
นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. บก.ปปป. และ บก.ปอท.เปิดปฏิบัติการ “คอสเพลย์อวตาร” นำหมายค้นศาลจังหวัดปทุมธานี เข้าตรวจค้นบ้านพักพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อจับกุมตัวนายปิยบุตร สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี ผู้ต้องสงสัยใช้สื่อสังคมออนไลน์ และแพลตฟอร์มต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต แสวงหาประโยชน์ทางเพศกับเด็กและสตรี

จากการตรวจสอบพบบ้านหลังดังกล่าว มีลักษณะเป็นบ้านพักสองชั้น มีรั้วรอบขอบชิด เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบ นายปิยบุตร กำลังเตรียมตัวจะออกไปทำงานนอกบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นขออนุญาตเข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
ตรวจสอบข้อมูลภายในพบไฟล์รูปภาพและคลิปวิดีโอโป๊เปลือย หรือสื่อลามกอนาจารเกี่ยวกับเด็กเป็นจำนวนมาก พร้อมกับพบหมายเรียกเข้าให้ปากคำในคดีลักษณะดังกล่าวจากท้องที่อื่นๆ อีกหลายหมาย จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมคุมตัวมาสอบปากคำที่ บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.วิวัฒน์ เปิดเผยว่า สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งพร้อมครอบครัว เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ว่า น้องไข่มุก (นามสมมติ) อายุ 14 ปี บุตรสาว ได้ถูกผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นบัญชีแอ็กเคาต์แอปพลิเคชันดิสคอร์ด และทวิตเตอร์ปลอม หรืออวตาร
ทักข้อความมาทำทีตีสนิท ก่อนล่อลวงให้ส่งภาพโป๊ให้แลกกับเงิน แต่เมื่อได้ภาพไปแล้วกลับนำภาพดังกล่าวมาข่มขู่แบล็กเมล ด้วยการให้วิดีโอคอล แล้วสั่งให้ทำในสิ่งที่ตัวเอวต้องการในทางลามกอนาจาร หากไม่ยอมทำตามจะนำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่ จนทำให้ น้องไข่มุก เกิดความเครียดจนตัดสินใจผูกคอฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา
หลังทราบเรื่องตำรวจ บก.ปปป. จึงประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจ บก.ปคม. บก.ปอท. ร่วมกันแกะรอยสืบหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้ จนทราบว่าเป็นนายปิยบุตร ทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่บริษัทสื่อสารแห่งหนึ่ง
ผบก.ปคม. กล่าวต่อว่า จากแนวทางสืบสวนยังพบว่า แม้จะเกิดเรื่องสลดดังกล่าวขึ้น แต่ตัว นายปิยบุตร กลับไม่มีท่าทีสลดหรือสำนึกในความผิดของตัวเอง ยังคงมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวเช่นเดิม ล่อลวงเด็กสาวในกลุ่มคอสเพลย์ คนอื่นๆ ให้ส่งภาพโป๊เปลือยโชว์ของสงวนมาให้
จากนั้นจะบันทึกภาพนั้นไว้ แล้วนำไปหาผลประโยชน์ ถือเป็นภัยร้ายต่อสังคม และ เยาวชน เจ้าหน้าที่จึงเร่งแกะรอยสืบหาพยานหลักฐานจนนำมาสู่การเช้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามความผิดซึ่งหน้าก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป