งบประมาณ “กินเผื่อหมา” – เปลว สีเงิน

คลิกฟังบทความ..⬇️

เปลว สีเงิน

สส.ยุคนี้….
มักมีอะไรที่สะท้อนเงาตัวเองให้เห็นเสมอ
ตอนหาเสียง มักพูดกันว่า

“ขออาสาเข้าไปเป็นตัวแทนต่อสู้ในสภาเพื่อชีวิตความเป็นอยู่และปากท้องที่ดีขึ้นของพ่อแม่พี่น้อง”

วานซืนตลอดถึงเมื่อวาน
มีสส.ท่านหนึ่ง โพสต์เฟซ เป็นภาพสส.หญิงกทม.นางหนึ่งหิ้วถุงกับข้าว พร้อมข้อความว่า

“พบเห็นอดีตดาราสาว ลักลอบนำอาหารสภากลับบ้าน”

ต่อมา สส.หญิงท่านนั้น โพสต์ข้อความโต้ในทวิตเตอร์ @Sirilapas_mfp ว่า

“น่าแปลกใจนะคะ เป็น สส.มา 2 สมัย ก็ไม่ทราบว่าได้เข้ามาห้องอาหารตอน “เลิกประชุมสภา” กี่ครั้ง
ตั้งแต่มีประชุมสภามา หมิวกล้ายืนยันว่าหมิวอยู่จนจบประชุมสภา “ทุกครั้ง” พร้อมเพื่อนสส.ก้าวไกลอีกหลายคน

หลังจบประชุม ที่ห้องอาหาร ก็จะมีอาหารที่เขาเตรียมไว้ให้ ตามจำนวนสส.

คำถามคือ แล้วทำไมตอนเลิกประชุม อาหารถึงได้เหลือมากขนาดที่เขาต้องห่อใส่ถุงให้เอากลับบ้าน??

ถ้าจำนวน สส. ที่เหลืออยู่จนปิดประชุมมีมากพอ ก็ไม่มีอาหารที่เหลือแบบนี้หรอกมั้งคะ

อาหารที่เหลือเหล่านี้ ถ้าไม่ห่อกลับ เจ้าหน้าที่ก็จะแจกจ่ายอยู่แล้ว และวันนี้ หมิวก็ใช้สิทธิ์ตามที่มี ไม่ได้นั่งทานที่ห้องอาหาร แต่ห่อกลับมากินที่บ้าน

การใช้คำว่า “ลักลอบ” นี่ ไม่รู้ว่าอ่อนภาษาไทยหรือจงใจใส่ร้ายกันแน่

เข้ามาทำงานที่มีเกียรติแล้ว ก็ช่วย…ภูมิใจ…ที่ประชาชนคน…ไทย….เขาเลือกมาของตัวเองหน่อยค่ะ มีหน้าที่ทำงานการเมืองก็ทำไป จะอภิปราย จะขับเคลื่อนประเด็นอะไรก็ว่าไป

มัวแต่มานั่งถ่ายรูปจับผิดคนอื่น เอาเขาไปแขวน อย่าคิดว่าเจ้าตัวเค้าจะไม่เห็นนะคะ

มีสื่ออยู่ในมือก็หัดใช้ให้มันเป็น ถ้าใช้สื่อไม่เป็น เดินเข้ามาถามได้ ยินดีให้คำแนะนำ

ถ้าอยากได้ยอดติดตามที่มากกว่าที่มีอยู่ 4000 กว่าคน

ถ้าเจอกันครั้งหน้า ไม่มีเพื่อนสส.พรรคเดียวกันนั่งกินข้าวด้วยเพราะอยู่ไม่ถึงเลิกประชุม ก็มานั่งทานด้วยกันได้นะคะ จะได้มาคุยกันหน่อยว่า จุดประสงค์ที่ถ่ายรูป+แคปชั่นแบบนี้ จะสื่อว่าอะไร พร้อมจะรับฟังค่ะ
……………………………….

“ฟังความ ๒ ข้าง” แล้ว ก็ขำดี

สส.ก็คน ชีวิตวนเวียนอยู่ในวงจร “กิน-ขี้-ปี้-นอน” ไม่ต่างเศรษฐีแสนล้าน-ขอทานกะลาใบเดียว

จะต่างก็ตรง “วุฒิภาวะ” และการสำนึกแห่งตน ในการรู้จักวางตัว รู้จักแยกแยะ รู้อะไรควร-อะไรไม่ควรตามกาล เท่านั้นแหละ

สส.ทั้ง ๒ ท่านที่โพสต์ มีเหตุผลในการโพสต์
สาระก็มี

แต่ต้องแยกว่า เป็นสาระเพื่อนำไปสู่การพิจารณาแก้ไขด้วยจิตสำนึกของสมาชิกรัฐสภากันเอง

หรือเป็นสาระทางประจานสังคมภายนอก ทางขำหรือทางทุเรศในพฤติกรรม “ด้านกิน” ของท่านผู้ทรงเกียรติ?

แต่มันถูกยกเป็นเรื่อง “ระดับชาติ” ไปแล้ว

โดย “นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์” ส.ส.บัญชีรายชื่อก้าวไกล นำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมสภา เมื่อวาน (๗ กย.๖๖)

โดยสส.ประเสริฐพงษ์บอกว่า….
“รับไม่ได้ที่ สส.ชาย ถ่ายภาพ สส.หญิงของพรรคก้าวไกล แล้วเอาไปโพสต์ในโซเชียลฯ ว่า “ลักลอบนำอาหารกลับบ้าน”  ถือว่า “ผิดกฎหมาย”

เขาอ้างว่า ในการประชุมสภาทุกวันพุธและพฤหัสบดี ช่วงเย็น บริเวณห้องอาหารสส.

เมื่อ สส.กลับกันหมดหรือบางคนไม่เข้าไปใช้บริการในช่วงอาหารเย็น เจ้าหน้าที่ก็จะจัดอาหารใส่ถุงให้ สส.นำกลับบ้าน
หรือให้แม่บ้าน, ข้าราชการสภาฯ นำกลับบ้าน ซึ่งเป็นอาหารที่ ไม่มีใครบริโภคแล้ว

ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่ สส.สามารถนำอาหารกลับได้เพราะเหลือ

ที่ผ่านมา มื้อเที่ยงบางมื้อที่ให้สส.เท่านั้นเข้าไปใช้บริการ แต่สส.บางพรรค บางคน เอาผู้ช่วยฯ เข้าไปนั่งรับประทานด้วย

สส.บางคน กำชับแม่บ้านขนอาหารเข้าไปรับประทานในห้องส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกติกา

ครับ…ก็มีเหตุผลรับฟังได้

ทีนี้ มาฟังคำชี้แจงของ “นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” รองประธานสภาฯ คนที่สอง ที่เป็นประธานการประชุมบ้าง

ท่านว่า ถือว่าไม่ผิด ที่เลิกประชุมแล้ว สส.จะเอาอาหารกลับบ้าน

“ตอนนี้ เรามีห้องส่วนตัวของสส.อาจมีผู้ติดตาม ผู้ช่วย สส.มาช่วยทำงาน ถ้าจะเอาอาหารไปที่ห้องให้สส.ก็สามารถนำไปได้ อย่างที่กินกันอยู่แล้ว

และถ้าปิดประชุมก่อน สมมติ ปิดประชุมกะทันหัน อาหารเหลือเยอะ
ปกติจะเอาไปบริจาคตามหน่วยงานต่างๆ แต่บริจาคเท่าไหร่ ก็เหลือเน่า เพราะรับประทานไม่ทัน ไม่มีที่เก็บ

ผมจึงคิดว่า “ไม่มีกฎหมายห้ามรับประทานในสภาหรือเอากลับบ้าน”

ดังนั้น จากนี้ไป ถ้าตอนเย็นอาหารเหลือ ทางเจ้าหน้าที่เอาใส่ถุงแล้วเอากลับบ้านกัน

ไม่ใช่เฉพาะสส.ทั้งเจ้าหน้าที่ ๓,๐๐๐ คน
เอาไปรับประทานที่บ้าน เพราะเหลือก็เสียของ จะเอาไปบริจาคผู้รับเหมา ก็เหนื่อยที่จะขนไปตามที่ต่างๆ

ฉะนั้น เรื่องอาหาร ถ้าเหลือ ก็ให้ใส่ถุงและให้เจ้าหน้าที่ และสมาชิกเอากลับบ้าน

และถ้าสมาชิกมีญาติ มีทีมงานอยู่ในห้อง ก็หยิบเอาไปได้เพื่อดูแลกัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว”

ก็มีเหตุผลรับฟังได้อีกเช่นกัน!

ทีนี้มาฟังด้านเจ้าหน้าที่สภา จากข่าว “ผู้จัดการออนไลน์”
ว่าที่เรือตรี ยุทธนา สำเภาเงิน ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ในฐานะโฆษกประจำสำนักงานเลขาธิการสภาฯเคยชี้แจง เมื่อ ๔ มค.๖๕ ม.ค.ว่า

“การเบิกจ่ายค่าอาหารส.ส.ในวันประชุมสภาฯ นั้น ปัจจุบันเบิกจ่ายในอัตราไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท/คน

ครอบคลุมถึงค่าอาหารว่าง, เครื่องดื่มตลอดวัน, ค่าอาหารกลางวัน-อาหารเย็น
รวม “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” และค่าบริการต่างๆ แล้ว

เป็นไปตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๗”

ฟังความทุกด้านแล้ว……..
เราทุกคน ในฐานะ “เจ้าของเงิน” ที่ใช้เลี้ยงดู (เว้นปูเสื่อ) สส.๕๐๐ และผู้ติดตามชนิด “กินทิ้ง-กินขว้าง” แล้วยังเหลือถึงขั้น “หมายังเมิน”

มีความรู้สึก-นึก-คิด ตอบสนองไปทางไหนบ้าง?
สำหรับผม ฟังข้อมูลจากท่านรองประธานฯ พิเชษฐ์และและ “ว่าที่เรือตรียุทธนา” แล้ว

ประเด็นควรน่าใคร่ครวญ คือ
ประชุมพุธ-พฤหัส จะมีสส. ๕๐๐ ผู้ติดตามตีซะว่าอีก ๒ คน ส่วนนี้ก็ ๑,๕๐๐ คน

มีเจ้าหน้าที่สภาอีก ๓,๐๐๐ คน

ค่าอาหาร ๑,๐๐๐ บาทต่อคน สส.๕๐๐x ๑,๐๐๐= ๕๐๐,๐๐๐ บาท/วัน

สัปดาห์ละ ๒ วัน ค่ากิน/ดื่มสส.ก็ตกสัปดาห์ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ถามว่า “มากหรือน้อย ควรหรือไม่ควร”?

ผมว่า คำตอบอยู่ตรงคำชี้แจงรองฯ พิเชษฐ์นั่นแหละ ที่ท่านบอกว่า

“อาหารเหลือเยอะ……..
ปกติจะเอาไปบริจาคตามหน่วยงานต่างๆ แต่บริจาคเท่าไหร่ ก็เหลือเน่า เพราะรับประทานไม่ทัน ไม่มีที่เก็บ

ดังนั้น จากนี้ไป ถ้าตอนเย็นอาหารเหลือ ทางเจ้าหน้าที่เอาใส่ถุงแล้วเอากลับบ้านกัน

ไม่ใช่เฉพาะสส.ทั้งเจ้าหน้าที่ ๓,๐๐๐ คน
เอาไปรับประทานที่บ้าน เพราะเหลือก็เสียของ จะเอาไปบริจาคผู้รับเหมา ก็เหนื่อยที่จะขนไปตามที่ต่างๆ

ฉะนั้น เรื่องอาหาร ถ้าเหลือ ก็ให้ใส่ถุงและให้เจ้าหน้าที่ และสมาชิกเอากลับบ้าน

และถ้าสมาชิกมีญาติ มีทีมงานอยู่ในห้อง ก็หยิบเอาไปได้เพื่อดูแลกัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว”

ก็คิดกันดูละกัน
ขนาด สส.๕๐๐ ผู้ติดตามอีกคนละ ๒ คน เจ้าหน้าที่อีก ๓,๐๐๐ คน กินแล้ว แจกแล้ว ขนแล้ว ไล่แจกแล้วจนเหนื่อยก็ยังเหลือ!

จึงมีคำถามว่า พวกคุณอาสามารับใช้ประชาชนหรือเข้ามากินล้าง-กินผลาญเงินภาษีประชาชน?

แสดงบัญชีทรัพย์สิน อย่างจนๆ แต่ละคนมีร้อยล้านถึงพ้านล้าน เฉพาะ “เงินเดือน” สส.ก็เดือนละแสนกว่า

“เงินแดก” จากพรรคอีกคนละหลายแสนต่อเดือน

มาประชุมสัปดาห์ละ ๒ วัน เงินซื้ออาหารกินกันเองไม่ได้หรือไง สภาบริการแค่ชา/กาแฟ/น้ำดื่ม/ของว่างเล็กๆ น้อยก็พอแล้ว

ไม่งั้น ค่าอาหารก็หักจากเงินเดือนสส. ทีทหารเกณฑ์ ตำรวจปฎิบัติการ เขายังเสียสละให้หักเบี้ยเลี้ยง

สส.ถ้าไม่ยอม ก็ไม่ควรเรียกตัวเองว่า “ท่านผู้ทรงเกียรติ”
กรรมาธิการงบประมาณนั้น จ้องตัดงบหน่วยอื่นๆ กันจริง

กับงบค่าอาหารสส.ปีละร่วม ๑๐๐ ล้านบาท
ตรงนี้ ควรตัดเอาไปเพิ่มงบ “ค่าอาหารกลางวันนักเรียน” กลับไม่ตัด!?

“น่าละอาย” ในความเห็นแก่ตัว-เห็นแก่กินของคนที่อ้างว่าต่อสู้เพื่อปากท้อง/ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนซะจริงๆ

ผมเอง มาจากครอบครัวจนๆ โตขึ้น มีเงินก็เสียภาษี
เคยได้ใช้สมบัติหลวงบ้างก็แค่เสาไฟฟ้าให้พิงหลับ ก๊อกน้ำริมถนนสมัย “ไถง สุวรรณทัต” ให้อ้าปากริน กินแทนข้าว

แต่จำได้…..
พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอนผมว่า “ไปงานไหนแดกแล้วให้คาบ”!

เปลว สีเงิน
๘ กันยายน ๒๕๖๖

Written By
More from plew
“ผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี ๒๕๖๓”
เปลว สีเงิน วันนี้ ๓๑ ธันวาคม ไหนๆ จะสิ้นปีแล้ว เขาหนีไปเที่ยวปีใหม่กันหมด เหลือผมเฝ้ากรุงคนเดียว ไม่รู้จะทำอะไรเป็นการส่งท้ายปีเก่า อย่ากระนั้นเลย….. เห็นเขาจัดอันดับบุคคลแห่งปีกันรึ่มๆ...
Read More
0 replies on “งบประมาณ “กินเผื่อหมา” – เปลว สีเงิน”