ไทม์ไลน์ครบเทอม-ผักกาดหอม

ใครที่ลุ้นยุบสภา รอโน้นเลยครับ

หลังวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ปีหน้า

แต่ก็ยังมีแนวโน้มสูงว่ารัฐสภาจะอยู่ครบวาระ แล้วไปเลือกตั้งวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖

วานนี้ (๑๖ ธันวาคม) หวยออก!

“ลุงตู่” ตั้ง “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” เป็น เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แทนที่ “ดิสทัต โหตระกิตย์”

การแต่งตั้งตำแหน่งนี้ในเวลานี้ มิได้แต่งตั้งเพื่อที่จะยุบสภา

แต่เพื่อปรับเปลี่ยน และทำงานต่อ

ตำแหน่งนี้ถือเป็นข้าราชการการเมือง

อำนาจ หน้าที่ ฝ่ายช่วยอำนวยการของนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการด้านการเมือง ด้านวิชาการ ด้านเลขานุการ

ตลอดจนเป็นศูนย์ประสานการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี

พูดง่ายๆ คือเป็นมือขวาของนายกฯ

ฉะนั้นการตั้ง “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ไม่ใช่เพื่อเตรียมยุบสภา

แต่ปรับเปลี่ยนการทำงานในช่วงเวลาที่เหลือ ๓ เดือนครึ่งเสียใหม่ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังจะเปลี่ยนไป

“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” เป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่ต้องเดากันอีกแล้วว่า พรรคนี้จะชูใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

การเชื่อมพรรครวมไทยสร้างชาติเข้าสู่อำนาจรัฐ เป็นประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง เพราะถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ของการเมืองไทย

นายกรัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคหนึ่ง กำลังทำงานการเมืองกับอีกพรรคการเมืองหนึ่ง

นับจากนี้อยู่ที่ “ลุงตู่” ครับ ว่าจะลากยาวได้หรือไม่

เห็น ส.ส.เพื่อไทย “สมคิด เชื้อคง” มาชี้นิ้วบอกว่าให้ยุบสภาได้แล้ว

“พลเอกประยุทธ์ อยู่มา ๘ ปีแล้ว ถ้ายังไม่พอใจก็มาสู้กันในสนามเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นคนตัดสินเองว่าจะให้พรรคการเมืองไหนเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล การที่ออกมาพูดว่าสภาล่มไม่เกี่ยวกับ นายกรัฐมนตรี อย่ามาเป็นรัฐบาลเลยยุบสภาไปเลยดีกว่า เพราะแค่คุมเสียงในสภายังทำไม่ได้แล้วจะไปสร้างความสุขให้ประชาชนได้อย่างไร”

ยุบเลยดีมั้ย!

อย่าลืมนะครับ กฎหมายเลือกตั้ง กับกฎหมายพรรคการเมือง ยังอยู่ในขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถวายอยู่ ยังไม่ประกาศใช้

ยุบตอนนี้จะใช้กฎหมายอะไร?

คิดซิคิด อย่าสักแต่พูดเอามัน

เป็นนายกฯ ในสถานการณ์ขณะนี้ไม่ง่ายเลยครับ ต้องบริหารเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน แล้วยังต้องสร้างความสมดุลในรัฐบาลด้วย

เห็นรายชื่อ ส.ส.ที่ลาออกเพื่อย้ายพรรคกันไปแล้วนะครับ ถือว่าเยอะพอควร

ตัวเลข ส.ส.ล่าสุดจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ มีดังนี้ครับ

ขณะนี้ ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้มีทั้งสิ้น ๔๓๙ คน

จากพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล รวม ๒๔๗ คน

ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ ๘๓ คน

พรรคภูมิใจไทย ๖๒ คน

พรรคประชาธิปัตย์ ๕๐ คน

พรรคเศรษฐกิจไทย ๑๔ คน

พรรคชาติไทยพัฒนา ๑๒ คน

พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๖ คน

พรรครวมพลัง ๔ คน

พรรคพลังท้องถิ่นไท ๕ คน

พรรคชาติพัฒนา ๓ คน

พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ๒ คน

พรรครวมแผ่นดิน, พรรคเพื่อชาติไทย, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคพลเมืองไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคพลังธรรมใหม่ พรรคละ ๑ คน

และจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน จำนวน ๑๙๒ คน

ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย มี ส.ส. ๑๒๓ คน

พรรคก้าวไกล ๔๕ คน

พรรคเสรีรวมไทย ๑๐ คน

พรรคประชาชาติ ๖ คน

พรรคเพื่อชาติ ๖ คน

พรรคพลังปวงชนไทย และ พรรคไทยศรีวิไลย์ ๑ คน

เสียงของรัฐบาลฝ่ายค้านยังห่างกันอยู่ ๕๕ เสียง ถือว่ายังประคับประคองรัฐบาลไปอย่างไม่ยากลำบากนัก

แต่การลาออกจาก ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากนี้หากไม่สามารถควบคุมได้ ย่อมมีผลกระทบต่อเสียรภาพของรัฐบาลอย่างแน่นอน

๗ กุมภาพันธ์ปีหน้าคือเส้นตายการย้ายพรรค หาก “ลุงตู่” ไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะสามารถใช้วิธีเดียวกับการเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐได้

แต่ ส.ส.พลังประชารัฐที่จะย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ หากไม่ลาออกก็หมดสิทธิ์ย้ายพรรค จะมีกรณีเดียวเท่านั้นที่สามารถย้ายพรรคได้ทันคือ มีการยุบสภาหลังวันที่ ๗ กุมภาพันธ์

ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วจะมี ส.ส.พลังประชารัฐย้ายไปรวมไทยสร้างชาติกี่คน

หากลาออกเยอะจนรัฐบาลกลายเป็นเสียงข้างน้อย ก็จะกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลอีก ฉะนั้นการเมืองก่อนวันที่ ๗ กุมภาพันธ์จึงต้องจับตามองอย่ากะพริบ

แต่ก็มีโอกาสที่รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมได้แม้จะเป็นเสียงข้างน้อยก็ตาม

ก็อย่างที่ทราบกัน สมัยประชุมนี้จะปิดในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

นั่นหมายความว่า รัฐบาลประยุทธ์ อาจเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยร่วมๆ ๑ เดือน

หากผ่านไปได้หลังจากนั้นไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม สภาปิดสมัยประชุมไปจนสภาครบวาระ ก็เท่ากับรัฐบาลอยู่ครบเทอม

จะเห็นว่าในทางทฤษฎีเป็นไปได้

ส่วนในทางปฏิบัติขึ้นกับหมากที่วางไว้ในสภา

ในเดือนกุมภาพันธ์หากไม่มีกฎหมายสำคัญของรัฐบาลเข้าสภาเลย โอกาสอยู่ครบเทอมก็สูง

แต่หากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องเสนอกฎหมายเข้าสภา ก็ต้องมั่นใจว่าเสียงสนับสนุนมีเพียงพอ

ไม่งั้นจบเห่

0 replies on “ไทม์ไลน์ครบเทอม-ผักกาดหอม”