เรื่อง “ฝนกับคนโง่” – เปลว สีเงิน

www.plewseengern.com

เปลว สีเงิน

“ฝนตกทั่วฟ้า” ดีจริงๆ เมื่อวาน(๒ ตค.๖๕)
คงตก “ฉลองใหญ่”
ที่ “พลเอกประยุทธ์” คืนทำเนียบ หลัง “พักทำหน้าที่นายกฯ” ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญไปเดือนกว่า!
“ตกทั่ว-ตกหนัก-ตกนาน” แบบนี้
ไม่ต้องถามว่าในกทม.-ปริมณฑล จะเป็นยังไง ถนนก็กลายเป็นคลองไปเท่านั้น

แต่ผู้แข็งแกร่งในปฐพีจะสวมชุดใต้บาดาล “ไลฟ์สด” รายงานหรือไม่?
“โฆษกกทม.” ยังไม่แถลง!

แล้วพวกแต่งดำ-หน้าเดิม “ประท้วงศาล-ไล่ลุงตู่” ล่ะ
จะทำยังไงกันละนี่ หือ?

ฝนตก-น้ำท่วม ถนนเป็นคลองแบบนี้ จะเป็นอุปสรรคต่อประชาติ๊บปะไตแดกได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ?
แต่คงไม่หรอก เพราะธรรมชาติควาย
“ชอบฝน”!

ฉะนั้น ฝ่ายประชาติ๊บปะไตเลือดเข้มข้น น้ำต้องไม่หนี, เบอร์บัญชีต้องแปะ แล้วรั้งจมูก ลอยคอ ชู ๓ นิ้ว เข้าไว้
สู้ตาย……..

ผีห่าซาตาน “ไม่เห็น” …ไม่เป็นไร
ให้ “โทนาฟ” กะ “ไอ้ตี๋หัวตั้ง “เห็น ก็ “เป๋าตุง” แล้ว
โดยไม่ต้องไปพึ่งแอป “เป๋าตัง” ของลุงตู่!

ท่าทางโนรู จะอยู่วัดใจอีกหลายวัน ยังไงละก็ บางสส.ฝ่ายค้าน กับบางจานธรรมศาสตร์ “ใต้กระโปรงเด็ก” นั่นน่ะ
ต้องทำหน้าที่โยมอุปัฏฐาก ถวาย “อาหารเม็ด” เสริมให้พวกเขาครบ ๗ วันนะ

จากนั้น จะ “ลอยแพ” หรือ “ลอยอังคาร” ก็วานไปถามเจ๊บ้านใหญ่เขาดู!

นี่แค่สัญญาน “เตือนล่วงหน้า” เพื่อให้คณะผู้ว่าฯ กทม.ได้เตรียมตัวรับศึกใหญ่
ว่าอีกประมาณ “ครึ่งเดือน”

มวลน้ำมหาศาลที่ล้นทะลักจากเทือกเขาต่างๆทางเหนือ ทั้ง ปิง วัง ยม น่าน ไหลมารวมลงเจ้าพระยาเรื่อยๆ แต่เดือนที่แล้ว

และเขื่อนบางเขื่อน “ล้นแล้ว” ต้องทะยอยปล่อยน้ำไหลลงมาเป็นระยะ แน่ละ ต้องแวะกรุงเทพฯ วนเวียนหาทางลงสู่ทะเล!

ก็ขอให้การศึกษา “กายภาพ กทม.” มา ๒ ปี ก่อนมาเป็นผู้ว่าฯ “ล้านสาม” ของชัชชาติ
ได้ผนวกกับวิชา “เอาอยู่” ที่ได้รับถ่ายทอดและฝึกปรือมาจากสำนัก “ยิ่งลกซือไท่” ณ ครั้งนั้น
ผันน้ำให้กทม.แห้งแกร๊ก สมกับราคาคุยด้วย!

ผมน่ะ จ้างก็ไม่กลัว
เรื่องน้ำท่วมขนาดเข้าบ้าน มีประสบการณ์ผ่านมาแล้วช่ำช่องยุทธ์ เคยเมาธ์ให้ฟังแต่ต้นปีที่แล้ว ว่าปีนี้…ให้เตรียมตัวกันไว้เนิ่นๆ

เรือผม ขึ้นคานจนกรอบ มาตั้งแต่ท่วมปี ๕๔
ท่วมอีกเดือนนี้-เดือนหน้า จะได้ถอยลงจากคาน พายเรือ “ลอยกระทง” บนถนนหน้าบ้าน เบิกบาน สบายอุรา!

ที่น้ำท่วม (เกือบ) ทุกปี แล้วเราก็บ่น-ทนทุกข์กันมาทุกปี โดยไม่รู้จักเรียนรู้การอยู่กับธรรมชาติของบ้านเมืองตัวเอง
เพราะอะไร…รู้มั้ย?

เพราะความเป็นคนรุ่นใหม่ “ในแต่ละรุ่น” ที่พัฒนาไปโดยไม่เคารพรากเหง้าถิ่นฐานภูมิศาสตร์บ้านเมืองตัวเองนั่นไง!

ภูมิศาสตร์แต่ละถิ่นฐานที่รวมเป็น “ไทยประเทศ” ขณะนี้ คนรุ่นเก่า “ในแต่ละรุ่น” เขารู้ ไทยเป็นที่ลุ่ม จากแผ่นน้ำค่อยๆกลายเป็นแผ่นดิน เมื่อกี่หมื่น-กี่แสนปีมาแล้ว ผมก็จำไม่ได้

แต่เดิม “ปากอ่าว” อยู่ที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์
เรือสินค้า ต่างชาติ-ต่างภาษา แล่นเข้ามาจอดที่ปากอ่าว “ปากน้ำโพ”
“ปากน้ำ-สมุทรปราการ” ทุกวันนี้ ยังเป็นทะเลอยู่!

ดังนั้น คนรุ่นเก่า เขาจึงเรียนรู้ การอยู่แบบเกื้อธรรมชาติ การปลูกบ้าน “ใต้ถุนสูง” คือ ปัญญาประยุกต์ เป็นเอกลักษณ์ประจักษ์ดังเห็น

ใต้ถุน คือ “ลานเอนกประสงค์” ทั้งรับแขก ทั้งทำงาน ทั้งที่เล่นลูกหลาน ลานพักผ่อน สันทนาการ และบ้านของสัตว์เลี้ยง

หน้าแล้ง อยู่ใต้ถุน
หน้าน้ำ อยู่บนบ้าน!

จึงมีคำพังเพยว่า “น้ำมา-ปลากินมด, น้ำลด-มดกินปลา” ไงล่ะ

ตรงข้ามกับ้านคนรุ่นใหม่ยุคนี้ หน้าแล้งอยู่ในบ้าน หน้าน้ำ อยู่บนหลังคา!

ผมจึงติดนิสัย “แก่คร่ำครึ” มาถึงทุกวันนี้ แบบถมทรายแล้วสร้างบ้านแปะกับพื้น ผมอยู่ไม่ได้
ยังไงๆ ในส่วนที่อยู่ ต้อง “สูง” ไว้ก่อน

เมื่อผูู้คนตีความหมายของคำว่า “พัฒนา” คือต้องเลียนแบบชาติตะวันตก ซึ่งชาติตะวันตก ภูมิศาสตร์บ้านเขาเป็นภูเขาที่ราบสูง

ยุโรป เขามี ๔ ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูไบไม้ร่วง ไบไม้ผลิ และฤดูหนาว ไม่มีฤดูฝน
ต่างกับทางตะวันออกบ้านเรา ที่มี ๓ ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว

ฝรั่งเขาจึงปลูกบ้าน “แบกะดิน” ตามสภาพภูมิศาสตร์ถิ่น น้ำไม่ท่วมบ้าน แต่หิมะท่วมหลังคา ฉะนั้น เขาจึงเน้นหลังคาแข็งแรง

บ้านเรา ภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่ม แต่ไปเลียนอย่างเขา พัฒนาบ้านเมืองแบบ “ท้าทายธรรมชาติ”
ทุกวันนี้ อาคาร-บ้านช่อง-ร้านตึก เป็น “แบกะดิน” เอาสวย เอาเท่ เอาสะดวกสบาย ตามอย่างเขาไปหมด
มันก็จึงเป็นเช่นนี้แหละ……….

คือ “รู้ทั้งรู้” แต่อาคาร-บ้านช่อง ก็ยังปลูกแบบ “แบกะดิน”!
ก็ต้องอยู่กันไป..ท่วมกันไป..บ่นกันไป..ทุ่มงบประมาณหมดกับปัญหาจำเจกันไปทุกปี

จนกว่าถึงกาล “น้ำท่วมฟ้า-ปลากินดาว” นั่นแหละ มนุษยชาติ (ถ้าเหลือ) จะได้นำประสบการณ์นั้นไป เริ่มต้น “หลักไมล์” ชีวิตใหม่
จาก “หลัก ๐”!

วันนี้ ๔ ตุลา.ได้ยินนายกฯ ประยุทธ์บอก…..
จะลงไปดูปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ด้วยตัวท่านเอง ที่อุบลฯ กับที่ขอนแก่น และจะทะยอยลงไปดู ทุกจังหวัดที่ประสบภัย

นายกฯ ย้ำกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและทุกหน่วยราชการผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ว่า
“ผมจะลงพื้นที่ขอนแก่นและอุบลราชธานี เพื่อไปเยี่ยมและให้กำลังใจ ไม่ต้องมีป้าย ไม่ต้องเอาคนมาถือป้าย
ไม่เอา…เข้าใจใช่ไหม

เพราะผมจะไปทำงาน และไม่สร้างภาระให้กับใครทั้งสิ้น ไม่ต้องเรื่องมากกับผม
เพราะผมสมบูรณ์แข็งแรง ดูแลตัวเองได้ ขอให้ไปดูแลประชาชนที่เดือดร้อนดีกว่า ผมไม่เป็นภาระกับใคร”

“………….ฝากถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ประชาชนทุกจังหวัด ผมทำหน้าที่ของผม หน้าที่ของรัฐบาล หน้าที่ของข้าราชการที่ดีของพวกเราทุกคน

ขอบคุณทุกคน ………..
และขอให้ทุกคนปลอดภัย ผมพยายามจะทยอยไปเยี่ยม ไม่ทิ้งใคร เพราะพวกเราคือคนไทยด้วยกันทุกคน”

“ปาก” กับ “ใจ” ของนายกฯ “ตรงกัน”!
งานคือ “หน้าที่” ตอแหลคือ “อัปปรีย์” ชัดเจนเช่นนี้ ตลอด ๘ ปี ที่ผ่านมา ผลงานจึงประจักษ์ เป็นรูปธรรม “ตำตาชาวบ้าน”

แต่เผอิญไป “ตำใจ” ฝ่ายแค้น….
ขืนปล่อยให้ลุงตู่อยู่นาน ฝ่ายแค้นต้องกลายเป็นกลายเป็นเปรต เร่ร่อน ร้องขอส่วนบุญ
น่าจ๋งจ๋าน!

เพราะปากหวานกับใครไม่เป็น ไม่ประจบสื่อ ไม่เลี้ยงดูเอ็นจีโอ ไม่เยินยอพวกเสแสร้งดี ไม่ขายชาติให้ตะวันตก
เอาแต่ “ชาติ สถาบันบ้านเมือง และประชาชน”

พลเอกประยุทธ์ จึงเป็นนายกฯโง่ นายกฯ เผด็จการ นายกฯ ทำให้ประเทศล้าหลัง อย่างที่ ฝ่าย “ประชาติ๊บปะไต” เขาว่านั่นไง

ก็ขอให้ “นายกฯโง่” เป็นนายกฯต่อไป นานเท่าที่วาสนาสังคมชาติจะพึงมี
เพราะประเทศไทยมี “นายกฯฉลาด” วันไหน
มันแดกฉิบหาย “หมดประเทศ” วันนั้น!

เปลว สีเงิน
๔ ตุลาคม ๒๕๖๕



Written By
More from plew
คู่มือฉบับ “คุกและยุบพรรค”
บ่าย ๒ วันนี้ (๒๐ พย.๖๒) เดี๋ยวก็รู้….. ว่าธนาธรจะหมู่หรือจ่า? ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำพิจารณาวินิจฉัยให้ทราบกัน ว่า ขณะธนาธรลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. โดยถือครองหุ้นสื่อ...
Read More
0 replies on “เรื่อง “ฝนกับคนโง่” – เปลว สีเงิน”