มท. เดินหน้าแก้ปัญหาบัตรสวัสดิการฯ ชงข้อมูลให้คลังแก้ไขก่อนเสนอ ครม. ทบทวนสิทธิ์คนจน พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. ตั้ง One Stop Service ทุกอำเภอ ตรวจเข้มสวมชื่อเปิดบริษัท- รับจ้าง-บัญชีม้า

20 กรกฎาคม 2569 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากภายหลังการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยยอมรับว่าหลักเกณฑ์บางประการอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงของชีวิตประชาชนทั้งหมด รัฐบาลจึงไม่นิ่งนอนใจ และได้หารือร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด

ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เริ่มกระบวนการลงทะเบียน ได้มีการสำรวจข้อมูลประชาชนเพิ่มเติมร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกับประชาชนโดยตรง เพื่อให้ข้อมูลที่รัฐมีอยู่สะท้อนสภาพความเป็นจริง และช่วยให้ผู้สมควรได้รับสิทธิเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มากขึ้น

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะยังเปิดให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์ได้ แต่รัฐบาลรับทราบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน ยังประสบปัญหาในการดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมจัดตั้ง One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยใช้กลไกของนายอำเภอกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเข้าไปรับข้อมูลจากชาวบ้าน เก็บข้อมูลมาที่การปกครองอีกครั้งนึง

อีกประเด็นสำคัญที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ คือ กรณีที่ประชาชนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้พิการ พบว่าตนเองมีชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน หรือมีชื่อเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือยินยอมมาก่อน ข้อมูลลักษณะนี้สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้ โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ เปิดบริษัท เปิดบัญชีม้า หรือใช้เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมถึงอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับประชาชนที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ยังคงสามารถขอรับสิทธิสนับสนุนค่าไฟฟ้าเดือนละ 315 บาท และสิทธิใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไขของโครงการได้

ขณะเดียวกัน ผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่เข้าเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อรับการช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐบาลได้

นายพลพีร์ กล่าวว่า ทุกๆ เสียงสะท้อนของประชาชนเรารับฟัง และไม่ได้มีการปรับลดจำนวนคน ส่วนที่มีการปรับเกณฑ์เนื่องจากเราใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น สิ่งที่ตนอยากสื่อสารคืออยากขออภัยพี่น้องประชาชน ที่ประกาศเกณฑ์ออกมาอาจไม่ได้เป็นที่พอใจ สำหรับคนที่ไม่เข้าถึงสิทธิ์ และเราไม่ได้กำหนดว่าหากมีคนได้สิทธิ์แล้วจะมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนคน ตอนนี้เราเห็นรายละเอียดแล้วว่าเป็นอย่างไร และจะดูไส้ในว่าสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้าง เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนเรื่องการนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันไหนนั้น กระทรวงการคลังจะไปประมวลข้อมูลทุกอย่าง และจะทำเรื่องเสนอต่อไป

ส่วนระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ เดิมกำหนดสิ้นสุดภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้ แต่เตรียมเสนอ ครม. เพื่อขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลารวบรวมเอกสารและหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ได้อย่างครบถ้วน

ด้านนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ร่วมแถลงข่าวกรณีการอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ภายหลังจากสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังได้ประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กรมการปกครองได้เร่งสนับสนุนการดำเนินโครงการของรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้อย่างทั่วถึง

กรมการปกครองจึงได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0309.4/ว 16619 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2569 แจ้งไปยังที่ทำการปกครองจังหวัดและที่ทำการปกครองอำเภอทั่วประเทศ ให้ร่วมขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยมอบหมายให้ทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ดำเนินการ ดังนี้

1.ประชาสัมพันธ์การประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน เป๋าตัง แอปพลิเคชัน ทางรัฐ เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง

2.จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ระดับอำเภอ” (One Stop Service : OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ธนาคารกรุงไทย และหน่วยงานตรวจสอบสิทธิ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งในส่วนของผู้ได้รับสิทธิที่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) และ กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติโครงการฯ ที่ประสงค์จะยื่น “ขอทบทวนสิทธิ” สามารถแจ้งทบทวนสิทธิ์ได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง นอกจากนี้ยังมีบริการ “อำเภอพึ่งได้“ สำหรับผู้ไม่สะดวกจะเดินทางด้วยตัวเอง โดยให้เจ้าหน้าที่อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปรับเรื่องราวในระดับพื้นที่ เพื่อนัดหมายในการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์

3.ติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากพบข้อร้องเรียน ข้อสงสัย หรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโครงการ ขอให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ระดับพื้นที่ ผ่านหอกระจายข่าวเสียงตามสายหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้ทุกท่านได้รับทราบข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลใหม่ เช่น การปรับเกณฑ์พิจารณาหรือระยะเวลาในการทบทวน ที่จะออกประกาศหลังมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้ (21 ก.ค.)

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองและปลัดจังหวัด กำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงานของทุกอำเภอเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิและบริการของภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง.

0 replies on “มท. เดินหน้าแก้ปัญหาบัตรสวัสดิการฯ ชงข้อมูลให้คลังแก้ไขก่อนเสนอ ครม. ทบทวนสิทธิ์คนจน พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. ตั้ง One Stop Service ทุกอำเภอ ตรวจเข้มสวมชื่อเปิดบริษัท- รับจ้าง-บัญชีม้า”