3 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส. 16 คน จาก 12 พรรคการเมือง ประกอบด้วย สส.พรรคเศรษฐกิจ 3 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรครวมใจไทย พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 คน ได้ร่วมกันแสดงเจตจำนงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการเสนอให้ นายบุญรวี ยมจินดา จากพรรครวมใจไทย และ น.ส. อังสณา นิยมวณิชกุล จากพรรคเศรษฐกิจ เป็นคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือวิปรัฐบาล
สำหรับวิปรัฐบาล ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการเสียงในสภา ด้วยจะทำหน้าที่ประสานงานและขับเคลื่อนงานสภา ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี พร้อมกับควบคุมเสียงสนับสนุน และดูแลให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลให้มาประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียง พร้อมควบคุมการลงคะแนนเสียง ให้เป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกัน ตามแนวทางของรัฐบาล เพื่อให้ร่างกฎหมายหรือญัตติสำคัญผ่านความเห็นชอบ รวมทั้งวางแผนวาระประชุม โดยพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาประจำสัปดาห์ เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานและแจ้งให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลทราบก่อนการประชุม และที่สำคัญอีกประการ คือ การทำหน้าประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลในการลงมติเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมควบคุมสมาชิกในพรรคของตนหรือพรรคร่วมรัฐบาลให้มาประชุมสภา เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนเพียงพอในการลงมติ
ด้าน นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ สส.ทั้ง 16 ท่าน จาก 12 พรรคการเมือง ที่ไว้วางใจให้ตนมาทำหน้าที่วิปรัฐบาล การได้รับเสนอให้แต่งตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่คือ “ภารกิจ”ในการขับเคลื่อนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนให้เกิดขึ้นจริง ในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย ตนมองว่าหัวใจสำคัญของวิปรัฐบาลคือ การประสานความเห็นที่แตกต่างให้เป็นพลัง ขอยืนยันว่า ตนจะใช้ประสบการณ์ในการทำงานการเมืองเข้ามาร่วมกับเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้งานนิติบัญญัติเดินหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีเอกภาพที่สุด
“การเป็นวิปรัฐบาลของตนเอง จะไม่ได้ทำงานแค่คุมเสียงโหวต แต่จะเน้นการทำงานเชิงคุณภาพ เพื่อให้การประชุมสภาเป็นไปอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และตอบโจทย์วิกฤตของประเทศ ประชาชนจะได้เห็นภาพลักษณ์ของสภาที่ตั้งใจทำงานเพื่อเขาจริงๆ แม้จะเป็นวิปรัฐบาล แต่ตนเองก็พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากฝ่ายค้าน เพราะเป้าหมายสุดท้าย คือการพิจารณากฎหมายที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติครับ” นายบุญรวี กล่าว.
