แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือ โรงพยาบาลพญาไท 2 นำนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจหามะเร็งปอดระยะเริ่มต้น

บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับโรงพยาบาลพญาไท 2 ผ่านโครงการ “ตรวจไวด้วย AI ให้คนไทยห่างไกลมะเร็งปอด” ( Advancing Early Lung Cancer Screening with AI technology) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นด้วยนวัตกรรม AI สนับสนุนการติดตั้งโปรแกรม AI ให้ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์เอ็กซเรย์ปอดภายในโรงพยาบาล พร้อมเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจสุขภาพและการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด เพื่อเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนไทย

ความร่วมมือระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และโรงพยาบาลพญาไท 2 ครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อเป้าหมายใน
การเพิ่ม ‘อัตราการรอดชีวิตห้าปี’ ของผู้ป่วยให้เป็นสองเท่า ภายในพ.ศ. 2568 ของ The Lung Ambition Alliance (LAA) ที่เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างภาคีพันธมิตรระดับนานาชาติ 4 องค์กร ใน 50 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เพื่อศึกษาทำความเข้าใจถึงวิวัฒนาการของโรค พัฒนาเทคนิคระดับก้าวหน้าเพื่อการดูแลรักษาโรคมะเร็งปอด ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับที่มาและวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ นพ.กร ตาลทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์

บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โรคมะเร็งปอด เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคมะเร็งที่ผู้ป่วยมักตรวจพบในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์เมื่ออยู่ในสภาวะที่โรคลุกลามแล้ว ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ทั้งมีโอกาสรักษาหายจากโรคน้อยและมีอัตราการเสียชีวิตสูง ดังนั้น การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ด้วยเหตุนี้ จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล พญาไท 2 และแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เพื่อนำนวัตกรรม AI มาใช้เพิ่มขีดความสามารถของการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ซึ่งผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งผลการรักษาที่ดีและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตมากยิ่งขึ้น”

นพ.ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนทางการแพทย์โรงพยาบาลกลุ่ม PMC และผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนทางการแพทย์โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรงพยาบาลพญาไท 2ดำเนินงานภายใต้ปรัชญา ‘เป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สุขภาพที่ดี เพื่อศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต’ ซึ่งนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการรักษาจนได้รับการรับรองมาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) และมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) ที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศในทุกมาตรฐาน โดยจากการที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีส่วนสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้ทางโรงพยาบาลได้มุ่งมั่นที่จะนำนวัตกรรมทางการแพทย์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาปรับใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาการรักษาและการบริการให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงล่าสุดจับมือกับแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เพื่อนำนวัตกรรม AI ร่วมไปกับการตรวจสอบยืนยันผลจากรังสีแพทย์เพื่อให้บริการแก่ผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ โดยสามารถประมวลผลภาพเพื่อบ่งชี้รอยโรคในทรวงอกเบื้องต้นได้ไม่ต่ำกว่า 8 สภาวะ และสามารถเทียบผลการวัดขนาดของหัวใจกับปอดได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลสามารถเพิ่มศักยภาพของการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเบื้องต้นให้ได้ผลการตรวจที่แม่นยำที่สุดสำหรับผู้เข้ารับบริการ”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอด พร้อมส่งเสริมศักยภาพและทักษะความรู้ของบุคลากรการแพทย์ รวมถึงขยายขีดความสามารถและยกระดับประสิทธิภาพการตรวจวินิจฉัย ให้กับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงบริการและนวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับบริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดผ่านเครื่องเอกซเรย์ได้ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ค้นหาข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.phyathai.com/ หรือ Phyathai Call Center 1772

Written By
More from pp
ข่าวปลอม อย่าแชร์! กรมการแพทย์ ปรับลดระยะกักตัวเหลือ 5 วัน สำหรับคนไม่มีอาการ
10 ก.ค.64 – ตามที่ได้มีการส่งต่อข่าวสารในประเด็นเรื่อง กรมการแพทย์ ปรับลดระยะกักตัวเหลือ 5 วัน สำหรับคนไม่มีอาการ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
Read More
0 replies on “แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือ โรงพยาบาลพญาไท 2 นำนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจหามะเร็งปอดระยะเริ่มต้น”