“แรมโบ้” ชำแหละสันดาน “ทักษิณ” ยัน “จตุพร” พูดจริงทุกคำกลับรับไม่ได้ ด้อยค่าคนอื่นแค่สุนัขมาเห่าหอน

“แรมโบ้” ชำแหละสันดาน “ทักษิณ” เที่ยวสอนชาวบ้านความเป็นมนุษย์สำคัญที่สุด แต่ตัวเองกลับด้อยค่าคนอื่นเหมือนสุนัขมาเห่าตัวเองทนเสียงวิจารณ์ของ ‘จตุพร’พูดความจริงกลับรับไม่ได้ คนเช่นนี้อย่ามาอวดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยเลย เป็นได้แค่พ่อค้าคนหนึ่งที่หวังผลแต่กำไรโดยหลอกใช้คนเสื้อแดงเป็นเครื่องมือหวังให้ลูกสาวขึ้นมาสู่อำนาจ
25 มกราคม 2566 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาโต้นายจตุพรว่า “ถูกเห่า” จะมีเห่าเพิ่มอีกสักตัวสองตัวก็ไม่เป็นไร หลังถูก นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน และประธานนปช. วิพากษ์วิจารณ์นายทักษิณอย่างต่อเนื่อง

นายเสกสกลกล่าวว่าจริงๆ เรื่องที่นายจตุพร ตอบโต้กับนายทักษิณนั้น ตนเองไม่อยากเข้าไปยุ่งก้าวก่าย แต่ตนรับไม่ได้กับคำพูดและวาจาของนายทักษิณ ที่มักยกตนข่มท่านด้วยการด้อยค่าบุคคลอื่นอยู่ตลอดเวลา และคงพาดพิงมาที่ตนเองด้วย

นายเสกสกล กล่าวต่อว่า การที่นายทักษิณ เปรียบว่าจะเป็นอะไรไปที่จะมีสักตัวสองตัวออกมาเห่า ซึ่งเห็นนายจตุพร ที่ออกมาวิจารณ์นายทักษิณ เป็นแค่สุนัขมาเห่าหอน ไม่ต่างกับตน ซึ่งก็เคยถูกนายทักษิณ ด้อยค่าเปรียบเปรย ทำนองนี้แล้วเช่นกัน ว่าเป็นสุนัขชื่อไอ้แม๊ก ชอบเลียเท้าขอเศษอาหาร ตนเคยโดนคล้ายนายจตุพร เพราะนายทักษิณมองคนเป็นสุนัขเสมอ ไม่เคยให้ค่าคน แม้แต่บรรดาสมุนที่ยังรับใช้นายทักษิณ เช่นบรรดา ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย ก็ยังถูกมองด้อยค่าเป็นตัวอะไรสักอย่างในคอกแล้วเช่นเดียวกัน

“เมื่อวานได้ยินนายทักษิณ บอกกับคนเสื้อแดงว่าความเป็นมนุษย์สำคัญที่สุด ผมได้ยินแล้วรู้สึกว่า นิสัยสันดานที่แท้จริงของนายทักษิณ ไม่เคยเปลี่ยนเลย เที่ยวสอนชาวบ้าน แต่พฤติกรรมและคำพูดคำจาของนายทักษิณนั้น สวนทางกันโดยสิ้นเชิง บอกว่าความเป็นมนุษย์สำคัญที่สุด แต่กลับด้อยค่าคนอื่นเป็นสัตว์ เป็นสุนัขออกมาเห่า ตนเองเกิดมาไม่เคยเห็นคนที่เคยเป็นผู้นำ คนกล่อนตอแหลได้เท่านายทักษิณเลย”

ส่วนที่นายจตุพร ออกมาวิจารณ์นายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ตนมองว่าจริงๆนายจตุพร ไม่ได้แค่วิจารณ์นายทักษิณและพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ส่วนใหญ่นายจตุพรก็วิจารณ์ท่านนายกฯประยุทธ์และรัฐบาลมากกว่าใคร แต่ก็ไม่เห็นท่านนายกฯจะไปตอบโต้หรือด้อยค่าอะไรนายจตุพร ใครวิจารณ์ก็วิจารณ์ไปเป็นสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว

“ดังนั้นนายทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ที่มักจะอ้าปากกระดกลิ้นตลอดเวลาว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ก็ต้องไม่คับแคบ จิตใจต้องกว้างกว่านี้ ควรรับฟังเสียงวิจารณ์ จริงเท็จอย่างไรก็ชี้แจงกลับไป ไม่ใช่ไปด้อยค่าแบบที่นายทักษิณ แบบนี้นอกจากไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยแล้ว เป็นแค่พ่อค้าคนหนึ่งที่จ้องหวังผลกำไรมากกว่า ไม่เคยมองคนเป็นคน เปรียบเปรยเป็นสัตว์ในสายตา นี่คือการด้อยค่ามนุษย์ด้วยกัน ไม่เคยมองเห็นค่าความเป็นคน นิสัยสันดานเช่นนี้พี่น้องคนเสื้อแดงรู้เช่นเห็นชาติ เข็ดหลาบจนวันตาย

“นายแรมโบ้ เคยพูดมาหลังครั้งว่า เบื้องหลังคือนายทักษิณหลอกคนเสื้อแดงลงถนน เพื่อมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย เพื่อการก้าวสู่การมีอำนาจหวังเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและครอบครัว ตนพูดไปหลายครั้งก็มีคนมาต่อว่แรมโบ้ เนรคุณหักหลังทรยศนายทักษิณ ตนก็บอกว่าใครจะว่าตนอย่างไรไม่ขอโกรธเคือง เพราะคนอย่างแรมโบ้จะไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้กับหัวหน้าโจรที่จะพาครอบครัวมาปล้นบ้านปล้นเมือง ปล้นประเทศชาติประชาชน โดยเอาพวกตนและคนเสื้อแดงที่บาดเจ็บล้มตายเป็นเครื่องมือขึ้นสู้อำนาจตนเองยอมเป็นโจรกลับใจมาต่อสู้กับแก๊งค์ต้มตุ๋นหลอกลวงคนเสื้อแดงจนถึงที่สุด

“สิ่งที่นายจตุพร ประธาน นปช.พูดระบายออกมาทั้งหมดคือ ความจริง ความจริงคือสิ่งไม่ตาย จึงไม่มีสมุนหรือลิ่วล้อออกมาโต้ตอบชี้แจงสิ่งที่นายจตุพรพูดออกมา มีแต่นายทักษิณคนเดียวที่ออกมาแขวะเหมือนหมาเห่า แบบด้อยค่า ตนคนหนึ่งที่กล้ายืนหยัดพูดความจริงเหมือนนายจตุพร พร้อมจะเปิดโปงทุกเรื่องที่ใครเคยทำร้ายจิตใจเหยียบย่ำหัวใจคนเสื้อแดง ปล่อยให้ต้องตกระกำลำบาก เพราะสมองวันๆของนายทักษิณ คิดแต่จะหลอกคนเสื้อแดงขึ้นมามีอำนาจ ก็อยากบอกว่า คนเสื้อแดงไม่ได้โง่ไม่ได้กินแกลบกินหญ้า ที่จะยอมให้คนๆนี้มาหลอกลวงให้ก้าวข้ามเหยียบย่ำขึ้นสู่อำนาจอีกต่อไป” นายเสกสกล กล่าว

Written By
More from pp
สยามเซ็นเตอร์ รวบคีย์ลุคเทรนด์แฟชั่นรับลมร้อน เป็นแห่งแรก!! เสน่ห์ฤดูร้อน 2020 จากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ ค้นพบแรงบันดาลใจไปกับแฟชั่นสุดล้ำ ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์
สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ศูนย์รวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าเลือกอัพเดทเทรนด์มาแรงที่สุดก่อนใคร “แฟชั่นฤดูร้อน” SS2020 ซีซั่นแห่งปีที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันแห่งแฟชั่น
Read More
0 replies on ““แรมโบ้” ชำแหละสันดาน “ทักษิณ” ยัน “จตุพร” พูดจริงทุกคำกลับรับไม่ได้ ด้อยค่าคนอื่นแค่สุนัขมาเห่าหอน”