สันต์ สะตอแมน
“พระปกเกล้าโพลสำรวจล่าสุด
อนุทิน ชาญวีรกูล มีความนิยมเหลือเพียง 8% เท่านั้น มีนัยว่าคนไทยคงไม่ต้องการนายกฯ แบบนี้แล้ว ใครเอาอนุทินมาเป็นนายกฯ ควรพิจารณาด่วน”
นี่.. “ใคร” ที่คุณพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ว่า จะหมายถึงใครก็ไม่ทราบ แต่ที่ทราบ-ที่รู้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นนายกฯ ก็ด้วยเสียงสนับสนุนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา..
และเสียงโหวตของ สส. ก็มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ที่เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้ สส.มาเป็นอันดับ 1 ก็ได้สิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล (ก่อน)!
ฉะนั้น..ที่คุณพิชายจี้ถาม “ใครเอาอนุทินมาเป็นนายกฯ ควรพิจารณาด่วน” ก็น่าจะหมายถึง “ประชาชน” ที่เลือก สส.-พรรคภูมิใจไทยจนเป็นอันดับ 1 นั่นกระมัง?
ซึ่งก็เช่นกัน ถ้าประชาชนเลือก สส.-พรรคประชาชนมาได้เกิน 250 คน เป็นอันดับ 1 และได้จัดตั้งรัฐบาล หัวหน้าเท้งก็จะได้เป็นนายกฯ โดยที่คุณพิชายก็เป็นหนึ่งเสียงที่เอามา!
ในเมื่อประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 คุณอนุทินก็มีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการที่จะเป็นนายกฯ คุณพิชาย-รองศาสตราจารย์ก็ไม่เห็นจะต้องเล่นสำนวน..
“ใครเอาอนุทินมาเป็นนายกฯ” ให้เป็นที่สับสนและคิดกันไปว่า “ใคร” ผู้นั้นจะหมายถึงใคร?
หรือว่าคุณพิชายตั้งใจจะให้เป็นประเด็น เหมือนเช่นที่โพสต์ย้ำ.. “ความนิยมนายกฯ ตกหนักหลังเป็นใหม่เพียงไม่กี่วัน
สาเหตุน่าจะมาจากความล้มเหลวในการบริหารงานที่ผ่านมา และการชอบแสดงดรามา ร่วมทั้งชอบแสดงท่าทางตลกหลายครั้งที่ประชาชนไม่ตลกด้วย”
ถ้ายังงั้นก็เชิญจมอยู่กับความผิดหวัง ความอกหัก ความแค้นสุมทรวงต่อไปก็แล้วกัน ส่วนอนุทินนั้นไม่ต้องห่วงว่าความนิยมจะเหลือมากน้อยแค่ไหน..
เพราะถึงอย่างไร พรรคประชาชนก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล และคุณเท้งก็ไม่ได้เป็นนายกฯ อยู่วันยังค่ำ..แน่งๆ (นิ่ง-เงียบ) ซะบ้างเห้อ!
เอ้า..แต่นั่นคงทนแน่ง-ทนนิ่งไม่ได้ เพจ “หมึกซึม” จึงได้โพสต์ข้อความสะเทือนไปทั่วเจ็ดคุ้งน้ำ.. “สมาคมนักข่าวเดือดเหรอครับผม
-ทุกวันนี้จรรยาบรรณเหลือกันเท่าไหร่ไม่ทราบ
-เคสคุณปอ ทฤษฎี ที่นักข่าวรุมทึ้งต้องการภาพเหมือนหมาล่าเนื้อ จนคนทั้งประเทศด่า
-เคสระเบิดราชประสงค์ ต้องส่งผู้ป่วยฉุกเฉินโรงพยาบาลตำรวจไปโรงพยาบาลอื่น แต่นักข่าวกรูเข้าไปขวางเตียงผู้ป่วย พยายามดึงผ้าเพื่อถ่ายรูป
จนน้าหมึกต้องตะโกนด่าพ่อด่าแม่นักข่าว ให้ของลับ กลางห้องโถงโรงพยาบาล (อันนี้น้าหมึกอยู่ในเหตุการณ์)
-เคสสมเด็จพระสังฆราช ที่โดนนักข่าวค้ำหัว เคสปล่อยเฟกนิวส์ช่วงโควิด เรื่องเครื่องบินเหมาลำอินเดีย และสารพัดปั่นข่าวด้อยค่าวัคซีนไทย
-เคสโรฮีนจาที่พยายามปั่นให้เกิดความบาดหมางระหว่างประเทศ เคสพวกนี้สมาคมนักข่าวไม่มีทำห่าไรเลยนี่ครับ
ประเทศไทยเป็นแบบนี้ มันไม่ได้แย่แต่นักการเมืองหรอก นักข่าว สื่อมวลชนก็มีส่วนเช่นกัน
สื่อไทยปั่นข่าวฆาตกรให้เป็นเซเลบคนดังกี่คนแล้ว ทบทวนบทบาทสมาคมสื่อหน่อยดีไหม
เอกสารฉบับนี้เอาไปเช็ดตูด แล้วเอาไปเช็ดปาก ผู้บริหารสมาคมสื่ออีกทีจะเหมาะกว่า”
อือ..ใครไม่เจ็บ แต่ผมทั้งเจ็บทั้งอาย (ว่ะ) แต่ถึงเจ็บก็ไม่ได้หมายจะโกรธแค้นเคือง เพราะที่เพจหมึกซึมตีแสกหน้ามาทั้งหมดนี้ ไม่มีเรื่องโกหก-ตอแหลให้ได้โต้เถียงสักแอะ!
ก็..เห็นจะต้องเก็บความอาย-ความเจ็บเอาไว้ข้างใน พร้อมๆ กับย้ำเตือนใจตัวเองว่า..สื่อมวลชนไม่ใช่เทวดา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใครผู้ใดไม่อาจแตะต้องได้ (โว้ย)!
ที่สำคัญเมื่อสื่อ (ผม) วิจารณ์ผู้อื่นได้ เหน็บแนม ตำหนิ แซะ กัด หรือกระทั่งตั้งฉายาให้ผู้อื่นได้..
ตัวเราก็ต้องมีความหนักแน่น ใจกว้างพอที่จะยอมรับกับเสียงวิจารณ์ (คำด่า) และหรือฉายาที่สะท้อน-ย้อนมากลับมาเข้าตัวเอง!
ไม่ใช่ทำเบ่งคับเสื้อ แต่พอโดนผู้อื่นวิจารณ์อะไรนิดอะไรหน่อยก็ใจเสาะ หันใช้วิธี “ปิดปาก” ด้วยการลากไปฟ้อง ซึ่งมันดูกระจอกงอกง่อย..
ไม่สม.. “ฐานันดรสี่” (เว้ยเฮ้ย)!.

