาน ไม่กินอาหาร ก็ยังมีกลูโคสเป็นพลังงานอยู่
กลูโคสหมด ร่างกายก็จะดึง “คีโตน” มาใช้เป็นก๊อกสอง

หมดจากคีโตน ก็จะไปดึง “โปรตีน” ที่อยู่ใน ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เส้น เอ็น กล้ามเนื้อ เยื่อในกระดูก ฯลฯ อันเป็นแหล่งพลังงานสุดท้ายมาใช้

ถ้า ๒ เดือนไปแล้ว บุ้งยังบำเพ็ญทุกรกิริยาด้วยการอดข้าว-อดน้ำอยู่ต่อไป

เออ…ตอนนั้นไม่แน่นะ ถ้าติดต่อมอบร่างกายกับโรงพยาบาลยังไม่ได้ หาเบอร์มูลนิธิร่วมกตัญญูหรือป่อเต็กตึ๊งสำรองไว้บ้างก็ดี

แต่ยังไงละก็ อดอาหารไม่ว่า บุ้งอย่าอดน้ำนานนะ ขาดน้ำช็อกตายได้ง่ายๆ

เพราะเมื่อปัสสาวะไม่ออก ของเสียในร่างกายจะสะสมมาก เกิดภาวะ “ไตวาย” เอาปุบปับเลยเชียวหละ ผมละห่วงจัง

แต่หมอเขาคงไม่ส่งเสริม “อุดมการณ์อันสูงส่ง” ของบุ้ง โดยไม่ฉีดสารอาหารเข้าทางเส้น แทนการกิน-การดื่ม ทางปากหรอก
บุ้งก็อย่าเคร่งถึงขั้นปฎิเสธ “สารอาหาร” ทางการแพทย์เลย เพราะการเข้าทางเส้น มันไม่ทำให้อุดมการณ์บุ้งวิบัติหรอก!

อยากบอกบุ้งว่า ตายตอนนี้ มันจะทำให้เกิด “ภาวะกดทับ” ทางสังคมสามนิ้วขึ้นได้

ไม่เชื่อ ถาม “ธนาธร-พิธา” ดูก็ได้…..
ว่า “ตรุษจีน-ปีใหม่” จะไปมั้ย…งานศพน่ะ?

เปลว สีเงิน
๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

Written By
More from plew
โมเดล “ประตูบานแรก”
เปลว สีเงิน ม็อบป่วนเมืองเวลานี้ ……… บางคนว่า “ฮ่องกงโมเดล” บ้าง “ทักษิณโมเดล” บ้าง “สามสัสโมเดล” บ้าง จะโมเดลไหนก็ตาม...
Read More
0 replies on ““น้อยกว่านี้” ก็ไม่ใช่ “บุ้ง” – เปลว สีเงิน”