‘รทสช.’ รุกฟังปัญหาคนกรุง ขับเคลื่อนนโยบาย กทม.

23 มีนาคม 2566 นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง ปี 66 ที่ขณะนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยการนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความพร้อมเต็มร้อยแล้ว และในวันเสาร์ที่ 25 มีนาคมนี้ จะมีการจัดกิจกรรมใหญ่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั่วประเทศ และเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ
ขณะเดียวกันในส่วนของการลงพื้นที่หาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติในแต่ละภาค ยังคงเดินต่อเนื่อง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลงทำพื้นที่พบปะประชาชน และจะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นหลังการยุบสภา ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค จะนำทัพลงพื้นที่ช่วยว่าที่ผู้สมัคร หาเสียงแบบเต็มตัวอีกด้วย

และล่าสุดในส่วนของทีม กทม. นำโดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นายเกรียงยศ สุดลาภา นายทะเบียนพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาคนกรุงเทพฯในช่วงวันหยุด ในโซนกรุงเทพฯใต้ โดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ที่จะมาปักธงในเขตนี้ล้วนแต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ

ได้แก่ “เบียร์” อัยรดา บำรุงรักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางนา-พระโขนง , “ลอรี่” พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตสวนหลวง-ประเวศ และ “เขต” เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตวัฒนา-คลองเตย

โดย “เอกนัฏ” แสดงความมั่นใจในตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ว่า การมาช่วยผู้สมัครหาเสียงใน 3 พื้นที่ด้วยกัน ซึ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯใต้ มั่นใจว่าผู้สมัครแต่ละคนเป็นผู้ที่มีความสามารถ และมีคุณภาพ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจอาสาเข้ามาทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯ และประเทศชาติ

โดยพรรคมีความตั้งใจที่จะรวบรวมคนทุกสาขาอาชีพที่มีความสามารถเข้ามาร่วมกันทำงาน ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้คนรุ่นใหม่ หลายคนประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพอื่นๆที่ไม่ใช่การเมืองเข้ามาทำงาน โดยจะมี อดีต ส.ส ผู้มีประสบการณ์ช่วยให้คำชี้แนะ สนับสนุน เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ในต่างจังหวัดถนนทุกสายอาจจะมุ่งเป้าไปที่นักเลือกตั้ง แต่สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯระหว่างที่จะได้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานอย่างเช่นพื้นที่บางนา พระโขนง มี ร.ต.อ.หญิงอัยรดา ที่เป็นอาจารย์แต่ได้ลาออกจากราชการเพื่อมาทำงานด้านการเมืองให้กับส่วนรวม นอกจากนี้ยัง มีนายพงศ์พล ซึ่งเป็นนักธุรกิจ startup ที่ประสบความสำเร็จ อาสาเข้ามาทำงาน และนายเขตรัฐ ที่เป็นส.สในพื้นที่อยู่เดิม ทุกคนล้วนเป็นคนรุ่นใหม่

แต่เราก็มี อดีต ส.ส. อดีตนักการเมืองที่มีประสบการณ์ หลายคนมาช่วยกันวางแผนในเรื่องการหาเสียงเลือกตั้ง จึงมั่นใจได้ว่าการทำงานหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีความสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน เพราะมีทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ที่จะร่วมทำงานด้วยกัน

…การลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง ยังได้ย้ำกับผู้สมัครทุกคนว่าขอให้ใช้เวลาทุกนาที ให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะการลงพื้นที่พบปะประชาชน ควรทำให้มากที่สุด แต่ขอให้ทำให้ดีที่สุด โดยการหาเสียงในปัจจุบันมีทั้งการหาเสียงออนไลน์ซึ่งได้กำชับให้ผู้สมัครทุกคนใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ สามารถสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ซึ่งผู้สมัครของพรรค ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องของเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่สำคัญที่สุดอยากให้ทุกคนให้ความสำคัญก็คือ การลงพื้นที่ชุมชนพบกับประชาชนด้วยตัวเอง เช่น ในตลาด หรือวัดก็ต้องทำควบคู่กันไป

“ส่วนจุดเด่นของพรรคที่อยากเน้นย้ำคือ 1.อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2.พรรคต้องการที่จะรวบรวมเอาทุกคนที่มีจิตใจที่จะทำงานให้กับบ้านเมืองมาทำงานร่วมกัน และ 3 จุดเด่นเรื่องนโยบายที่ได้ประกาศไปในส่วนหนึ่งแล้วและหลังจากนี้ไปก็จะมีการประกาศนโยบายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และนโยบายต่าง ๆเหล่านี้เราสามารถตอบได้ว่า หลายเรื่องที่ทำเสนอเป็นสิ่งที่ทำไปแล้วได้ประสบความสำเร็จและต่อไปก็จะทำต่อ ให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างสูงสุด”

อย่างไรก็ตาม สำหรับการการลงพื้นที่รับฟังคนกรุงเทพฯครั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดวงเสวนาเพื่อรับฟังปัญหา ข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะต่างๆจากตัวแทนชุมชน และประชาชนในพื้นที่ โดยพบปัญหาในเขตบางนา-พระโขนง เช่น การเพิ่มรายได้ค่าตอบแทนของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การเพิ่มสวัสดิการให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ขณะปัญหาในพื้นที่ เขตสวนหลวง-ประเวศ พบปัญหายาเสพติด ปัญหาไฟฟ้าดับบ่อย ปัญหาปากท้อง การทำมาหากิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม และในเขตวัฒนา -คลองเตย พบเป็นปัญหาเชิงเศรษฐกิจที่ชาวบ้านต้องการให้แก้ไข เป็นต้น

ซึ่งนายเอกนัฏได้รับข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อนำไปหาแนวทางในการทำงานตามนโยบายของพรรค ขณะเดียวกันหลายประเด็นตรงกับแนวคิดและนโยบายของพรรค โดยเฉพาะการเพิ่มสวัสดิการให้กับประชาชนครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมที่รัฐบาลทำอยู่ และพรรคหวังที่จะทำต่อและทำให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังได้ร่วมวงเสวนารับฟังปัญหาประชาชน พร้อมกล่าวว่า เราบอกกับผู้สมัครทุกคน เราเป็นพรรคใหม่ต้องขยันทำงาน จึงมาตรวจการบ้านใน 3 พื้นที่ เรามีนโยบายหลายตัวที่พรรคคิดไว้แล้ว และระหว่างนี้ก็รับฟังและนำมาปรับปรุงได้ สำหรับเรื่องปากท้องพรรครวมไทยสร้างชาติจะสนับสนุนให้มีโครงการคนละครึ่งต่อ ถ้าเราได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะผลักดันให้กระจายออกไปมากกว่าเดิม เพิ่มระบบผ่านร้านค้าทั่วประเทศมากขึ้น

ส่วนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีการช่วยเหลือผ่านบัตร เที่ยวนี้นโยบายจะทำเพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 บาท ยืนยันว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้เราคิดถึงที่มาทั้งหมด ส่วนเบี้ยยังชีพผู้สงอายุ และเบี้ยคนพิการ ก็จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาท ทั้งหมดนี้เป็นการดูแลรายเดือน และมีเรื่องการเบิกมาใช้กรณีฉุกเฉินได้อีกด้วย

…นอกจากนี้ยังมีกองทุนอื่นๆอีก ทั้งกองทุนผู้ประกอบการ กองทุนประชาชนที่เราจะตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมได้ในกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 บางคนไปกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง เราจึงคุยกับแบงค์เฉพาะกิจเพื่อจะตั้งกองทุนขึ้นมา เพื่อมีหลักทรัพย์ไว้ค้ำประกันในการปล่อยกู้สำหรับคนที่อยากไปประกอบอาชีพ

ส่วนกองทุนประชาชนสำหรับทุกคน เนื่องจากในยามวิกฤตหลายคนตกงาน เงินไม่มี ต้องไปกู้ดอกเบี้ยแพงไม่มีเงินจ่าย ตอนนี้มีการตั้งกองทุนเยอะ หากเรายุบรวมและบริหารจัดการรวม เพื่อให้มีเงินเพิ่มจากภารกิจที่ซ้ำซ้อน ซึ่งเราจะตั้งเป็นกองทุนประชาชนในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมดเป็นแนวทางในการช่วยเหลือ

“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบาย แต่เป็นเรื่องของผู้สมัครในพื้นที่ด้วย พรรครวมไทยสร้างชาติ ชื่อนี้จะสร้างชาติได้สำคัญต้องหาคนดีๆมา ซึ่งเราสนับสนุนคนรุ่นใหม่น้ำดีมาช่วยทำงานการเมือง ประเทศไทยเป็นประเทศของโอกาส ที่ผ่านมาติดเรื่องของการเมือง แต่สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติเราเชื่อว่าการเมืองที่ดีต้องเริ่มจากนักการเมืองที่ดี

พวกเราเชื่อมาตลอดว่าจุดเริ่มต้นของนักการเมืองที่ดีต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นผู้แทนราษฎร ต้องเห็นปัญหาประชาชนมีความสำคัญมากกว่าปัญหาส่วนตัว มีความเสียสละ และหลายปัญหาที่เราพูดกันอยู่ สามารถได้รับการแก้ไขถ้าเรามีผู้แทนฯที่เอาใจใส่ งบประมาณเรามีเท่าเดิม หน่วยงานเรามีเท่าเดิม มันอยู่ที่ว่า มีตัวละครไปรับฟังปัญหาและไปผลักดัน ไปไขลานให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้หรือไม่ หากมีส.ส.ที่ใส่ใจรับฟังปัญหาก็จะไปบอกเจ้าหน้าที่ได้ เขาต้องไปถามปัญหาและแก้ไขให้ได้”

เอกนัฏ ยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องการดูแลสาธารณสุข ซึ่งสิทธิ์การรักษาฟรีเรามีอยู่แล้ว แต่ปัญหาเราผูกติดกับโรงพยาบาล เวลาไปรักษาไม่สะดวก เราศึกษาแล้ว ถ้าบริหารดีๆจะสามารถไปโรงพยาบาลไหนก็ได้ในจังหวัดของเรา สะดวกไปโรงพยาบาลไหนก็ไปได้ และบางทีคนป่วยเป็นโรคนิดเดียวแต่ต้องไปเอายาที่โรงพยาบาลก็เสียเวลา ต่อไปเราต้องอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนพบหมอทางออนไลน์และส่งยามาที่บ้าน นี่เป็นนโยบายบางส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีบางส่วนรัฐบาลทำได้แล้ว และจะทำต่อ

…ปัญหาทั้งหมดนี้ โดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัว บางเรื่องสามารถประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขได้ เป็นเรื่องที่มีงบประมาณ มีนโยบายมาดูแลอยู่แล้ว แต่ทำไมเขาไม่ทำงาน ถ้าจะทำคือให้ผู้แทนราษฎรตัวแทนของเราขยันมารับฟังปัญหาและคอยไปจี้ให้เขาช่วยแก้ปัญหา มันอยู่ที่ความเอาใจใส่ของตัวแทนราษฎร ถึงแม้พรรครวมไทยสร้างชาติเพิ่งตั้งมาใหม่ เป็นพรรคน้องใหม่ แต่กระแสเราสู้พรรคอื่นได้แน่นอน

Written By
More from pp
นายกฯ ยืนยัน ระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมให้ประชาชนตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 64 นี้เป็นต้นไป
4 มิถุนายน 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่วันนี้รัฐบาลไทยได้รับมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยจาก...
Read More
0 replies on “‘รทสช.’ รุกฟังปัญหาคนกรุง ขับเคลื่อนนโยบาย กทม.”