เปลว สีเงิน
อืมมมม…
ก็ดีแล้ว ที่เขมร โดย “พลจัตวา นิด นารง” รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ ๔ ในฐานะประธานกองเลขาฯ RBC ฝ่ายเขมร
นำตัว “ลุงโยชน์” ที่ทหารเขมรจับไปเมื่อ ๒๐ กว่าวันก่อน
มาส่งมอบให้ “พลตรี กัมปนาท วาพันสุ” เสนาธิการกองทัพภาคที่ ๒ ในฐานะ ประธานกองเลขาฯ RBC ฝ่ายไทย
ที่จุดผ่านแดนถาวร “ช่องสะงำ” อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ บ่ายวานนี้ (๑๕ พ.ค.๖๙)
ในสภาพที่ลุงโยชน์ “สูงยาวเคราดก” คงเดิม!
ก็ไม่ต้อง “ฟื้นฝอยหาตะเข็บ” ให้เห็บมันไช เมื่อเขาเอาตัวมาคืนให้โดยไม่บุบสลาย ก็ให้มันแล้วกันไป
เพราะเท่าที่ฟังลุงโยชน์เล่า ก็ยังคลุมๆ เครือๆ ว่าจุดที่ถูกทหารเขมรจับนั้น อยู่ในเขตไทยหรือในเขตเขมร?
ยังไงก็ต้องให้เครดิต “กองทัพภาคที่ ๒” ของเรา ที่ใช้ความสุขุมคัมภีรภาพ เจรจากับฝ่ายเขมร จนได้ตัวคืนมา
ทั้งที่ลุงโยชน์กำลังจะเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลแล้ว ซึ่งก็แสดงว่า ฝ่ายกองทัพเขมรก็ไม่มีเจตนาจะ “หาเหตุ” กับไทย
เพราะถ้าจงใจหาเรื่อง….
แค่อ้างว่าอยู่ในอำนาจศาลแล้ว ก้าวล่วงไม่ได้ แบบนี้ “ลุงโยชน์” ติดคุกเขมรแน่!
และถ้าลุงโยชน์ติดคุก บอกได้คำเดียว
สถานการณ์จะต้องเลวร้ายไปถึงขั้น “ไทยจะไร้น้ำใจ” กับเขมรในทุกกรณี นับต่อแต่นี้ไปเลย!
บรรยากาศชายแดนไทย-เขมรช่วงนี้
ผมว่าสื่อ “กระแสหลัก-กระแสรอง” (หมายถึงอะไรก็ไม่รู้เห็นเขาเรียกกัน) เบาๆ การหยิบทุกเส้นขนขึ้นมาปลุกเร้าหวังให้เกิดการลงไม้-ลงมือกันไว้บ้างก็จะดี
ไม่ใช่ตูมนิด-ตูมหน่อย ก็จะยุให้ทหาร..เอามันเลย..ลุยมันเลย ครั้น “ท.ทหาร” เขาอดทน ก็ไม่พอใจ บางคนไปไกลถึงขั้นว่า ทหารไทยมีอะไรกับฝ่ายเขมร!?
การใช้ปัญหาเขมรสร้างความแตกแยกให้เกิดระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ก็มีคนพยายามปลุกปั่น
ถึงขั้นใช้ AI เป็นเสียงนายกฯ บอก “จะเปิดด่านวันนั้น-วันนี้” อย่างนี้ก็มี
จนนายกฯ ต้องออกมาย้ำ “ไม่เปิด…” จนกว่าเขมรทำตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับฝ่ายไทยให้เห็นเป็นรูปธรรม!
แฟนๆ ซีรีย์ “ไทย-เขมร ภาค ๓” น่ะ
ผมว่าใจเย็นๆ รับรองได้ชมแน่ เพราะเห็นฮุนเซน-ฮุนมาเนต ส่งหน่วย BHQ มาให้ทหารไทยเตรียมทำ BBQ หลายพันนาย
พวก BHQ มันก็ทำนอง “คนตาบอดไม่กลัวเสือ” นั่นแหละ เห่อชุดใหม่ อาวุธใหม่ คึกแต่งานโชว์ มาเจองานจริง แล้วจะรู้
ว่า “รบจริง-ตายจริง” มันเป็นยังไง?
ถ้าสนใจก็รีบเปิดมาได้เลย ส่วนทหารไทยน่ะ เขาไม่เปิดก่อนอยู่แล้ว ตอนนี้ทหารแนวหน้า กำลังนั่งเหลาไม้ เตรียมไว้รอเสียบเนื้อทำ BBQ!
ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนที่รัฐบาลกำลังสะสางตอนนี้ เท่าที่เห็นมี ๒ เรื่องหลัก
๑.เรื่องปัญหาเศรษฐกิจและการลงทุน กับเรื่อง
๒.ปราบมาเฟีย-ล้างทุจริตคอร์รัปชันในวงราชการ
เรื่องเศรษฐกิจ นับว่าหนักหนา การแก้ปัญหาก็เห็นกันแล้วจากหลายมาตรการที่รัฐบาลลงมือทำ
เมื่อวานเห็นเชิญคณะบุคคลผู้คุมกลไกเศรษฐกิจภาคเอกชนจากหลายภาคส่วนไปให้ข้อชี้แนะ-ข้อเสนอ แก่รัฐบาลที่ทำเนียบฯ
ผมว่าเป็นเรื่องดี….
ที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเอกชนและเปิดใจรับฟังโดยไม่อีโก้ว่า…ข้าคือนายกฯ ต้องเก่ง..ต้องรู้ทุกเรื่อง
ประธานาธิบดี “ปักจุงฮี” ผู้นำเผด็จการของเกาหลีใต้เมื่อ ๖๐ กว่าปี ซึ่งตอนนั้น เกาหลีอยู่ในสภาพ “ซากสงคราม”
ผมเคยอ่านหนังสือพบ…..
ทุกเช้า “ปักจุงฮี” จะเวียนเชิญพ่อค้า-นักธุรกิจมาร่วมจิบชาโสมหรือไม่ก็รับประทานอาหารเช้า ระหว่างนั้น ก็ปรึกษาหารือช่วยกันสร้างประเทศ
มีอยู่ครั้ง พ่อค้าไปได้งานเหมาตัดเครื่องแบบทหารอเมริกันจากสหรัฐฯ มาจำนวนมาก และมีกำหนดต้องส่งมอบในวันนั้นๆ
พ่อค้าเกาหลีก็ตกลงรับงานมา…
ทั้งที่ยังไม่รู้ว่า จะตัดเย็บเครื่องแบบจำนวนมากนั้นได้ทันหรือไม่ ก็รีบกลับมารายงานประธานาธิบดีปักจุงฮี
ท่านปักจุงฮีก็ระดมเชิญพ่อค้าและโรงงานตัดเย็บมาดื่มชาโสมกันทันควัน แบ่งกันไปเลย ว่าโรงงานไหนจะรับงานไปทำได้เท่าไหร่ ก็เอาไป
ทั้งหมดต้องตัดเย็บให้ได้ทันวันเพื่อส่งมอบตามสัญญา และก็เสร็จ นำส่งมอบได้ทัน
ทั้งที่ตอนรับงานมา ก็รับมา โดยไม่รู้ว่าจะทำได้ทันหรือไม่ นี่คือการทำงานของปักจุงฮีร่วมกับภาคเอกชน
มีอยู่ครั้ง เมื่อพ่อค้า-นักธุรกิจ มาล้อมวงตอนเช้า ประธานาธิบดีปักจุงฮี ก็โยนเนกไทเส้นหนึ่งไปบนโต๊ะ
แล้วเอ่ยขึ้นว่า ได้รับการต่อว่ามาจากลูกค้าต่างประเทศ
ใช้เนกไทเกาหลี ผูกแล้วย่นตรงคอ เราจะแก้กันยังไง ไปคิดหาวิธีกันมา ผูกเนกไทเกาหลีแล้ว ต่อไปจะต้องไม่ย่นตรงคออีก!
ประธานาธิบดีปักจุงฮี ใช้เวลา ๒๐ ปี….
ปลุกซากประเทศ ให้พลิกฟื้นเป็นยักษ์อุตสาหกรรมที่มีโนว์ฮาวของตัวเอง!
ด้วยวิธีการ “ภาครัฐ” ผนึก “ภาคเอกชน” ใช้ความเจ็บปวดจากซากสงครามร่วมกัน อดทน-อดกลั้น ต่อความยากลำบากด้วยกัน และฝ่าฟันไปด้วยกัน
ผมเคยไปเกาหลีสมัยก่อน เมื่อเทียบกับเกาหลีสมัยนี้ ต้องบอกว่า ช่วง ๒๕๐๐ ต้นๆ จนถึง ๒๕๒๐ กว่าๆ
เกาหลีเป็น “ภาคนรก”
แต่จาก ๒๕๒๕ เรื่อยมาจนถึงขณะนี้ เกาหลี คือ “ภาคสวรรค์”
แต่รางวัลที่ “ประธานาธิบดีปักจุงฮี” ได้รับคือ
ถูก “ลอบสังหาร” โดยคนรัฐ!
พูดถึงการล้างคอร์รัปชันประเทศ ตอนนี้ มหาดไทย-ฝ่ายปกครอง ผนึกกับตำรวจสอบสวนกลาง ปปท., ปปช., ดีเอสไอ, พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นแม่งาน
รับนโยบายจากนายกฯ มาแล้ว ….
ตอนนี้พวกมีชะนักปักหลัง หนาวๆ ร้อนๆ กันไปทั้งประเทศ
“เสี่ยเล็ก” รุกป่าไม้ “หาดฟรีดอม” ภูเก็ต
เข้าเรือนจำไปแล้วเมื่อวาน ศาลไม่ให้ประกัน เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและข่มขู่ชาวบ้าน เข้าเรือนจำจังหวัดภูเก็ตเรียบร้อย
เมื่อวาน “ศาลอาญาทุจริตภาค ๕” อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ๒ ราย ได้แก่
-นายฉัตรเทพ เพิ่มทรัพย์ ปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ. เชียงใหม่)
และพวก ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”
ตามมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรฯ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
และคดีที่เกี่ยวข้องกับการ “ให้สัญชาติไทย” กับ “นายหมิงเฉิน ซัน” ที่ถูกจับกุมหลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ บางละมุง ชลบุรี
ตรวจค้นพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนประเภทต่าง ๆในรถยนต์และบ้านพักเมื่อ ๙ พ.ค.๖๙
แต่นายฉัตรเทพ “ปฏิเสธข้อกล่าวหา”….
ยืนยันทำถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายทะเบียนราษฎร และยืนยัน “ไม่เคยรู้จักนายหมิงเฉิน ซัน มาก่อน”
ส่วนผู้ทำผิดรายอื่น เช่น เจ้าบ้าน และกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านที่รับรอง พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เรื่องมาเฟียและเจ้าหน้าที่รัฐร่วมขบวนการกินชาตินั้น มีอดีตนักข่าวโทรทัศน์และเป็นคนใต้ โพสต์ไว้น่ารับฟัง ดังนี้
………………………………….
“จตุรงค์ สุขเอียด”
ทำไม นายกฯ 2 คน คือ นายกฯ นิด และ นายกฯ หนู ลงไปภูเก็ตหลายครั้ง
ขู่ปราบมาเฟียกับนอมินีทุนต่างชาติที่ไม่ถูกกฏหมาย
ปัญหาชาวต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินบนเกาะภูเก็ต ที่เกาะน้อย เกาะใหญ่ในอันดามัน ริมทะเลพังงา กระบี่ สมุย พะงัน และพื้นที่บนเขาจุดซีวิว
ฝรั่งเป็นเจ้าของที่ดินและธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลแบบครบวงจร ตั้งแต่เรือนำเที่ยว ทริปดำน้ำ คลับบาร์ โรงแรม สปา และร้านอาหาร
จนถึงการ “นำเข้าเหล้า-ไวน์”
มันเป็นเช่นนี้ เพราะคนไทยกลุ่มหนึ่ง “ขายชาติ” ครับ
ให้ฝรั่งเป็นเจ้าของที่ในทำเลเหล่านี้ได้
เริ่มต้นง่ายๆ จากเดิม จนท.ที่ดิน กับเจ้าพนักงานปกครอง เช่น กำนัน ผญบ.นายอำเภอ จนถึงผู้ว่าฯ บางคน
รับรองการออกเอกสาร สค.1 บินจากที่อื่น มาสวมว่า…แปลงนั้นๆ มีการครอบครองทำประโยชน์มาก่อน
แล้ว “จ้างคนไทย” ซักคน “สวมเป็นเจ้าของ”
จากนั้น ไปให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับรองการทำประโยชน์ทั้งที่ไม่เป็นความจริง
แล้วไปวิ่งเต้นกับเจ้าพนักงานที่ดิน ช่วงแรก ออกโดยการเดินสำรวจบ้าง อ้างเป็นออกจากพื้นที่ตกหล่นสำรวจบ้าง
หลายแปลง “ออกเกินเอกสาร” ที่เอามาสวมอีก
เช่น สค.บิน ระบุ 10 ไร่ ก็เพิ่ม เป็น 20 ไร่ หรือแล้วแต่สะดวก
เพราะที่สวม เดิม “เป็นที่สาธารณะ” ไม่ติดขอบที่เอกสารสิทธิ์ของชาวบ้าน จึงไม่มีใครยืนยันเขตคัดค้าน
พอออกเป็นโฉนดมาได้ ก็ทำการแปลงให้น่าเชื่อถือ ไปยื่นให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อของ “สถาบันการเงิน” ที่ต้องการผลงาน หรือได้ “ใต้โต๊ะ”
เขารับเข้าจำนองเพราะโฉนดออกจากเจ้าพนักงานที่ดิน เรียกว่า “โฉนดถูกต้อง” แต่ออกโดยมิชอบ
คือ “ออกโดยทุจริต” แต่เป็นเอกสารที่ “ออกโดยราชการ”
พอสถาบันการเงินรับจำนองเพียงเล็กน้อย ก็จะทำการปล่อยไว้ในแบงค์นั้นๆ สักระยะ จึงไปไถ่ถอน
ทำให้หลังโฉนด มีการประทับ “ประวัติธุรกรรม” เหมือนเป็นการ “รับรองอีกชั้น” ว่าน่าเชื่อถือ
เมื่อได้โฉนดมาแล้ว ก็จะทำการซื้อขาย คนที่ให้เร่หานายทุนมาซื้อ
คนที่จะให้ราคาที่ดินแบบนี้ได้ ถ้าไม่ใช่ตระกูลเจ้าสัว ก็ต้องฝรั่งที่ซื้อได้
แต่พอกฎหมาย “ห้ามต่างชาติ” ถือครองที่ดินไทย
ก็มีการคิดไปหา “ผู้หญิงไทย” มาเป็นตัวแทน หรือนอมินี
การจ้างนอมินีเมียเช่า ผมเคยไปสืบพบว่า มีขบวนการเช่าผู้หญิงหน้าบาร์บางคน ทำธุรกรรม
ถือหุ้นบริษัทในนาม ให้หุ้นเกิน 51 เปอร์เซ็นต์ จ่ายค้าจ้างเป็นเงินเดือน
เคยมีปัญหาผู้หญิงคนนั้น มีผัวอยู่แล้ว ผัวไทยใช้ให้เป็นเงื่อนไขต่อรองหนักๆ ถ้าไม่ยอม ก็ขู่ยึดเงินยึดหุ้นบริษัท
ฝรั่งจึงจ้างลูกน้องมาเฟียแถวนี้ ไปกระทืบปางตายทั้งผัว-ทั้งเมีย
ต่อมาจึงแก้ลำด้วยการจูงมือกันไปจดทะเบียนกับผู้หญิงสักคนที่โสด ได้ทะเบียนสมรส ได้เมียและได้กรรมการบริษัท เป็นชื่อเมียคนไทย
แต่เบื้องหลัง คือฝรั่งที่นำเงินมาหุ้นกันกว้านซื้อที่ และทำธุรกิจจากคนไทยไปเรื่อยๆ
จากเคยมีไม่มาก ถ้าแก้ตอนนั้นคงไม่ยาก จนมาถึงตอนนี้ ผมอยากรู้ว่า การลงไปนั้น เพื่อจะขู่หรือจะแก้….
เพราะปัญหาที่อันดามัน ตอนนี้ ถ้าจะแก้ต้องเอาจริง
เพราะเทียบกับที่เขากระโดงแล้ว มันหนักและซับซ้อนกว่ามาก ทั้งอิทธิพลและอำนาจเงินของคนที่ครอบครองไปแล้ว
เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ไม่มีคนรู้….
เพียงแต่หลังจากนายกฯ ลงไปสักพัก ก็ลอยแพคนทำงานให้
เผชิญปัญหาเพียงลำพังหรือไม่…?.
………………………………………
อือออ…ก็เป็นข้อมูลน่ารับฟัง
นายกฯ อนุทินจะตามเรื่องต่อเนื่องขนาดไหน ตรงนี้ก็น่าห่วง
ห่วงอย่างที่ คุณ “จตุรงค์ สุขเอียด” ว่านั่นแหละครับ
คือ “หลังจากนายกฯ ลงไปสักพัก….
ก็ลอยแพคนทำงานให้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง”!
แต่งานนี้ “งานล้มช้าง” มอบให้พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นแม่งาน
ถ้า “ช้างไม่ถูกล้ม”
รองผบ.ตร. กับ ผช.ผบ.ตร. ก็ต้อง “ถูกล้ม”!
เปลว สีเงิน
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙

