แก่นสาร.. “คังคุไบ”? – สันต์ สะตอแมน

สันต์ สะตอแมน

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา..

ก็..ไม่ได้ถึงกับใจหายที่รู้ชัดว่า รายการ “ตลกหกฉาก” ได้อำลาจอโทรทัศน์ “ช่องเวิร์คพอยท์ 23” แน่แล้ว เพียงแต่ให้รู้สึกเสียดาย..

ที่รายการประเภท “วาไรตี้” ผสมละครซิตคอมตลก สนุกสนาน-ขบขัน ต้องมาปิดฉากลงทั้งๆยังเป็นที่นิยมชมชอบของผู้ชม-คนดูติดต่อมาตลอด 15 ปี!

ผมน่ะ ไม่มีอะไรสงสัยหรือข้องใจในประเด็นนี้ ด้วยบางทีสิ่งที่เรามอง-เราเห็น อาจจะไม่จริง-ไม่ใช่ก็เป็นได้ เพราะหาก “เรตติ้ง” ความนิยมยังครองใจผู้ชมคงเส้นคงวาอยู่..

ผู้บริหารเวิร์คพอยท์ ก็คงจะไม่คิดเปลี่ยน-ปรับ เพื่อรับความเสี่ยงกับรายการรูปแบบใหม่ ที่ก็ไม่มีใครหยั่งรู้..ออกมาแล้วจะได้รับความนิยม หรือ ถูกเมิน เป็นแน่?

ฉะนั้น..ก็คอยดูว่า รายการที่จะมาลงผังแทน “ตลกหกฉาก” จะออกมาแบบไหน-อย่างไร แต่ผมค่อนข้างมั่นใจ รายการใหม่ต้องได้รับความสนใจ หรือเป็นที่นิยมอีกตามเคย

ตามเคย..เหมือนเช่นรายการ “แฟนกัน 1 DAY”  ที่ทำให้ฝันของ “คนธรรมดา” เป็นจริงได้มีโอกาสออกเดตกับ “ซุปตาร์” ก็สนุกสนานดี

หรือจะรายการ “ศึกมายากล” กับการพลิกโฉมเหล่าศิลปิน-ดาราให้เป็น “นักมายากล” โดยพิธีกรจอมเก๋า คุณเกียรติ กิจเจริญ เป็นผู้ดำเนินรายการคู่คนสวยอย่าง “แพนเค้ก เขมนิจ”..

นี่..เห็นต้องบอกเลยว่า แทบจะไม่ยอมพลาดดู!

เอ้า..แล้วนั่นก็คงตามดูเหมือนกัน..คุณทิพานัน ศิริชนะ ประสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี จึงได้พูดถึง..

กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร และได้ยกข้อคิดจากภาพยนตร์อินเดีย “คังคุไบ” ขึ้นมาอบรม-สอนการเป็นผู้นำ ต้องเห็นใจ และเคารพคนอื่นว่า..

“ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว นอกจากจะให้ความบันเทิง ยังให้ข้อคิดในหลากหลายมุมมาก หนึ่งในข้อคิดที่อยากจะชวนท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขบคิดไปพร้อมๆ กันก็คือBe Honest

ความซื่อสัตย์และจริงใจจะทำให้คุณเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ในประโยคที่คังคุไบพูดในภาพยนตร์ว่า 

“..คนจะคิดว่าเราไม่ซื่อสัตย์ก็ไม่เป็นไร แต่จงทำงานสกปรกด้วยความซื่อสัตย์ด้วยความจริงใจอย่างที่สุด…”

ซึ่งถ้าเปรียบประโยคนี้ กับสุภาษิตของไทย ใกล้เคียงกับสุภาษิตที่ว่า ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” แล้วทำไม คังคุไบ” ถึงพูดเช่นนี้

ถึงแม้ว่าใครจะไม่เห็นว่า เธอซื่อตรงกับตัวเองและเต็มที่กับงานแค่ไหน ถึงแม้ว่างานของเธอจะไม่ถูกยอมรับในสังคมแค่ไหน แต่คนที่จะเห็นและรับรู้ได้ก็คือตัวเธอของคังคุไบเอง

และเธอคนที่จะเห็นจุดอ่อน-จุดแข็ง เปลี่ยนความกลัวและข้อบกพร่องทั้งหมดจนพัฒนาให้เป็นความกล้าและพลังเพื่อให้เป็นเธอในเวอร์ชันที่ดีขึ้นๆ ได้

จนเปลี่ยนจาก โสเภณี” กลายเป็น นายกของกามธิปุระ” ได้ในที่สุด

ท่านอดีตนายกฯได้รับชมฉากนี้และได้ยินวาทะนี้ของคังคุไบหรือไม่ และหากได้ยินแล้วรู้สึกเช่นไร เพราะเรื่องความ ซื่อสัตย์” นั้นเป็นจริยธรรมสำคัญของผู้นำ และนักการเมือง

หากเป็นผู้นำที่ขาดจริยธรรมเรื่องความซื่อสัตย์แล้ว ก็อาจจะนำพาประเทศชาติให้เกิดความเสียหาย และวิกฤติศรัทธาได้

ดังในอดีตที่นายกรัฐมนตรีต้องกลายเป็นนักโทษหลบหนีคดีทุจริต..ซึ่งแตกต่างกันอย่างลิบลับกับ ผู้ที่ทำอาชีพโสเภณี กลายเป็น นายกของกามธิปุระ”

นี่คือสิ่งที่ท่านอดีตนายกฯ ต้องถอดบทเรียนและคำนึงถึงแก่นสารของเรื่องให้ท่องแท้ และย้ำเตือนให้ทายาททางการเมืองและพรรคเพื่อไทยตระหนัก

สิ่งที่คุณทักษิณ ควรคิดคือ ความซื่อสัตย์ต่อคนไทย ต่อประเทศชาติ ที่ผ่านมาท่านไม่เคยพูดถึงปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้น ในคดีต่างๆ ของท่านเลย…

หากท่านจำไม่ได้ ก็อย่าสอนจริยธรรมคนอื่น หากท่านมีความละอายก็รีบกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย รีบกลับมาเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกหลานในอนาคต”

ครับ..แล้วคุณล่ะ ดูคังคุไบรึยัง?


Written By
More from pp
ศุภชัย อัดยับ อดีต ส.ส.สอบตก อ้าง ม.23 ประมวลยาเสพติด เพราะไม่เข้าใจเรื่องกฎหมายภายในกับอนุสัญญาฯ
ศุภชัย อัดยับ อดีต ส.ส.สอบตก อ้าง ม.23 ประมวลยาเสพติด เพราะไม่เข้าใจเรื่องกฎหมายภายในกับอนุสัญญาฯ เป็นเรื่องห้ามนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชา ทั้งที่เป็นกฎหมายภายใน เหมือนประเทศอื่นๆ ทำกัน...
Read More
0 replies on “แก่นสาร.. “คังคุไบ”? – สันต์ สะตอแมน”