นายกฯ ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล จ.สมุทรสงคราม ติดตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ณ สถานีรถไฟแม่กลอง

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2566 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปตรวจราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามผลการปฏิบัติราชการ และรับฟังความคืบหน้าโครงการสำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม ตามนโยบายรัฐบาล

โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการขนส่งทางราง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ร่วมตรวจเยี่ยมครั้งนี้ด้วย

ซึ่งจังหวัดสมุทรสงครามเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีศักยภาพในการพัฒนาหลายด้าน ทั้งการทำเกษตรและประมงที่โดดเด่นทุกฤดูกาล โดยสินค้าเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ มะพร้าว ส้มโอ และลิ้นจี่ โดยเฉพาะส้มโอขาวใหญ่ ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมหรือหอมลำเจียก ทุเรียนสามน้ำ เกลือทะเล และพริกมันบางช้าง ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

การมีห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและผลผลิตทางการเกษตรและประมงที่ค่อนข้างครบถ้วน ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ตลอดจนมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติทางน้ำ อาหาร และศิลปะต่าง ๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ รับฟังนโยบายสำคัญต่าง ๆ ของรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนในพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

เวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ออกเดินทางจากป้ายหยุดรถลาดใหญ่ ไปยังสถานีรถไฟแม่กลอง โดยขบวนรถดีเซลรางที่ 4383 (ป้ายหยุดรถลาดใหญ่ – สถานีรถไฟแม่กลอง) ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อตรวจติดตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ณ สถานีรถไฟแม่กลอง ต.แม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม

โดยระหว่างเดินทางโดยรถไฟ นายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศที่โดยสารมากับรถไฟขบวนดังกล่าวด้วย โดยบรรยากาศบนขบวนรถไฟเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางนักท่องที่ยวชาวต่างประเทศจำนวนมาก ที่เดินทางเพื่อมาท่องเที่ยวและเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับโลกของจังหวัดสมุทรสงครามคือ “ตลาดร่มหุบ”

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ตรวจเยี่ยมวิถีเศรษฐกิจชุมชนสถานีรถไฟแม่กลอง โดยเดินทักทายพูดคุยกับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณโดยรอบสถานีรถไฟแม่กลองและตลาดร่มหุบด้วย

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกดีใจและมีความสุขที่ได้มาพบกับประชาชน พร้อมสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ และการค้าขายของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชนต่างมาให้กำลังใจในการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ พร้อมกล่าวว่า “รักลุงตู่” ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก

เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงสถานีรถไฟแม่กลองได้รับฟังบรรยายสรุปใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1) แนวทางการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟสายแม่กลอง (วงเวียนใหญ่ – มหาชัย – บ้านแหลม – แม่กลอง) ระยะทางรวม 66.9 กิโลเมตร เป็นเส้นทางรถไฟที่ไม่เชื่อมต่อกันตลอดสาย โดยเฉพาะระหว่างสถานีมหาชัย และสถานีบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร ที่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องลงจากขบวนรถและต่อเรือข้ามแม่น้ำท่าจีนไปต่อรถไฟอีกขบวนหนึ่ง

โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดทำแผนงานโครงการรถไฟสายสีแดง เหนือ-ใต้ ช่วงหัวลำโพง – วงเวียนใหญ่ – มหาชัย โดยมีการออกแบบรายละเอียดโครงการเรียบร้อยแล้ว และมีแผนการขอรับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อทบทวนแบบในปีงบประมาณ 2567 และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2570

นอกจากนี้ บริเวณเส้นทางเดินรถไฟ ช่วงสถานีรถไฟลาดใหญ่ – สถานีรถไฟแม่กลอง เมื่อเข้าใกล้สถานีรถไฟแม่กลอง เป็นเส้นทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับโลก คือ “ตลาดร่มหุบ” ที่มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพะชาวต่างประเทศเดินทางมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมาก

2) โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักและระบบป้องกันน้ำท่วม ชุมชนเมืองสมุทรสงคราม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม (ระยะที่ 1) ซึ่งจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ประสานกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบระบายน้ำหลัก และระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมืองสมุทรสงคราม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม

ซึ่งการศึกษาดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อกลางปี 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนตลาดริมแม่น้ำ สถานีรถไฟแม่กลองและตลาดร่มหุบ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งโบราณสถาน โดยเฉพาะบริเวณชุมชนตลาดริมน้ำวัดเพชรสมุทรวรวิหาร และตลาดร่มหุบที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

โดยโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้บรรจุแผนงานดังกล่าวไว้ในแผนงานงบประมาณ 2567 เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยังวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เพื่อสักการะหลวงพ่อบ้านแหลม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อความเป็นสิริมงคล และนมัสการพระสมุทรวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม และเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ณ พระอุโบสถวัดเพชรสมุทรวรวิหารด้วย

โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมการมีส่วนร่วมของวัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน และขอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองเพื่อขับเคลื่อนเศรฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป ก่อนเดินทางต่อไปยังวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม ในช่วงบ่าย เพื่อพบปะประชาชนในพื้นที่ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างมูลค่าและการยกระดับรายได้ของประชาชนชาวสมุทรสงครามต่อไป

สำหรับตัวเลขนักท่องเที่ยวในพื้นที่ตลาดร่มหุบและสถานีรถไฟแม่กลอง เจ้าหน้าที่ที่ดูแลบริเวณสถานีรถไฟแม่กลองระบุว่าก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแต่ละวันจำนวนมากประมาณ 5,000 ถึง 10,000 คน

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป เช่น อิตาลี ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและญี่ปุ่นด้วย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สถานการณ์โควิด-19 นักท่องเที่ยวเดินทางน้อยลง

อย่างไรก็ตามภายหลังสถานการณ์โควิดฯ ในประเทศคลี่คลายลง และรัฐบาลเปิดประเทศ สถานการณ์นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น ปัจจุบันมีประมาณ 500 ถึง 2,000 คนต่อวัน ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เริ่มดีขึ้นโดยลำดับ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจวิถีชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

Written By
More from pp
สยามพิวรรธน์ ยูนิลีเวอร์ คาโอ เต็ดตรา แพ้คและเครือข่ายพันธมิตร ร่วมเปิด ไดร์ฟทรู รีไซเคิล คอลเลคชั่น เซ็นเตอร์ แห่งแรกในประเทศไทย
บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด  กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย บริษัท คาโออินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด  บริษัท เต็ดตรา แพ้ค...
Read More
0 replies on “นายกฯ ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล จ.สมุทรสงคราม ติดตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ณ สถานีรถไฟแม่กลอง”